โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

[นิยาย] ในดวงมาน...♥ ( บทที่ 14 )

SistaCafe

อัพเดต 04 ธ.ค. 2564 เวลา 17.48 น. • เผยแพร่ 01 ต.ค. 2564 เวลา 10.04 น. • วรสรณ์

   

*~บทที่ 14~*

“ นักร้องดังหวิดอนาคตดับ หลังก่อเหตุทำร้ายดาราสาวทายาทเจ้าของโรงแรม ด้านพ่อคู่กรณีลั่นไม่เอาเรื่อง แต่ขอตัดความสัมพันธ์ ” ศัลยแพทย์หนุ่มยื่นหนังสือพิมพ์ฉบับวันรุ่งขึ้นที่พาดหัวข่าวดังกล่าวให้แก่พี่สาว รสรินทร์รับมาอ่านอย่างหัวเสีย ขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะทานข้าวกับน้องชายหลังจากถูกปล่อยตัวออกมาเมื่อคืน

“ พี่ครับ…ผมว่าเลิกยุ่งกับเขาเถอะ นี่พี่จะหาเรื่องเขาไปถึงไหน ” คุณหมอมงคลมาสขอร้องพี่สาวของตน

“ แกไม่เข้าใจหรอก!! คนอย่างฉันฆ่าได้ แต่หยามไม่ได้!! ” เธอว่า

“ โธ่!! นี่พี่เลยจุดอิ่มตัวมาแล้วนะครับ ทุกคนในประเทศรู้จักพี่กันหมดแล้ว พี่ยังต้องการอะไรอีก…ผมว่าพี่น่าจะเปิดทางให้เด็กรุ่นใหม่ก้าวขึ้นมาบ้าง ” คุณหมอโน้มน้าว

“ ฉันหลีกทางให้แน่!! ถ้าเด็กคนนั้นไม่ใช่อีนางซีรี!! ” รสรินทร์ประกาศ พลางถลึงตาอย่างเดือดดาล

ศัลยแพทย์หนุ่มเห็นดังนั้นจึงส่ายหน้าอย่างอิดหนาระอาใจ พลางคิดว่าเป็นการยากที่จะให้พี่สาวของเขาปล่อยวางลง ในเมื่อเธอมีความยึดมั่นถือมั่นในศักดิ์ศรี คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้เจ้าหล่อนวางมือ

“ ฉันว่า…แกหยุดพูดให้ฉันเลิกทำในสิ่งที่ควรจะทำดีกว่า กลับคอนโดฯ ไป…ประเดี๋ยวฉันจะต้องเตรียมตัว เพราะตอนเย็นมีคิวออกงานที่โรงแรม ” รสรินทร์กล่าวพลางโบกมือไล่น้องชาย เพราะเบื่อกับคำพูดของเขาที่ดูเป็นคนดี แต่ไม่ทันที่คุณหมอจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ตามคำสั่งของเจ้าหล่อน โทรศัพท์มือถือของนักร้องสาวก็ดังขึ้น เผยให้เห็นรูปของผู้จัดการของตนปรากฏอยู่บนหน้าจอ

หญิงสาวรับสายพลางกล่าวทักทายเขาด้วยท่าทีที่แช่มชื่น ราวกับว่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นเรื่องปกติ…แต่ไม่ทันไรน้ำเสียงของเจ้าหล่อนก็ต้องเปลี่ยนไป เมื่อได้ยินสิ่งที่เกย์สาวกล่าวมาจากปลายสาย

“ ยกเลิก!!…อะไรนะคะพี่ไก่ ? หมายความว่ายังไงที่เขาขอยกเลิก ?!! ” รสรินทร์ถามเสียงสูง

“ ก็เพราะข่าวที่ออกไปนั่นแหละโรส พี่ก็พยายามอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจแต่เขาก็ไม่ยอม…ขอยกเลิกท่าเดียว ” พี่ไก่กล่าว ซึ่งนั่นทำให้หญิงสาวเริ่มรู้สึกหงุดหงิด เธอแทบไม่เชื่อหูตนเอง เพราะไม่คิดว่าจะมีใครบอกเลิกจ้างงาน

