โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ไต๋เรือ’ยัน‘เรือไทย’ไม่ล้ำแดนพม่า-มีเครื่อง VMS แจ้งเตือน

แนวหน้า

เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2567 เวลา 17.00 น.

‘ไต๋เรือ’ยัน‘เรือไทย’ไม่ล้ำแดนพม่า-มีเครื่อง VMS แจ้งเตือน

2 ธันวาคม 2567 นายทวี แพใหญ่ นายกสมาคมประมงจังหวัดพังงา พร้อมด้วยนายมนัสศักดิ์ ยวนแก้ว ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 บ้านน้ำเค็ม และนายวรวุฒิ ชัยธนะวิวรรธ ผู้ช่วย สส.ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล พรรคประชาชน ภูเก็ต เขต 3 ลงพื้นที่บ้านน้ำเค็มหมู่ 2 ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เพื่อติดตามและให้กำลังใจกับญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือประมงไทยถูกเรือทหารพม่ายิงมีผู้ได้รับบาดเจ็บและมีคนไทยจมน้ำเสียชีวิต 1 ราย ส่วนลูกเรืออีก 31 ชีวิต เรือ ส.เจริญชัย 8 ถูกทหารพม่าจับกุมซึ่งยังไม่ทราบชะตากรรมว่าเป็นไร ทำให้ญาติที่อยู่ของประเทศไทยรู้สึกเป็นห่วงเพราะขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อกันได้จึงต้องการให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการเร่งประสานงานระหว่างประเทศให้นำคนที่ถูกจับกลับมายังประเทศไทย

นายทวี กล่าวว่า ทางชาวประมงจังหวัดพังงาได้รับความเดือดร้อนหลังจากเรือประมงในจังหวัดพังงา ถูกพม่าจับซึ่งตอนนี้หลังจากเกิดเหตุมีชาวประมงจำนวน 1 รายเสียชีวิตและลูกเรือจำนวน 31 คนถูกจับจึงอยากฝากถึงรัฐบาลช่วยในการดำเนินนำตัวลูกเรือที่ถูกจับกลับมายังประเทศไทยซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่าคนที่ถูกจับไปจะเป็นอย่างไรบ้างทำให้ญาติพี่น้องรู้สึกเป็นห่วง ซึ่งการประชุมประมงทุกครั้งได้แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ชาวประมงที่ทำประมงในทะเลต้องจับปลาในทะเลฝั่งน่านน้ำประเทศไทยเพราะปลาในประเทศไทยก็ยังมีจำนวนมากสามารถประกอบอาชีพได้ซึ่งหลังจากนี้ทางสมาคมประมงจะทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือลูกเรือ 31 คนกลับมายังประเทศไทยต่อไป

นายวรวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการยื่นเรื่องเข้าคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและปฏิรูปประเทศ โดยมี สส. รังสิมันต์ โรม เป็นประธาน ซึ่งการยื่นหนังสือในครั้งนี้เพื่อช่วยเหลือลูกเรือจำนวน 31 คนกลับมายังประเทศไทยให้ได้โดยเร็ว โดยจากการลงพื้นที่ได้สอบถามจากผู้เสียหาย และได้สอบถามจากไต๋เรือหลายคนได้เข้าไปหาปลาในเขตที่ไม่ได้รุกล้ำชายแดน ซึ่งตนเองและทางสมาคมประมงจะยื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและปฏิรูปประเทศ เบื้องต้นจะต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายเพื่อที่จะยื่นให้กับคณะกรรมการความมั่นคงในการสะสางปัญหาและข้อสงสัยทุกประเด็น โดยมองว่าทางรัฐมนตรีกลาโหมไม่สมควรออกมาพูดว่าทางเรารุกล้ำแนวเขตน่านน้ำประเทศพม่า

ทั้งนี้ ชาวประมงทราบกันดีว่าเรือประมงทุกลำจะมีเครื่อง VMS แจ้งเตือนอยู่แล้วเวลาเรือที่รุกล้ำไปในแนวเขตอุทยานและน่านน้ำที่เข้าไปไม่ได้ โดยไต๋เรือทุกลำยืนยันมาแล้วว่าไม่มีเรือลำไหนเข้าไปทำการประมงในประเทศเพื่อนบ้านอย่างแน่นอน ซึ่งจากการสอบถามชาวประมงเรื่องที่เป็นไปได้ก็น่าจะเป็นพื้นที่พิพาทที่ไม่ชัดเจนว่าทางเราได้ลุกล้ำหรือไม่ ตนเองคิดว่าจากกรณีที่ทหารพม่าใช้อาวุธปืนยิงเรือประมงไทยซึ่งยิงเข้าห้องโดยสารเรือจนทำให้ไต๋เรือเกือบเอาชีวิตไม่รอดซึ่งมองว่าทหารพม่าทำเกินกว่าเหตุ แม้ว่าทหารไทยกับทหารพม่าได้มีความสัมพันธ์อันดีกัน และนอกจากนี้ทางชาวประมงที่ต้องสูญเสียลูกชายไปและลูกเรือประมงถูกจับพร้อมลูกเรือ 31 คน โดยต้องการให้รัฐมนตรีกลาโหมเร่งนำชาวประมง 31 คนกลับมาประเทศไทยโดยเร็ว

ส่วนนายชัยธวัฒน์ วิวัฒน์ อายุ 67 ปี พี่ชายของนายสมปอง วิวัฒน์ กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวว่าน้องชายโดนจับไปเมื่อช่วง 2 ถึง 3 วันตนเองรู้สึกเป็นห่วงอย่างมากทำให้นอนไม่หลับได้แต่คิดอยู่เรื่อยๆเพราะน้องชายตนเองไม่สบายป่วยเป็นโรคหัวใจ เพราะตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าได้รับประทานยาหรือเปล่าเพราะไม่สามารถติดต่อได้ จึงฝากถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเจรจาเพื่อนำคนไทย 4 คนและลูกเรือ 27 คนกลับมายังประเทศอย่างปลอดภัย ซึ่งน้องชายตนเองประกอบอาชีพการทำประมงไม่ต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งหลังจากเกิดเหตุก็ได้ติดต่อน้องชายผ่านโทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ สิ่งที่ตนเองเป็นห่วงน้องชายจึงอยากให้กลับมายังประเทศไทยโดยเอง ปกติน้องชายเป็นคนนิสัยดีเพราะเหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบและจะไม่สุงสิงกับใครทำแต่งานนอนอยู่บนเรือ ด้วยความที่พี่ชายเป็นห่วงได้จุดธูปเทียนขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยเหลือน้องชายที่ถูกทหารพม่าจับกลับมายังประเทศไทยให้ได้โดยเร็วแม้ว่าความหวังในครั้งนี้จะนานหรือช้าก็ยังรอน้องชายกลับมา ///-005

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...