โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ทรัมป์” ขึ้นภาษีนำเข้า “เหล็ก-อะลูมิเนียม” เป็น 50% มีผล 4 มิ.ย.นี้

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 31 พ.ค. 2568 เวลา 02.46 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2568 เวลา 02.46 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศแผนการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจาก 25% เป็น 50% ระหว่างการปราศรัยที่โรงงานของบริษัท ยูเอส สตีล (US Steel) ในเมืองมอน วัลเลย์ รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมาตรการใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 มิถุนายน 2568

ทรัมป์ ระบุว่า การขึ้นภาษีดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษาความมั่นคงของอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ และจะครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียมด้วย โดยกล่าวย้ำว่า อุตสาหกรรมเหล็กเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงของชาติ และมาตรการภาษีใหม่นี้จะเป็นกลไกในการปกป้องแรงงานและผู้ผลิตภายในประเทศ

นอกจากนี้ ทรัมป์ได้กล่าวชื่นชมข้อตกลงมูลค่า 1.49 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างบริษัทนิปปอน สตีล (Nippon Steel) จากญี่ปุ่น และยูเอส สตีล โดยมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวเชิงบวกที่จะช่วยรักษาตำแหน่งงานของแรงงานชาวอเมริกัน และส่งเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ

ทั้งนี้ หุ้นของบริษัทคลีฟแลนด์-คลิฟส์ (Cleveland-Cliffs Inc) ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นถึง 26% หลังตลาดปิดทำการ เนื่องจากนักลงทุนมองว่ามาตรการภาษีใหม่นี้จะส่งผลดีต่อผลประกอบการในอนาคตของบริษัท

อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากทรัมป์กล่าวหาจีนว่าละเมิดข้อตกลงที่เคยให้ไว้กับสหรัฐฯ เกี่ยวกับการลดภาษีและข้อจำกัดทางการค้าสำหรับแร่ธาตุสำคัญ ซึ่งอาจยิ่งเพิ่มระดับความตึงเครียดในความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศ

รายงานจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ เป็นผู้นำเข้าเหล็กรายใหญ่ที่สุดของโลก (ไม่รวมสหภาพยุโรป) โดยในปี 2567 มีปริมาณนำเข้าเหล็กสูงถึง 26.2 ล้านตัน ซึ่งหมายความว่ามาตรการภาษีใหม่นี้อาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อทั้งราคาในตลาดเหล็ก และต้นทุนของภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภคภายในประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...