“ ช่างมันเถอะค่ะพี่ไก่…แค่งานเดียวเอง เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็มีอีกงานหนึ่งรออยู่!! ” นักร้องสาวพูด

“ ใครว่าล่ะโรส อาทิตย์นี้มีคนขอยกเลิกงานไปแล้วห้าราย นี่ยังไม่รวมของอาทิตย์หน้าอีกนะ ” พี่ไก่บอก

“ อะไรกันนักหนา!! นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย ?!! ” รสรินทร์กล่าวอย่างหงุดหงิด

“ พี่ว่าอาจเป็นเพราะคุณอมรหรือเปล่า อย่างคราวที่แล้วเขาก็ใช้อิทธิพลของเขาปิดข่าวเรื่องซีรีกับสื่อฯ ” ผู้จัดการเกย์สาวตั้งแง่

รสรินทร์ฉุกคิด พลางหยีตาแสดงถึงความเคียดแค้น

“ คุณอมรนะคุณอมร!!!… ” หล่อนกัดฟันพูดอย่างเดือดดาล

คุณหมอมงคลมาสซึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น มองดูพี่สาวของตนอย่างเป็นห่วง เขากลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น หากรสรินทร์ทำอะไรวู่วามลงไปโดยเฉพาะกับอมรวิสุทธิ์

“ โรสจะไปพบเขา!! ” เธอว่า

“ แต่… ” พี่ไก่พยายามปราม

“ พี่ไก่จะไปกับโรสไหมคะ ?!! ” หญิงสาวถามแทรก

…นักจัดอีเวนท์คนเก่งนิ่งไป ราวกับว่าไม่อยากรับข้อเสนอนั้น

“ พี่ไก่… ” รสรินทร์เรียกซ้ำ

“ โรส…พี่ว่าพี่คงต้องบอกอะไรบางอย่างกับโรสแล้วล่ะ ” ผู้จัดการดารากล่าวขึ้นในที่สุด

“ อะไรคะ ?? ” เธอถาม

“ ต่อไปนี้โรสคงต้องรับงานเองแล้วล่ะ…พี่ขอไม่ยุ่งด้วย!! ” เขาพูด

“ ม…หมายความว่าไงคะพี่ไก่ ?? พี่ไก่จะทิ้งโรสเหรอ ?!! ” เธอตะเบ็งเสียง

คุณหมอมองพี่สาว เขาตกใจที่เห็นเธอกำลังทะเลาะกับผู้จัดการส่วนตัว

“ โรส!! มันไม่ใช่แค่เธอนะที่โดนยกเลิกงาน พี่ก็โดนเหมือนกัน!! พอเถอะโรส เราจบกันแค่นี้ดีกว่า ” เกย์สาวอธิบายพลางขอตัดความสัมพันธ์

“ พี่ไก่!!! พี่ไก่จะทำอย่างนี้กับโรสไม่ได้นะคะ!! ” รสรินทร์โวยวายพลางตะโกนเรียกผู้จัดการของเธอซ้ำอยู่อย่างนั้น แต่สุดท้ายก็ไม่มีเสียงตอบรับมาจากนักจัดอีเวนท์จอมฉอเลาะแต่อย่างใด

“ อีพี่ไก่บ้า อีบ้าๆๆๆๆ!!! ” นักร้องสาวเกรี้ยวกราด พลางขว้างโทรศัพท์ลงกับพื้น และทำลายข้าวของที่ขวางหูขวางตาบนโต๊ะทานข้าวเสียจนกระจัดกระจาย จนหมอหนุ่มต้องเข้ามาห้ามและล็อคตัวเธอไว้ ก่อนที่พี่สาวของตนจะอาละวาดไปมากกว่านี้

