โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ความจริงมีหนึ่งเดียว‘ทักษิณ-ฮุน เซน’

แนวหน้า

เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

วันนี้ถ้าบ้านเมืองของเราไม่มีรัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคเพื่อไทย และนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ“แพทองธาร ชินวัตร” ซึ่งถูกครอบงำและถูกชักใยโดยอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ปัญหาต่างๆ ที่ชุลมุนชุลเกอยู่ในเวลานี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น

ปัญหาไทยกับเขมรนั้น น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะเหตุแห่งปัญหาที่เกิดขึ้นมา ก็เพราะความสัมพันธ์ที่เกี่ยวเนื่องจากผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง “ทักษิณ ชินวัตร” กับ “ฮุน เซน”

“อาคม ซิดนี่ย์” ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น “แดงฮาร์ดคอร์”ของมวลชนคนเสื้อแดง เขียนโพสต์ลงเฟซบุ๊ก“อาคม ซิดนี่ย์” เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ไว้อย่างน่าคิดว่า

“ทักษิณ-ฮุนเซน ต่างก็เป็นโจรมันจึงคบหากันได้ แต่ถึงคราวแบ่งสมบัติกันเมื่อไหร่ โจรปล้นโจรก็ต้องเกิดขึ้น ไม่เว้นทักษิณ-ฮุนเซน”

และนอกจากนั้น “อาคม ซิดนี่ย์” ก็ยังเขียนถึงเบื้องหลัง“ชายชุดดำ”ในปี 2553 ในสมัยรัฐบาล“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ขณะที่“ทักษิณ ชินวัตร”หลบหนีอยู่ในต่างแดน ก็เป็นเพราะการประสานความร่วมมือของ“ทักษิณ” กับ“ฮุน เซน” ลงในเฟซบุ๊ก“”

ซึ่ง“สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” ที่เวลานี้หลบหนีคดีและมีสถานะเป็นผู้ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส ได้นำมาถ่ายทอดต่อในเฟซบุ๊ก “Somsak Jeamteerasakul” เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นโยงใยจาก“จักรภพ เพ็ญแข” ไปถึง“ทักษิณ ชินวัตร” และ“ฮุน เซน”

ขอยกมาดังนี้เพื่อประดับเป็นข้อมูล และจะได้มองเหตุการณ์ต่างๆ ที่พันกันระหว่าง“ทักษิณ ชินวัตร”กับ“ฮุน เซน” ได้ทะลุปุโปร่ง ซึ่ง“สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” อดีตอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่หลบหนีออกจากประเทศไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศกัมพูชา เมื่อเดือนมิถุนายน 2557 ก่อนที่จะหลบหนีไปยังประเทศฝรั่งเศส-เขียนไว้อย่างนี้

“ผมจะพาให้คนอ่าน อ่านบทความรำลึกความหลังเกี่ยวกับจักรภพ เพ็ญแข ของคุณ อาคม ซิดนี่ย์ บทความนี้เขียนเป็นตอนๆ ขณะนี้มี 3 ตอนด้วยกัน ผู้อ่านที่มีเวลา ควรอ่านหมด แต่ถ้าไม่มีเวลา ขอแนะนำให้อ่านตอนที่ 2 ซึ่งคุณอาคมได้เล่าการไปเยี่ยมจักรภพที่บ้านพักในพนมเปญ (ผมจำเป็นต้องเล่าว่าผมเคยพบจักรภพครั้งเดียวที่ที่พักผม เป็นการพบทีละหลายคน คือเขามาคนเดียวพบกับผมกับเพื่อนผู้ลี้ภัยหลายคน วันนั้นไม่ได้คุยอะไรมากโดยเฉพาะเรื่องความเป็นอยู่ของเขา แต่ผมมีโอกาสสอบถามเรื่องนี้จากเพื่อนบางคน ภาพโดยรวมไม่ต่างจากที่คุณอาคมเล่า แต่ให้ฟังจากคุณอาคมซึ่งได้ไปคุยด้วยโดยตรงดีกว่า)”

