โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตาคู่เอกชิง'นายกใหญ่เมืองพิจิตร'ใครอยู่! 'กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์'&'ชาติชาย เจียมศรีพงษ์'

แนวหน้า

เผยแพร่ 25 พ.ย. 2563 เวลา 05.36 น.

สนามเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) พิจิตร มีผู้สมัครเข้าชิงตำแหน่ง 5 ราย คู่ที่น่าจับตาระหว่างหมายเลข 2 อดีตนายก อบจ.6 สมัย  ฝ่ายน้ำเงินที่ผลงานประจักษ์กับสายตาประชาชนกับผู้ท้าชิงฝ่ายแดงตระกูลใหญ่ "ภัทรประสิทธิ์" หมายเลข 1 ที่ได้แรงสนับสนุนจากอดีตรัฐมนตรี และ ส.ส.พรรคเพื่อไทยถือว่าศึกมวยใหญ่แห่งเมืองชาละวัน

หลังจากที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พิจิตร และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ทำการรับสมัครโดยมีผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) พิจิตรจำนวน 5 คน คือ หมายเลข 1 พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ ทีมพัฒนาจังหวัดพิจิตร หมายเลข 2 นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ อดีตนายก อบจ.พิจิตร 6 สมัย ทีมเรารักพิจิตร หมายเลข 3 นายวิเชียร เธียรชัยพงษ์ ทีมศิษย์หลวงพ่อเพชร หมายเลข 4 นายมาโนช วัฒนประสิทธิ์ จากทีมก้าวหน้าพิจิตร และหมายเลข 5 นางพัฒนียา มูลละ ผู้สมัครทีมอิสระ ทำให้จังหวัดพิจิตรมีจำนวนผู้สมัครนายก อบจ.5 คน

โฟกัสจับคู่ชกจากทั้งหมด 5 ราย เหลือการจับตาของคอการเมืองท้องถิ่นมองการสู้ศึกชิงตำแหน่งนายก อบจ.พิจิตร เหลือเพียง 2 รายที่มีการขับเคี่ยวแย้งชิงการชูกำปั้นเหลือที่หมายเลข 1 ฝ่ายมุมแดง ที่ขึ้นชกด้วยเสื้อสีเขียว คือ พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ ทีมพัฒนาจังหวัดพิจิตร กับมุมน้ำเงิน หมายเลข 2 แชมป์เก่า 6 สมัย นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ทีมเรารักพิจิตร ที่ประชาชนชาวจังหวัดพิจิตรมองว่าเป็นการแย้งชิงของ 2 หมายเลขนี้เป็นหลัก ซึ่งทั้ง 2 หมายเลขต่างมีนโยบายและแรงสนับสนุนจากประชาชนชาวจังหวัดพิจิตร รวมถึงแรงผลักดันจากอดีตนักการเมืองหลากหลายระดับ ที่ร่วมสนับสนุนตำแหน่งแชมป์นายก อบจ.เมืองชาละวัน

 

 

ฝ่ายมุมแดง พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ หรือ ผู้กำกับ "กบ" ทีมพัฒนาจังหวัดพิจิตร หมายเลข 1 อายุ 59 ปีเป็นบุตรชายของนางวิไลลักษณ์-นายวิรัตน์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดพิจิตร เคยรับราชการเป็นตำรวจเป็น ผกก.สภ.วังทรายพูน ก่อนที่จะลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว หนึ่งในทายาท "ตระกูลภัทรประสิทธิ์" ที่มีพี่ชายชื่อนายวินัย ภัทรประสิทธิ์ อดีต ส.ส.พิจิตร โดยผู้สมัครรายนี้ได้แรงสนับสนุนจากพี่ชายและนางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย 

รวมถึงนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีต ส.ส.-อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังให้การสนับสนุนที่รวมรวมกันแล้วมีฐานเสียงอยู่ไม่น้อย และนอกจากนี้ยังมีสมบัติมูลค่าหลายร้อยล้านบาทจะมาล้มแชมป์เก่าให้ได้ด้วยหมัดน็อค คือความตั้งใจของผู้สมัครผู้ท้าชิง และสมาชิกทีม โดยได้โปรโมเตอร์หลายท่านทั้งอดีตนักการเมืองระดับชาติ คอยสนับสนุนและมีสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) พิจิตรเก่าบางส่วน ที่ย้ายค่ายมาซบกับค่ายนี้จึงส่งผลให้ได้แรงเชียร์ไม่น้อย 

 

 

พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ หมายเลข 1 กล่าวว่า นโยบายของทีมพัฒนาจังหวัดพิจิตรที่ยังคง ยึดมั่นของการเปลี่ยนแปลง จังหวัดพิจิตร โดยจะขอเข้าทำงานโดยยึดหลัก การบริหารจัดการ ในองค์กร ด้วยความโปร่งใส่ สุจริต และใช้งบประมาณถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีประชาชนท่องเที่ยวเมืองพิจิตร โดย ตั้งเจตนารมณ์ ว่า "จังหวัดพิจิตร ต้องมีการเปลี่ยนแปลง" 

มาถึงแชมป์เก่า 6 สมัยมุมน้ำเงิน หมายเลข 2  นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ อายุ 60 ปีเต็มเพียงไม่กี่วัน ในทีมเรารักพิจิตร "พบง่ายใช้คล่องต้อง ชาติชาย" ยังถือว่า เป็นสโลแกนที่ใช้มาตั้งแต่ลสมัครหลายสมัย และยังคงใช้ได้มาโดยตลอดจากการฟิตซ้อมลงพื้นที่พบประกับประชาชน แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาโดยตลอดในการดำรงตำแหน่งถือเรียกได้ว่าเป็นขวัญใจของประชาชน ทั้งวัยรุ่น วัยกลางคน รวมไปถึงผู้สูงอายุ ด้วยความเป็นกันเองติดดินรวมถึงผลงานที่สร้างความเจริญ ทั้งด้านบริหารจัดการน้ำทำการเกษตร บริหารจัดการน้ำท่วม น้ำแล้ง ด้านคมนาคม ด้านสุขภาพ เยาวชน ผู้สูงอายุ การศึกษา รวมถึงผลงานล่าสุดของปีนี้คือการป้องกันไวรัสโควิด 19 วัดโรงเรียนปลอดโควิด ทั้ง 12 อำเภอจนเป็นผลงานที่ประจักษ์ ต่อคนพิจิตร ที่เป็นเมืองสีขาวปลอดจากโควิด 1 ใน 9 จังหวัดของประเทศไทยที่ปลอดจากเชื้อ 

 

 

นโยบายที่ต้องสานต่อการทำโครงการก็เห็นได้ว่าจะต้องมีกี่พัฒนาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เช่นการผลักดันแก้ปัญหาแม่น้ำยมที่มักจะเกิดเหตุการณ์ภัยแล้ง และอุทกภัยทุกปีโดยการพลัดดันโครงการทำเขื่อนขนาดใหญ่ กั้นแม่น้ำยม ที่ล่าสุดผลัดดันจนได้ 2 แห่งที่บ้านท่าแหตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ที่จะมีประโยชน์ในการเก็บน้ำในเขตอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก และพื้นที่รอยต่อจังหวัด  

ส่วนอีกแห่ง คือ เขื่อนดานน้อย ตำบลวังจิก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง ซึ่งเป็นช่วงแม่น้ำยมตอนกลาง สอดคล้องกับเขื่อนยางจระเข้ผอมที่ปรับปรุงจากเขื่อนยาง มาเป็นเขื่อนไฮโดรลิค จนเก็บน้ำตอนกลางได้รวมไปถึงเขื่อนอีก 2 แห่งคือบ้านลำนัง ตำบลไผ่ท่าโพ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง และเขื่อนท้ายน้ำ ที่ตำบลบางลาย อำเภอบึงนาราง ที่อยู่ระหว่างการพลักดันอนุมัติโครงการเพื่อแก้ปัญหาแม่น้ำยมทั้งระบบในจังหวัดพิจิตร รวมถึงด้านคมนาคม เส้นทางการเดินทางถนนสายหลัก เอเชียสาย 11 ตากฟ้า –วังทองที่จะมีโครงการขยายเป็น 4 ช่องจราจร