ศัลยแพทย์หนุ่มกอดรสรินทร์ไว้แน่น พลางพูดปลอบให้เธอสงบสติลง นักร้องสาวร้องไห้สลับกับด่าพี่ไก่ไปมา ดวงตาที่แข็งกร้าวเต็มไปด้วยความแค้น น้ำตาที่ไหลรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย บ่งบอกถึงความอาฆาตที่ไม่สามารถบรรยายได้ หล่อนโทษอมรวิสุทธิ์ที่เป็นตัวทำลายทุกอย่างในชีวิต บัดนี้ความเคียดแค้นชิงชังกำลังเข้าถาโถมในจิตใจ เธอรู้เพียงแค่ว่าจะไม่ยอมให้เขาได้ทำร้ายเธออย่างนี้อีกเป็นอันขาด

ในช่วงบ่ายของวัน รถสีม่วงเปลือกมังคุดคันใหญ่ได้ขับเคลื่อนตัวมายังโรงแรมหรูใจกลางเมือง รสรินทร์เปิดประตูออกมาจากรถ เธอสวมชุดแซ็คสีดำประกายม่วงพร้อมสวมหมวกปีกสีดำใบใหญ่ อีกทั้งยังใส่แว่นตากันแดดเพื่ออำพรางผู้คน และซ่อนแววตาอันแดงก่ำที่เศร้าสร้อยไว้

หญิงสาวเดินเข้าไปในโรงแรม จากนั้นจึงกดลิฟท์เพื่อขึ้นไปยังชั้นบนสุดของตัวอาคาร และทันทีที่ลิฟท์เปิดออก หล่อนก้าวเดินออกมาอย่างมาดมั่นเพื่อมุ่งตรงไปยังห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงแรมโดยทันที

“ ขอโทษนะคะ ?? คุณได้นัดท่านไว้หรือเปล่า ? ” เลขานุการสาวร้องถามขึ้น

“ ฉันไม่จำเป็นต้องนัด!! ” รสรินทร์กล่าว ขณะที่เท้ายังก้าวเดินอยู่

“ ตอนนี้ท่านไม่สะดวกให้เข้าพบนะคะ!! ” เลาขานุการสาวว่าต่อ

หล่อนไม่พูดอะไรได้แต่เดินต่อไปจนถึงยังหน้าห้อง จากนั้นจึงผลักประตูเข้าไปด้านใน เผยให้เห็นอมรวิสุทธิ์และสาริสา ซึ่งขณะนั้นกำลังนั่งจิบชาและกาแฟกันอยู่ พลางพูดคุยกันตามประสาพ่อกับลูก

ทั้งคู่ต่างหันมาทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตู แล้วก็ต้องประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้พบกับนักร้องสาวดาวค้างฟ้า

“ มีความสุขกันเหลือเกินนะ…พ่อลูกคู่นี้ ” หล่อนประชดประชัน

“ คือ…ฉันพยายามห้ามเธอแล้วนะคะ!! แต่… ” เลขานุการสาวรีบพูด

อมรวิสุทธิ์ยกมือขึ้นปรามเพราะไม่ต้องการฟังคำอธิบาย จากนั้นจึงโบกมือไล่เพื่อให้เลขานุการสาวออกไป

หล่อนพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินถอยออกไปตามที่เขาสั่ง

“ หนูว่าหนูไปรอข้างนอกดีกว่าค่ะ ตอนนี้คงไม่สะดวกที่จะอยู่!! ” สาริสาพูดกับพ่อของเธอ แต่สายตาส่งไปถึงรสรินทร์อย่างเอาเรื่อง ซึ่งเจ้าหล่อนเองก็มองเธอกลับอย่างเอาเรื่องเช่นกัน

“ โรส!! ” อมรวิสุทธิ์เรียกชื่อของนักร้องสาวเพื่อดึงความสนใจ ซึ่งขณะเดียวกันกับที่สาริสาผลักประตูเพื่อเดินออกไปยังด้านนอก

