โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฟชั่น บิวตี้

เดี๋ยวมัน เดี๋ยวแห้ง เดาใจไม่ถูก! 7 วิธีดูแล ' ผิวมันขาดน้ำ ' ปรับสมดุลผิวให้ไม่มันเยิ้ม ไม่แห้งลอก

SistaCafe

อัพเดต 28 ม.ค. 2564 เวลา 02.54 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2564 เวลา 08.00 น. • Pearrisa

   

โอ๊ยยย เดี๋ยวก็ผิวแห้งจนหน้าลอก สลับกับผิวมันเยิ้มเป็นกระทะทอดไข่ บอกตรงๆ ว่าเดาใจกับน้องผิวไม่ถูกแล้วนะเนี่ย 【・ヘ・?】
ขอถามหน่อยสิว่าสาว SistaCafe แต่ละคนมีปัญหาผิวอะไรที่มันกวนใจเธออยู่ตอนนี้บ้างคะ??? บางคนก็อาจตอบว่าเป็นสิว ริ้วรอย ผิวหมองคล้ำ ผิวแห้ง ผิวมัน ฯลฯ ถ้าปัญหาผิวมันมาทีละเรื่องทีละอย่างก็ยังพอหาทางรักษาได้ง่ายอยู่หรอกนะ แต่มีใครที่เจอกับ‘ ผิวแห้ง ’ และ ‘ ผิวมัน ’ เล่นงานพร้อมกันๆ แบบเราบ้างรึเปล่า… ก็เวลาปกติผิวทั้งแห้ง แตก ลอกเป็นขุยๆ จนดูน่าเกลียด แต่พอทาสกินแคร์เติมความชุ่มชื้นให้ผิว ก็กลับทำให้ผิวมันเยิ้มจนผิวอุดตันและกลายเป็นสิวอักเสบเม็ดเป้งตามมาซะงั้น #งงนะแม่

ถ้าสาวคนไหนกำลังเจอสภาวะผิวแห้งสลับกับผิวมันแบบนี้อยู่ นี่ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอกำลังเจอปัญหา ‘ ผิวมันขาดน้ำ ’ อยู่ก็ได้นะ เพราะคนที่มีผิวมันขาดน้ำจะหน้ามันหนักช่วง T-zone บริเวณหน้าผาก จมูก และคาง แต่ถึงแม้ว่าผิวจะมีน้ำมันส่วนเกินเคลือบผิวจนแวววาวเหมือนหนังปลาทู แต่ผิวบางส่วนก็ยังแห้งลอกอยู่ดี บอกเลยว่าใครที่มีปัญหาผิวอย่างที่เราบอกไปก็ต้องรีบบำรุงผิวกันด่วนๆ เลยนะ ไม่งั้นผิวได้พังหนักจนเกินเยียวยาแน่ๆ ทางเราเองก็ไม่พลาดที่จะรวม 7 วิธีดูแล ‘ ผิวมันขาดน้ำ ’ มาให้ได้ลองทำตามกัน ซึ่งวิธีเหล่านี้จะช่วยปรับสมดุลผิวให้ไม่มันเยิ้มเกินไป และไม่แห้งขาดน้ำอีกต่อไปด้วยนะ
.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆

  

❶ เลือกใช้คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนต่อผิว

สเต็ปดูแลผิวสำคัญที่สาวๆ ต้องทำเป็นประจำทุกวัน แต่บางคนอาจจะเผลอมองข้ามไปหรือไม่ได้ใส่ใจสักเท่าไหร่ ก็คือการทำความสะอาดผิวหน้านี่แหละค่ะ เพราะคนส่วนใหญ่มักจะไปโฟกัสกับการโบก
สกินแคร์เพื่อแก้ปัญหาผิวกันมากกว่า แต่ในขั้นตอนการทำความสะอาดผิวจะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรก เหงื่อ ความมัน และคราบเครื่องสำอางออกไปจากผิว ไม่ให้เกิดการอุดตันและการอักเสบตามมานั่นเอง สำหรับสาวผิวมันขาดน้ำที่มีปัญหาทั้งผิวแห้งและผิวมัน ก็แนะนำให้เลือกใช้ คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนต่อผิว ที่เน้นช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวจะดีกว่านะ แบบนี้เวลาล้างหน้าทำความสะอาดผิว จะได้ช่วยขจัดสิ่งสกปรกได้อย่างล้ำลึก แต่ไม่ทำลายน้ำมันตามธรรมชาติที่เคลือบอยู่บนผิวจนทำให้ผิวแห้งยังไงล่ะ

   