“ตอนนั้นจักรภพพักอยู่กับ ‘มือปืน’ ชาวไทย (ที่ผมทราบมามีอยู่ 4-5 คน) หรือที่คุณอาคมเรียกว่า ‘ชายชุดดำ’ คนเหล่านี้เป็นคนไทย ‘เสื้อแดง’ ที่ลี้ภัยไปอยู่ที่นั่น ตอนที่ผมคัดมานี้ เป็นตอนที่‘ชายชุดดำ’ คนหนึ่งเล่าเบื้องหลังการยิงสนธิ ลิ้ม ให้คุณอาคมฟัง ผมเห็นว่าน่าสนใจมาก และผมเองต้องบอกว่าไม่เคยรู้มาก่อน ผมรู้เรื่องที่คนเหล่านี้แอบซุ่มตีพลเอกร่มเกล้ามาก่อน แต่ไม่รู้เรื่องสนธิ…”

“ดังที่ได้กล่าวไว้ในบทความที่แล้วว่าการไปหาจักรภพ สิ่งที่เหนือความคาดหมายของผมคือ จักรภพเปิดตัวชายชุดดำและมือปืนยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล ในค่ำคืนนั้น ทำให้เป็นที่สนใจของผู้คนที่ร่วมอยู่ในงานเลื้ยงสิบกว่าคน ที่ต่างก็พากันสอบถามด้วยความอยากรู้ที่มาของชายชุดดำ ก็นับว่าเป็นของแถมที่มีประ โยชน์อย่างยิ่ง ส่วนผมไม่ได้รีบร้อน ผมรอจนเป็นคนสุดท้ายจึงได้พูดคุยกับชายชุดดำอย่างใกล้ชิด กับคำถามแรก”

“1. เป็นทหาร บก เรือ หรืออากาศ? ปรากฏว่าผิดหมดเขาเป็นสามัญชนที่อาสามาร่วมต่อสู้โดยไม่ได้เป็นทหารสังกัดเหล่าทัพใด”

“2. เมื่อไม่ได้เป็นทหารแล้วเอาอาวุธมาจากไหน? คำตอบก็คือเวทีคนเสื้อแดง…เป็นคำตอบที่ทำให้ผมรู้สึกเหนือความคาดหมายมากยิ่งขึ้น”

“3. ผมต้องถามย้ำเวทีคนเสื้อแดง แล้วเสื้อแดงทำไมจึงมีอาวุธสงครามให้ใช้….คำตอบสมเด็จฮุน เซนให้มาเพื่อการต่อสู้จำนวน 2 ตู้ คอนเทนเนอร์ ซึ่งจักรภพก็ยืนยันในข้อเท็จ จริง….ทำให้เชื่อสนิจใจจากที่เคยได้ยินมาบ้าง”

“4. ต่อคำถามที่ว่า อาวุธมากมายขนาดนี้น่าจะเพียงพอสำหรับการต่อสู้แบบกองโจรหรือโจมตีแล้วพลางตัวเข้ากับมวลชน สร้างความระส่ำให้กับเจ้าหน้าที่…..คำตอบคือไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง เพราะแค่กระสุนหมด จะเบิกกระสุนรอบใหม่ยังต้องจ่ายตัง เลยถอดใจทิ้งอาวุธและหนีมาอยู่กัมพูชา”

“5. ก็ไหนบอกว่าเป็นอาวุธที่ฮุน เซนให้มาเพื่อช่วยการต่อสู้ เหตุใดจึงต้องซื้อ….คำตอบคือใช่ฮุน เซนให้มาเพื่อการต่อสู้จริง แต่คนเสื้อแดงเอาไปขายเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองไม่ได้เก็บไว้สำหรับต่อสู้…..ผมหวังว่าพี่น้องเสื้อแดงที่ได้อ่านบทความนี้คงจะกระจ่างถึงสาเหตุแห่งความพ่ายแพ้”

“กว่าผมจะได้คุยกับมือปืนที่ยิงสนธิ ซึ่งเป็นทหารบก ผมตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดยิงกระสุนเข้าใส่จนรถพรุนทั้งคันทำไมโดนสนธิแค่ถากๆนัดเดียว…..คำตอบคือ ‘ผมนั่งอยู่ท้ายรถกระบะเมื่อเข้าระยะหวังผลก็ลุกขึ้นยิง วิถีกระสุนจึงลงต่ำส่วนใหญ่ลงพื้นรถมากกว่า’ ซึ่งผมก็ยังคาใจและมีคำถามที่อยากจะถามต่อ ก็พอดีเพื่อนๆ ร่วมงานต่างก็เริ่มขยับจะกลับโรงแรมที่พักเพราะเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทาง ผมก็เลยไม่มีโอกาสได้สอบถามมากกว่านี้”

