โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

หมอผู้ไร้ยารักษาโรคและอุปกรณ์การแพทย์ ท่ามกลางโรคร้ายและสมรภูมิรบในประวัติศาสตร์ “จิน-หมอทะลุมิติ”

conomi

อัพเดต 19 ก.พ. 2567 เวลา 18.53 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2567 เวลา 00.00 น. • conomi.co

ซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่อง “จิน-หมอทะลุมิติ” เดิมทีเป็นการ์ตูนชื่อไทยว่า “จิน-หมอทะลุศตวรรษ” ฉบับรวมเล่มมีทั้งหมด 20 เล่ม โดยอาจารย์มุระคะมิ โมะโตะกะ (村上もとか) ผู้เขียนการ์ตูนได้ให้สัมภาษณ์ว่าเกิดแรงจูงใจจากตอนอ่านเอกสารเกี่ยวกับกามโรคในยุคเอโดะ (ปี ค. ศ. 1603-1868) พบว่าอายุขัยเฉลี่ยของคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่คือแค่ 30 กว่าปีก็เสียชีวิตกันหมด จึงเกิดความเศร้าและคับแค้นใจ เป็นแรงจูงใจให้เขียนเรื่องเกี่ยวกับหมอจากยุคปัจจุบันที่มีความรู้การแพทย์สมัยใหม่แต่มีเหตุต้อง Time Slip กลับไปอดีตเพื่อไปรักษาผู้ป่วยโดยไม่มียารักษาโรคหรืออุปกรณ์การแพทย์ใด ๆ ของสมัยใหม่เลย ดูว่าเรื่องน่าจะเป็นอย่างไร

แต่เมื่อกลายเป็นซีรีย์คนแสดงจริง ยิ่งทำให้พล็อตนั้นพัฒนาไปอีก จนกลายเป็นละครขวัญใจมหาชนทั่วญี่ปุ่น โด่งดังไปยังประเทศอื่นอีกหลายประเทศ จนถึงขั้นเกาหลีขอลิขสิทธิ์ไปรีเมคเป็นเรื่อง “Dr. Jin- หมอข้ามศตวรรษ” เวอร์ชันเกาหลี

เรื่องย่อ “จิน-หมอทะลุมิติ”

JIN Jdrama - Poster

หมอจินในซีรีย์ญี่ปุ่นเป็นศัลยแพทย์สมอง ที่โชคชะตาเล่นตลก เกิด Time Slip ย้อนอดีตกลับไปในยุคบะคุมัตสึ (ปลายสมัยเอโดะ) ที่กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งใหญ่ของญี่ปุ่น ในยุคที่ไม่มีแม้แต่หลอดไฟฟ้า ไม่มีอุปกรณ์การแพทย์แบบตะวันตกใด ๆ แล้วยังขาดแคลนยารักษาโรค ชุดผ่าตัดก็ไม่มี ผู้คนเพียงแค่ป่วยไข้เล็กน้อยก็ถึงตาย บาดเจ็บเล็กน้อยก็ตายได้ ทำให้คุณหมอละทิ้งอีโก้แห่งศัลยแพทย์ว่า “ตัวเองเก่ง” และตระหนักว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่ตัวเองเรียนรู้มาจนกลายเป็นศัลยแพทย์สมองที่เก่งขนาดนี้ล้วนเป็นผลแห่งผู้คนในยุคก่อน ๆ ที่เสียสละสร้างมาทั้งนั้น

ซะกะโมะโตะ เรียวมะ (ขวา) ตัวละครสำคัญของเรื่อง และบุคคลผู้มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์

แม้จะมีความลังเลอยู่เป็นระยะ ว่าการรักษาคนไข้ของตัวเองจะมีผลกระทบต่อประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น แต่จิตวิญญาณของความเป็นหมอ ทำให้หมอจินต้องตัดสินใจรักษาคนไข้จำนวนมาก ทั้งผ่าตัดสมองโดยมีอุปกรณ์และแสงไฟไม่ครบ รักษาคนไข้อหิวาตกโรคเป็นจำนวนมากจนคุณหมอเองยังแทบเอาชีวิตไม่รอด เพาะเลี้ยงเชื้อเพื่อผลิตยาเพนนิซิลินตามภูมิปัญญาชาวบ้านเท่าที่มีในสมัยนั้น ฯลฯ คุณหมอต้องพยายามช่วยยื้อชีวิตคนไข้โดยขาดแคลนทุกสิ่งที่คนเป็นหมอพึงมี แต่ก็ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคใด ๆ แล้วยังต้องไปพัวพันการเมือง สงคราม การเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ เพราะไปสนิทกับ ซะกะโมะโตะ เรียวมะ (坂本龍馬) ซามูไรผู้ซึ่งจะมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองของญี่ปุ่นจากรัฐบาลทหารแบบโชกุนให้กลับคืนสู่การปกครองโดยมีจักรพรรดิเป็นประมุขตามครรลองที่ควรจะเป็น และเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นพัฒนาสู่การเป็นประเทศมหาอำนาจได้ในภายหลัง นอกจากหมอจินจะป่วยเกือบตาย ยังถูกทำร้าย ถูกจับไปทรมานเกือบตายอีกหลายต่อหลายครั้ง เรียกว่ารักษาคนไข้ไปก็โดนซ้อมไป รักษาไปร้องไห้ไป กันเลยทีเดียว

ความหมายลึกซึ้งเบื้องหลังชื่อตัวละครต่างๆ ใน “จิน-หมอทะลุมิติ”