“ คุณมีธุระอะไรกับผม ? ” หนุ่มใหญ่ถามอดีตคนรัก

“ ทำไมคุณถึงใช้อำนาจบีบให้ลูกค้าเลิกจ้างงานของฉัน ?!! ” รสรินทร์เปิดประเด็นทันที หลังจากที่แน่ใจแล้วว่าสาวน้อยเดินออกไปไกลเกินกว่าจะได้ยิน

 “ นี่คุณพูดเรื่องอะไร ?!! ” อมรวิสุทธิ์ถาม

“ คุณรู้ว่าฉันหมายถึงอะไร ?!!! ” เธอย้ำ

“ เดี๋ยวนะคุณโรส…คุณหาว่าผมเป็นต้นเหตุให้พวกเขาเลิกจ้างงานอย่างนั้นสิ!! ” เขาว่า

“ ทำอย่างกับว่าคุณไม่เคยใช้อำนาจบีบบังคับใครอย่างนั้นแหละ!! ” รสรินทร์ถลึงตาใส่

“ ใช่!! แต่ไม่ใช่กับคุณ… ” เขาย้ำ ทว่าหญิงสาวทำท่าราวกับไม่เชื่อ หนุ่มใหญ่จึงอธิบายต่อ

“ …ทำไมคุณไม่ลองถามตัวเองดูล่ะว่า มันอาจเป็นเพราะคุณเองหรือเปล่า…บางทีคงไม่มีใครอยากจะจ้างคนที่มีภาวะทางด้านอารมณ์มาร่วมงานด้วย…โดยเฉพาะกับคนที่พยายามจะเอามีดมากรีดหน้าคนอื่นหรอก!! ” อมรวิสุทธิ์ชี้นิ้วไปที่เธอ

“ ใช่สิ!! คนอื่นที่คุณว่า นั่นคือ ลูกสาวของคุณไง!! ” รสรินทร์บอก

“ นี่คุณจะกล่าวหาผมให้ได้เลยใช่ไหม ?!! ว่าผมเป็นคนบังคับให้คนอื่นเลิกจ้างงานคุณ ” เขาถาม

“ ก็เห็นๆ อยู่!! ” หญิงสาวพูดพลางกอดอก

อมรวิสุทธิ์มองหน้าเธออย่างเหลืออด แต่แล้วกลับแค่นหัวเราะออกมา ราวกับรู้ดีว่าจากนี้ไปเขาควรจะทำอย่างไร

“ ดี…ถ้าอย่างนั้นผมจะให้คุณได้รู้ว่า เวลาที่ผมใช้อำนาจบีบบังคับจริงๆ ขึ้นมา…มันเป็นยังไง!! ” ครั้นพูดจบ หนุ่มใหญ่จึงเอื้อมมือไปกดปุ่มสีแดงใต้ลิ้นชักโต๊ะ เพื่อเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยเข้ามา

“ คุณอมร!!! คุณจะทำอย่างนี้กับฉันไม่ได้นะ!!! ” รสรินทร์โวยวายทันทีหลังจากที่โดนยามพาตัวออกไป

“ ปล่อยฉันนะ!! ปล่อย!! ” เธอร้องสั่ง

อมรวิสุทธิ์มองหน้านักร้องสาวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเห็นหน่วยรักษาความปลอดภัยพาตัวเธอออกไปพร้อมกับประตูห้องที่กำลังปิดลง

หนุ่มใหญ่ต่อสายตรงหาป้าติ่งเพื่อให้มาพบโดยทันที ขณะเดียวกับที่สาริสาวิ่งเข้ามาในห้องเมื่อเห็นรสรินทร์ถูกลากตัวออกไป

“ เกิดอะไรขึ้นคะพ่อ ?? ทำไมเธอถึง… ” สาวน้อยร้องถาม แต่ไม่ทันที่เธอจะพูดจบอมรวิสุทธิ์ก็พูดแทรกขึ้นมา

“ ลูกไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น จากนี้ไปทำตามที่พ่อและป้าติ่งบอกก็พอ!! ” เขาพูด

นักร้องสาวนิ่งไม่ถามอะไรต่อจากนั้น นอกจากครุ่นคิดถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น และกำลังจะเกิดขึ้นตามมา