“ก็นับว่าได้เปิดหูเปิดตาพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องราวของชายชุดดำและมือปืนยิงสนธิ คืนนั้นเวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการสัมภาษณ์ และสอบถามแหล่งท่องเที่ยว ทำให้หลายคนลืมเหล้าชั้นดี Chivas Brothers 100 malt ที่ผมนำติดตัวไป จึงหมดไปแค่ครึ่งขวด ก่อนกลับผมได้พูดเป็นนัยกับจักรภพว่า ผมคงต้องอยู่ต่ออีก 2-3 วันเพื่อรอแฟนๆ กลับบ้านให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นเราคงมีเวลาที่เป็นอิสระในการพูดคุยกัน และระหว่างที่รอผมอาจไปเที่ยวเวียดนาม โดยผมขอเด็กกัมพูชาที่อยู่บ้านเดียวกันและใกล้ชิดจักรภพไปเป็นเพื่อนร่วมเดินทาง ซึ่งจักรภพก็ได้ให้ความอนุเคราะห์เป็นอย่างดี”

นอกเหนือจากนั้น “อาคม ซิดนี่ย์” ยังโพสต์ไว้ในเฟสบุ๊กในตอนที่ 1 ซึ่ง“สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” ไม่ได้นำถ่ายทอดด้วยว่า “การชุมนุมที่ราชประสงค์เมื่อปี 2553 นับว่าเป็นความหวังของคนเสื้อแดงจำนวนไม่น้อย แต่แนวทางการต่อสู้กลับมีคำถามมากมาย เริ่มตั้งแต่มีการปะทะกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และปรากฏมีชายชุดดำติดอาวุธที่ไม่ทราบฝ่ายออกมายิงสู้เจ้าหน้าที่ การต่อสู้ระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชนเป็นไปอย่างดุเดือด โดยเฉพาะที่ถนนดินสอมีระเบิดลงกลางวงคณะนายทหารที่เข้าไปตั้งกองบัญชาการที่ รร.สตรีวิทยา ส่งผลให้มีนายทหารบาดเจ็บและตาย จนรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ต้องวางแผนสลายขั้นเด็ดขาดที่เรียกว่า ‘ขอคืนพื้นที่’ ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงต้องถอยร่นไปสมทบกันที่เวทีราชประสงค์”

“การต่อสู้ที่ราชประสงค์ล้วนปรากฏเป็นคำถามมากมาย การตั้งป้อมปราการไม้ไผ่ไว้รับมือกับเจ้าหน้าที่ แกนนำเริ่มแตกคอเป็นสองกลุ่มระหว่างเสธ.แดงและนายจตุพร ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล…ขึ้นเวทีคนเสื้อแดงหลายครั้ง แถมเดินทางไปหาทักษิณถึงดูไบเป็นว่าเล่น จนมีคนสงสัยกันว่าเพราะเหตุใดก่อนที่ทักษิณจะโฟนอิน ‘พี่-น้องแจวเรือพาผมข้ามฝั่งเรียบร้อยแล้ว ผมต้องเดินทางขึ้นดอย พี่น้องจะแบกเรือพาผมขึ้นดอยทำไม’ ตามมาด้วยเสธ.แดงถูกยิงหัวตาย ก่อนที่รัฐบาลอภิสิทธิ์จะเปิดยุทธการ ‘กระชับพื้นที่’ ความสงสัยต่างๆ เหล่านี้ทำให้ผมมีความคิดว่าคงต้องหาเวลาไปคุยกับจักรภพที่กัมพูชา”

สรุปไว้ตรงนี้อีกครั้งว่า เพราะบ้านเมืองของเรามีรัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคเพื่อไทย และมีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ“แพทองธาร ชินวัตร” ซึ่งถูกครอบงำและถูกชักใยโดยอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ปัญหาไทยกับเขมร ถึงได้ลุกลามบานปลายหนักหน่วงยิ่งขึ้นทุกวัน

กรณีเขมรลักลอบวาง“ทุ่นระเบิด”ในดินแดนไทยที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในเวลานี้ ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่เพราะเรามีรัฐบาลแบบนี้ และมี“ผู้ชักใย-ครอบงำ”ที่ชื่อ“ทักษิณ ชินวัตร” เราจึงมิอาจไว้วางใจอะไรได้เลย !

รุ่งเรือง ปรีชากุล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...