❷ อย่าลืมตบเอสเซนส์เข้าผิวหลังล้างหน้า

หลังล้างหน้าทำความสะอาดผิวเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณสาวๆ ก็อย่าเพิ่งใจร้อน รีบทาครีมบำรุงผิวกันไปก่อนนะคะ เพราะว่าสเต็ปบำรุงผิวหลังล้างหน้าที่จะกด Skip ข้ามไปไม่ได้เด็ดขาดเลยก็คือ การตบเอสเซนส์ / โทนเนอร์เข้าผิว นั่นเอง เพราะคนที่มีผิวมันขาดน้ำก็จะสัมผัสได้ว่าผิวหน้าของตัวเองแห้งกร้านเบอร์แรง เวลาทาสกินแคร์ก็อาจจะทำให้เนื้อครีมไม่สามารถซึบซามเข้าสู่ผิวได้ดีเท่าที่ควร เจ้าเอสเซนส์ / โทนเนอร์ที่ใช้ทาหรือเช็ดผิวหลังล้างหน้าก็จะช่วยปรับสมดุลผิว และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มน้ำ ผิวของเราเลยพร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อๆ ไป ดังนั้น หลังจากที่ล้างหน้าและเช็ดผิวจนแห้งหมาดๆ แล้ว ก็ให้ทาเอสเซนส์ต่อทันทีได้เลยค่ะ เพราะช่วงเวลาที่ผิวยังไม่แห้งสนิทจะดูดซึมเอสเซนส์ได้ดีสุดๆ ไปเลย

   

❸ มาสก์หน้าเป็นประจำเพื่อเติมความชุ่มชื้น

‘ แผ่นมาสก์หน้า ’ ถือเป็นไอเทมบำรุงผิวที่ทำให้สาวๆ รู้สึกฟินแบบสุดๆ ไปเลยใช่มั้ยล่ะ? เพราะว่าช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดีเวอร์ แถมยังช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลายเรื่องอีกต่างหาก ยิ่งเอาไปแช่ตู้เย็นก่อนหยิบมามาส์กหน้า ก็ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายสบายผิวระดับสิบไปเลยจ้าาา ซึ่งสาวซิสที่มีปัญหาผิวมันขาดน้ำก็สามารถใช้วิธีมาสก์หน้าเพื่อฟื้นบำรุงผิวได้เหมือนกันนะ เพราะว่าเวลาที่โปะแผ่นมาสก์หน้าลงบนผิวแล้วจะเหมือนมีเกราะป้องกันเคลือบอยู่ เพื่อทำให้ผิวดูดซึมสารอาหารจากเนื้อเอสเซนส์ที่มีอยู่ในแผ่นมาสก์ได้อย่างเต็มที่ แต่ขอเตือนว่า ห้ามโปะแผ่นมาสก์หน้าทิ้งไว้ข้ามคืน เชียวนะ ไม่อย่างนั้นพอแผ่นมาสก์แห้งแล้วจะดูดซับเอาความชุ่มชื้นออกจากผิวไปแบบไม่มีเหลือ ควรมาสก์หน้าแค่ 10 - 15 นาที หรือโปะแผ่นมาสก์ทิ้งไว้บนผิวตามเวลาที่ระบุไว้บนฉลากจะดีที่สุดค่ะ

   

❹ มอยส์เจอไรเซอร์… ไอเทมสำคัญที่ห้ามลืมเด็ดขาด!

สาวคนไหนที่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นสาวผิวมันขาดน้ำ เดี๋ยวผิวก็แห้งลอกเป็นขุย เดี๋ยวผิวก็มันเยิ้มเกินเบอร์ไปมาก ก็อย่าเพิ่งคิดเองเออเองว่าตัวเองไม่ควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์ เพราะมันจะยิ่งทำให้ผิวมันหนักกว่าเดิมไปซะล่ะ เพราะว่าถ้าไม่ยอมบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ ก็จะยิ่งทำให้ผิวขาดน้ำจนผิวแห้งกร้าน และผิวต้องผลิตน้ำมันส่วนเกินเพิ่มขึ้น เลยทำให้วงจรปัญหาผิวมันขาดน้ำมันไม่จบไม่สิ้นสักที แต่ถ้าอยากจะทามอยส์เจอไรเซอร์แบบไม่ให้อุดตันและไม่ทำให้ผิวมันเยิ้ม แนะนำให้ ลำดับสเต็ปการทาสกินแคร์ไล่จากเนื้อบางเบาไปหาเนื้อเข้มข้น โดยอาจเริ่มต้นด้วยเอสเซนส์ > เซรั่ม > ครีมบำรุง > มอยส์เจอไรเซอร์ วิธีนี้ก็จะช่วยให้สกินแคร์ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้นกว่าเดิมง่ายๆ แล้ว

   

❺ ใช้เจลแต้มสิวเฉพาะบริเวณที่เป็นสิวเท่านั้น

นอกจากสาวผิวมันขาดน้ำจะต้องจะกับสภาพผิวที่แปรปรวนเก่ง เดี๋ยวแห้ง เดี๋ยวมัน จนคาดเดาอะไรไม่ได้แล้วเนี่ย อีกหนึ่งปัญหาผิวที่จะต้องเจอกันแน่ๆ ก็คือ ‘ สิวอุดตัน ’ที่โผล่พรึ่บขึ้นบนหน้า เลยต้องใช้เจลแต้มสิวมาปราบเจ้าสิวตัวร้ายให้อยู่หมัดกันซะหน่อยแล้ว แต่สาวๆ ที่เป็นสิวก็คงจะรู้ดีอยู่แล้วว่าพวกผลิตภัณฑ์รักษาสิวทั้งหลาย พอใช้แล้วอาจกระตุ้นให้ผิวแห้งลอกได้ง่ายๆ ดังนั้น แทนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวทั่วใบหน้าก็ แนะนำให้ ใช้เจลแต้มสิวเฉพาะบริเวณที่เป็นสิวเท่านั้น จะดีกว่าค่ะ จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะยิ่งทำให้ผิวแห้งหนัก แถมยังแก้ปัญหาสิวกวนใจให้หายไปได้ไวเวอร์อีกต่างหาก