ช่วงเวลาไม่นาน ป้าติ่งก็มาถึงที่โรงแรมตามที่ได้นัดหมายไว้ จากนั้นอมรวิสุทธิ์จึงมองหน้าลูกสาว และหันมาที่ผู้จัดการส่วนตัวของเธอก่อนที่จะเริ่มเปิดประเด็น

“ เมื่อครู่โรสมาที่นี่ เขากล่าวหาว่าผมใช้อำนาจบีบคนให้เลิกจ้างงาน ” หนุ่มใหญ่พูด

“ ต๊ายย!! อีนางโรส…หล่อนคิดไปได้นะยะ ” ป้าติ่งบ่นราวกับโกรธแค้นแทนอมรวิสุทธิ์ที่ถูกใส่ความ

“ แต่ผมคิดว่า ผมควรจะทำอย่างที่เขาว่าจริงๆ ” ชายหนุ่มพูดขึ้นในที่สุด

ป้าติ่งและสาริสามองหน้ากัน พลางงุนงงในสิ่งที่เขากล่าว

“ ท…ทำไมล่ะคะคุณพ่อ ทำไมไม่ปล่อยให้สังคมลงโทษเขาเองล่ะคะ ?? ” สาวน้อยถาม

“ ลูกรู้อะไรไหมซีรี…พ่อเป็นคนสร้างเขาขึ้นมา และพ่อก็ไม่มีวันที่จะยอมให้คนที่พ่อเคยสร้าง มาทำร้ายลูกของพ่อได้ ” อมรวิสุทธิ์มองหน้าลูกสาว ก่อนที่จะพูดต่อ

“ คุณติ่ง…เพลงต่อไปของซีรีที่กำลังอัดอยู่ไปถึงไหนแล้ว ?? ” เขาถาม

“ ก็…ยังอยู่ในช่วงเลือกเพลงค่ะว่า จะเริ่มอัดเพลงไหนก่อนดี ” ผู้จัดการดาราตอบ

“ ทำเพลง ในดวงมาน ขึ้นมาใหม่ได้ไหม ? ” หนุ่มใหญ่ถามอีกครั้ง

สาริสามองบิดาของเธออย่างแปลกใจ ระคนรู้สึกตกใจเล็กน้อย

“ ทำไมต้องเป็นเพลงนี้ล่ะคะ ? ” เธอถาม

อมรวิสุทธิ์ยิ้มให้ ก่อนจะบอกบุตรสาวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“ สมัยที่โรงแรมนี้สร้างเสร็จใหม่ๆ ใครๆ ต่างก็ชอบมานั่งทานข้าว พักผ่อน และมานั่งฟังเพลงที่วงดนตรีของพ่อเล่นกันทุกคืน รวมไปถึงแขกเหรื่อที่มาเข้าพัก…ปู่ของลูกเป็นคนใจดี เขาสร้างโรงแรมนี้ขึ้นมาโดยหวังว่าจะให้พ่อช่วยบริหาร และระหว่างนั้นก็อนุญาตให้พ่อทำสิ่งที่รักควบคู่กันไป เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจที่นักร้องชื่อดังส่วนใหญ่ต่างมีจุดเริ่มต้นมาจากที่นี่ รวมไปถึงโรส รสรินทร์… ” หนุ่มใหญ่ระลึกความหลังเมื่อครั้งที่พบกับนักร้องสาวเป็นครั้งแรก

“ …ตอนนั้นเธอเพิ่งจะอายุสิบแปดปี มีน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ร้องได้ทั้งเพลงไทยและสากล เป็นที่ถูกอกถูกใจกับลูกค้าที่เข้ามาฟัง รวมถึงพ่อที่หลงใหลในน้ำเสียงของเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยิน จนถึงขนาดแต่งเพลงให้เธอร้องตั้งมากมาย และในดวงมานก็เป็นหนึ่งในเพลงเหล่านั้น…ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากเพลงนี้ได้ถูกขับร้องออกไป จะสร้างชื่อเสียงให้กับเธอได้มากมายขนาดนี้ ” อมรวิสุทธิ์เล่าเรื่องราวความประทับใจในครั้งนั้นให้ลูกสาวฟัง