 

 

ด้านปัญหาสุขภาพ ประชาชน ทั้งเยาวชน สูงอายุ ที่ได้ทำโครงการต่อเนื่องจัดตั้งวิทยาลัยผู้สูงอายุ ครอบคลุมทั้ง 12 อำเภอของจังวัดพิจิตรจนจบหลักสูตรมาแล้ว 4 รุ่นรวมถึงโครงการส่งเสริมความเป็นอยู่ และสุขภาพของผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ โดยการซ่อมแซมบ้านเรือนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ขยายการศึกษาของเยาวชนด้วยการถ่ายโอนโรงเรียนมาอยู่ในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร เพื่อเด็กยากไร้ในพื้นที่เดินทางเข้ามาศึกษาในเมืองและพัฒนาด้านสุขภาพ ด้านกีฬาให้กับประชาชน และเยาวชนเพื่อห่างไกลยาเสพติด

อีกผลงานที่เห็นประจักษ์ต่อสายตาประชาชนทั้ง 12 อำเภอของเมืองพิจิตร คือการป้องกันไวรัสโควิด 19  ที่ต่างนำเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชน เกษตรกรชาวสวนป้องกันจังหวัดพิจิตรใช้ระยะเวลากว่า 7 เดือนป้องกันทำความสะอาดวัดกว่า 469 วัดและโรงเรียนให้ปลอดจากโควิดจนเป็นจังหวัดสีขาว 1 ใน 9 จังหวัดของประเทศไทยที่ปลอดจากเชื้อจนได้รับฉายาอัศวิน "ชุดสีขาว ปลอดเชื้อโควิด" และอีกหลายผลงานที่เข้าถึงประชาชน แบบติดดิน

 

 

ส่วนผู้สมัครรายอื่นที่เข้ารวมวงท้าชิง คือ หมายเลข 3  นายวิเชียร เธียรชัยพงษ์ ทีมศิษย์หลวงพ่อเพชร อดีตผู้สมัครนายก อบจ.เป็นเจ้าของธุรกิจห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร ยังคงลงชิงตำแหน่ง ซึ่งใช้นโยบาย 1 สร้างโอกาส เสนอโครงการขอรับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร 2 พิจิตรเมืองอัจฉริยะ จัดตั้งศูนย์ข้อมูล ดาต้า วางโครงสร้างระบบสาธารณูปโภค 3 พิจิตรยั่งยืนทำโครงการสอดคล้องกับวิถีชุมชน โปร่งใสและตรวจสอบได้    
หมายเลข 4 นายมาโนช วัฒนประสิทธิ์ จากทีมก้าวหน้าพิจิตร ซึ่งเป็นอดีต ส.อบจ.พิจิตร เขตอำเภอทับคล้อ ที่ทางกลุ่มก้าวหน้าสนับสนุนการลงชิงตำแหน่ง และหมายเลข 5 นางพัฒนียา มูลละ ผู้สมัครทีมอิสระ

ซึ่งการแข่งขันจากทั้งหมด 5 รายคาดว่าจะเหลือเพียง 2 รายจากการวิเคราะห์ของคอการเมืองระหว่างผู้ท่าชิงฝ่ายมุมแดง พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ หรือผู้กำกับกบ  ทีมพัฒนาจังหวัดพิจิตร หมายเลข 1 กับมุมน้ำเงิน หมายเลข 2 นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ทีมเรารักพิจิตรที่ทั้ง 2 คนน่าจะแลกหมัดท่ามกลางโปรโมเตอร์และกองเชียร์ที่ต่างมีดีทั้งคู่ อยู่ที่กรรมการจัดการแข่งขัน คือ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะห้ามการเล่นนอกเกมส์ในการเลือกตั้งในครั้งนี้ได้หรือไม่ และตัดสินในวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นวันขึ้นชก ชิงตำแหน่ง "นายกเมืองชาละวัน" แห่งนี้
 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...