หมอจิน (ซ้าย) และซะกิ (ขวา) นางเอกและตัวละครที่ร่วมฟันฝ่าอุปสรรคกับคุณหมอในยุคอดีต

การตั้งชื่อตัวละครในเรื่องก็มีเสน่ห์อย่างมาก หมอจินก็มีอักษร “จิน (仁)” ที่แปลว่าคุณธรรม ส่วนแฟนของหมอในยุคปัจจุบันก่อนที่หมอจะ Time Slip ชื่อ “มิกิ” ที่เขียนด้วยอักษร 未来 (คันจิตัวเดียวกันกับคำว่า “อนาคต” ให้เห็นว่าเป็นคนในอนาคต) และนางเอกที่แท้จริงของเรื่องที่ชื่อ “ซะกิ” เขียนด้วยอักษร 咲 (ผลิบาน) ซึ่งหมายถึงความผูกพันที่ค่อย ๆ ผลิบานขึ้นในใจของซะกิที่มีต่อคุณหมอจิน แล้วยังพ้องเสียงกับคำว่า ซะกิ (先) ที่แปลว่าอดีตหรือสิ่งที่เกิดก่อน แสดงถึงความเป็นแฟนของหมอในยุคอดีตได้ด้วย เพราะซะกิคือตัวละครที่ร่วมฟันฝ่าอุปสรรคทุกรูปแบบกับคุณหมอในยุคอดีตอย่างไม่ย่อท้อใด ๆ โดยแท้

ตลอดทั้งเรื่องจะไม่มีฉากเลิฟซีนอะไรเลย มีแต่เหตุการณ์ประวัติศาสตร์และการฝ่าฟันเพื่อรักษาคนไข้ แต่ดูแล้วก็รู้สึกได้ว่าคุณหมอจินและซะกิรักและผูกพันกันเหลือเกิน และทั้งคู่ก็ยอมสละทุกสิ่งเพื่อการรักษาคนไข้ให้ได้มากที่สุดโดยไม่สนใจว่าตัวเองจะลำบากเพียงใด ซีรีย์นี้มี 2 Season โดยฉากจบใน Season 2 คือเรียกได้ว่าคนดูไม่ต้องทำอะไรกันแล้วนอกจากร้องไห้อย่างเดียวเท่านั้นจริง ๆ เพราะน้ำตาท่วมจอมาก ใครที่ว่าซีรีย์เกาหลีเศร้ามากร้องไห้เยอะ ๆ ก็ขอให้ลองดูซีรีย์จินดูรับรองว่าเสียน้ำตาไม่แพ้กัน

ถ้าใครชอบเสพสื่อบันเทิงอย่างได้ข้อคิด ไม่ได้เพียงเพื่อความบันเทิงอย่างเดียว ขอแนะนำเรื่อง “จิน-หมอทะลุมิติ” ให้ทุกท่านด้วย

เกี่ยวกับผู้เขียน

วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล เป็นคนไทยเพียงไม่กี่คนที่เคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นมาแล้วถึง 4 แห่ง โดยเคยได้รับทุนแลกเปลี่ยนระหว่างที่ว่าการจังหวัด Okinawa และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปศึกษาที่ The University of the Ryukyus รวมทั้งเคยได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่นแบบสอบผ่านสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ไปศึกษาที่ 1) Tokyo University of Foreign Studies / 2) International Christian University / และ 3) Keio University มีประสบการณ์ทำงานที่หลากหลาย เคยเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ให้บริษัท Nippon Production Service (บริษัทในเครือสถานีโทรทัศน์ NHK) / เป็นผู้สอนภาษาไทยที่สถาบันภาษาไทยหลายแห่งในโตเกียว / เป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติที่สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) / เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจและการตลาดให้บริษัท Corporate Directions Inc. ของประเทศญี่ปุ่น / เป็นผู้ก่อตั้งสาขาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจของคณะศิลปศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ / เป็นผู้อำนวยการบริษัท AIRA Capital และเป็นทีมงานก่อตั้งบริษัท AIRA and AIFUL รวมทั้งบัตรกดเงินสด A-Money / เป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท TOYO Business Service / เป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท JECC ประเทศญี่ปุ่น / เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจของบริษัท Business Consultants South East Asia / มีประสบการณ์สอนในมหาวิทยาลัยมากกว่า 10 แห่งในประเทศไทย / เป็นที่ปรึกษาและจัดฝึกอบรมให้องค์กรหลายแห่ง

ปัจจุบันมีธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเองคือ บริษัท Consulting Agency for Talent จำกัด ทำธุรกิจให้คำปรึกษาด้านพัฒนาองค์กรและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HROD และ HRD) / เป็นนักวิชาการอิสระ / วิทยากรอิสระ / นอกจากเขียนคอลัมน์ที่ Conomi แห่งนี้แล้ว ก็เขียนคอลัมน์ให้ธนาคารไทยพาณิชย์ / เขียนคอลัมน์ให้ The PEOPLE Online Magazine / เขียนคอลัมน์ให้ Marumura และยังคงใฝ่เรียนรู้สิ่งใหม่ต่าง ๆ อยู่เสมอแม้ว่าจะมีปริญญา 7 ใบแล้วก็ตาม

ติดตามผลงานเขียนทั้งหมดของวีรยุทธได้ที่

Facebook : รวมผลงานของวีรยุทธ – Weerayuth’s Ideas

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...