“ คุณพ่อกับโรสเคย…คบกันเหรอคะ ? ” สาวน้อยถาม

“ ใช่!! เราเคยคบกัน ก่อนที่พ่อจะเจอกับแม่ของลูก ” หนุ่มใหญ่นิ่งไป

ป้าติ่งและสาริสาสังเกตได้ถึงสีหน้าของอมรวิสุทธิ์ที่บ่งบอกถึงความโศกเศร้าที่กำลังเข้ามา

“ และตอนนี้ลูกก็จะต้องเป็นคนที่ร้องเพลงนี้แทนเขา ” หนุ่มใหญ่กล่าวขึ้น

“ ดีเลยค่ะ!! เพลงเก่านำมาทำใหม่ ต้องไฉไลกว่าเดิมแน่ๆ ” ป้าติ่งว่า

“ ต…แต่มันจะยิ่งทำให้เขาเกลียดหนูมากขึ้นนะคะ ” สาวน้อยรีบบอก

“ ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะน้องซีรี ตราบใดที่มีป้าติ่งคนนี้อยู่ ป้ารับรองว่าจะไม่ให้ใครมาทำร้ายน้องซีรีของป้าเป็นอันขาด ” เกย์สาวรุ่นใหญ่รับปาก

“ น…หนูไม่เข้าใจ ทำไมคุณพ่อถึงอยากจะทำร้ายเขานักล่ะคะ ?? ” สาริสาถาม เพราะเห็นถึงความไม่ยุติธรรม

“ พ่อไม่ได้ทำร้าย แต่พ่อแค่อยากให้เขารู้ว่าถ้าพ่อจะใช้อำนาจลงมืออย่างที่เขากล่าวหาจริงๆ มันจะเป็นยังไง ” อมรวิสุทธิ์พูดขึ้นพลางยิ้มให้ลูกสาว ก่อนที่จะหันไปบอกกล่าวกับป้าติ่ง

“ …ถ้าอย่างนั้นตกลงตามนี้นะครับ ผมฝากด้วยละกัน ” หนุ่มใหญ่ส่งยิ้มให้เขาอีกคน

“ ด้วยความยินดีค่ะ!! ไม่ถึงอาทิตย์ เพลงนี้ต้องออกสู่สาธารณะชนอย่างแน่นอน ” ผู้จัดการดารากล่าวด้วยท่าทีที่มั่นใจ

ถึงแม้อมรวิสุทธิ์และป้าติ่งจะเชื่อมั่น และยินดีในสิ่งที่กำลังจะทำ แต่ทางด้านสาริสากลับไม่รู้สึกอย่างนั้น เธอรู้สึกสงสารรสรินทร์ขึ้นมาอย่างจับใจ สาวน้อยรู้ดีว่าผลที่ได้จะเป็นอย่างไรหากบิดาของเธอต้องลงมือ

ตามธรรมชาติของสาววันศุกร์ ความอ่อนไหวและขี้สงสารมีอยู่ในสัญชาตญาณของตนไม่ว่าจะกับมิตร หรือศัตรู แม้ว่าผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าจะเป็นฝั่งของนักร้องสาวดาวรุ่งมาโดยตลอด แต่เมื่อสุดท้ายหากเกมนี้สิ้นสุดลง สาวน้อยก็คงไม่รู้สึกภาคภูมิใจอะไรกับชัยชนะที่ตนจะต้องได้รับ

+++++++++++++++++++++++++++++

 

ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ SistaCafe Facebook
SistaCafe เว็บไซต์รวบรวมบทความสำหรับผู้หญิง https://sistacafe.com
♥ ดาวน์โหลด App SistaCafe ฟรีได้แล้ววันนี้! ♥
iOS : AppStore
Android : PlayStore

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...