   

❻ ปกป้องผิวจากยูวีด้วยกันแดดสูตร Oil-free

ไม่ว่าคุณสาวๆ จะมีปัญหาผิวแบบไหน จะผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม หรือผิวมันขาดน้ำ ไอเทมดูแลผิวที่เรียกได้ว่าเป็น #ของมันต้องมีก็คือ ‘ กันแดด ’ที่ช่วยปกป้องผิวไม่ให้โดนทำร้ายจากแสงแดดและรังสียูวีนี่แหละแล้วที่ต้องเน้นแรงๆ เลยก็คือ ควรทากันแดดเป็นประจำทุกวัน ทั้งในวันที่ต้องออกไปลั้ลลานอกบ้าน หรือแม้แต่วันที่นั่งๆ นอนๆ อยู่แค่ในบ้านก็ตาม เพราะอย่าลืมสิว่ายูวีมีอยู่ทุกที่ ทั้งหลอดไฟ หน้าจอคอมฯ หรือหน้าจอสมาร์ทโฟนที่จ้องกันแทบจะตลอดทั้งวัน ก็สามารถปล่อยรังสียูวีออกมาทำร้ายผิวได้เหมือนกัน สาวผิวมันขาดน้ำที่อยากจะหากันแดดดีๆ สักตัวมาใช้ปกป้องผิว ก็ขอให้เลือกกันแดดสูตร Oil-free ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน และไม่ก่อให้เกิดการอุดตันมาใช้ทาผิวในทุกๆ วันได้เลย

  

❼ หันมากินอาหารที่มี ‘ กรดไขมัน ’ มากขึ้น

วิธีการดูแลผิวมันขาดน้ำให้กลับมาสมดุลได้อีกครั้ง นอกจากจะใส่ใจในสเต็ปการทำความสะอาดผิว และขยันทาสกินแคร์อย่างสม่ำเสมอแล้วเนี่ย เรื่องอาหารการกินก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กันเลยนะ แล้วถ้าอยากจะเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มน้ำจากภายใน ก็อย่าลืมหันมา กินอาหารที่มีกรดไขมันดีอย่างโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6ให้มากขึ้น เช่น ปลาแมคคอเรล ปลาแซลมอน ธัญพืช ถั่ว ฯลฯ เพราะกรดไขมันจากอาหารเหล่านี้จะเข้าไปช่วยสร้างน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ เลยหมดปัญหาผิวแห้งกร้านขาดน้ำไปแบบชิลล์ๆ ฉะนั้น ถ้าอยากกินเพื่อผิวสวยก็ต้องเลือกกินตามที่เราบอกไปให้ไวเลย

  

.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆.⋆
ต่อให้ปัญหาผิวจะแก้ยากขนาดไหน แต่ถ้าสาวๆ รู้ตัวไวแล้วรีบลงมือแก้ไขเร็วก็เชื่อสิว่าแก้ได้แน่นอน! แล้วใครที่เจอกับปัญหาผิวทั้งมันและแห้งในเวลาเดียวกัน จนไม่รู้ว่าจะดูแลผิวยังไง? หรือใช้ครีมชนิดไหนดี? ก็ต้องลองทำตาม วิธีดูแล ‘ ผิวมันขาดน้ำ ’ ที่เราลิสต์มาฝากกันวันนี้ทั้ง 7 ข้อดูแล้วล่ะ เพราะว่าแต่ละวิธีเป็นอะไรที่ทำตามได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง แถมยังช่วยปรับสมดุลผิวให้กลับมาสวย แข็งแรง ไม่มันหรือไม่แห้งจนเกินไป เพียงแค่สาวซิสใส่ใจเรื่องการทำความสะอาดผิวหน้า เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง ขยันทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำ และเลือกกินอาหารดีๆ ที่มีประโยชน์ต่อผิว เท่านี้ก็ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้กลับมาสวยใสเบอร์แรง แบบไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาผิวใดๆ อีกต่อไปแล้วล่ะ
♡(*´∀`*)人(*´∀`*)♡

   

ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ SistaCafe Facebook
SistaCafe เว็บไซต์รวบรวมบทความสำหรับผู้หญิง https://sistacafe.com
♥ ดาวน์โหลด App SistaCafe ฟรีได้แล้ววันนี้! ♥
iOS : AppStore
Android : PlayStore

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...