โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

วิเคราะห์ผลกระทบ "คลิปเสียง แพทองธาร-ฮุนเซน"

Thai PBS

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 07.45 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 07.42 น. • Thai PBS
วิเคราะห์ผลกระทบ “คลิปเสียง แพทองธาร-ฮุนเซน” อาจถูกใช้เป็นหลักฐานระหว่างประเทศ ไทยควรรับมืออย่างไร

จากกรณีคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่หลุดออกสู่สาธารณะ ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองและกฎหมายระหว่างประเทศ โดย ผศ.ธนภัทร ชาตินักรบ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ว่า กรณีนี้ควรถูกพิจารณาใน 2 มิติหลัก ได้แก่ กระบวนการการเจรจา และ เนื้อหาที่อยู่ในบทสนทนา

คลิปเสียง กับข้อกฎหมายระหว่างประเทศ

ในแง่ของกฎหมายระหว่างประเทศ การที่ผู้นำประเทศหนึ่งพูดคุยกับผู้นำอีกประเทศหนึ่ง ถือว่ามีน้ำหนักในทางกฎหมายอย่างมาก ตาม อนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา (1969) โดยเฉพาะใน ข้อ 7 ซึ่งระบุให้คำพูดหรือการดำเนินการของบุคคล 3 กลุ่ม ได้แก่ ประมุขของรัฐ, หัวหน้าฝ่ายบริหาร (นายกรัฐมนตรี) และรัฐมนตรีต่างประเทศ สามารถถือเป็นการแสดงเจตจำนงของรัฐในเวทีระหว่างประเทศได้

ดังนั้น แม้ว่าจะเป็นการพูดคุยในลักษณะ "ส่วนตัว" หากผู้พูดดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็อาจถูกตีความว่ามีผลผูกพันต่อประเทศต้นทางได้ โดยเฉพาะเมื่อมีการใช้ถ้อยคำที่อาจตีความได้หลากหลาย เช่น ประโยคว่า "อยากได้อะไรให้บอก" ที่อาจถูกหยิบยกไปตีความเป็นการเปิดช่องเจรจาเชิงยอมอ่อนข้อ ซึ่งในบริบทของข้อพิพาทเขตแดนไทย-กัมพูชา ถือว่าอันตรายและสุ่มเสี่ยง

คลิปหลุด ผลทางการเมือง หรือเครื่องมือเจรจา

แม้เนื้อหาหลักในคลิปจะมุ่งไปที่ประเด็น เปิด-ปิดจุดผ่านแดน มากกว่าการพูดถึงเขตอำนาจศาลโลกหรือข้อพิพาทเชิงอาณาเขตโดยตรง แต่ ผศ.ธนภัทร ระบุว่า ในอดีตมีหลายกรณีที่ คำพูดของผู้นำหรือรัฐมนตรีต่างประเทศ ถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในการพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ได้ ซึ่งแม้ไทยจะยังไม่ยอมรับเขตอำนาจของ ICJ อย่างเป็นทางการในกรณีล่าสุดนี้ แต่กัมพูชาอาจยื่นฟ้องหรืออ้างอิงคลิปเสียงดังกล่าวในอนาคตได้ หากบริบทหรือข้อพิพาทมีความซับซ้อนขึ้น

บทบาทกระทรวงการต่างประเทศ รับมือเชิงรุก

สิ่งที่น่าสังเกตคือการตอบสนองของกระทรวงการต่างประเทศที่ค่อนข้างรวดเร็ว โดย ออกแถลงการณ์ประณามการเผยแพร่คลิปเสียงอย่างเป็นทางการ และย้ำว่า "การเจรจาดังกล่าวไม่ใช่ท่าทีของรัฐบาลไทย" พร้อมทั้งเรียกทูตกัมพูชามารับหนังสือคัดค้าน

ข้อกังวลต่อกระบวนการและการจัดการภายในทีมเจรจา

อีกจุดวิพากษ์วิจารณ์สำคัญคือ กระบวนการเจรจาที่เกิดขึ้นในลักษณะ “ยกหูคุยเอง” โดยไม่มีการปรึกษาทีมที่ปรึกษาด้านนโยบายระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานความมั่นคง ผศ.ธนภัทร ระบุว่า การเจรจาในช่วงที่ไทยและกัมพูชามีข้อพิพาทกัน ไม่ควรตกอยู่ในดุลยพินิจของบุคคลเพียงคนเดียว โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้มาจากมติของทีมเจรจาหรือคณะผู้แทนที่จัดตั้งอย่างเป็นทางการ เช่น "ทีม Thailand" ที่เพิ่งถูกแต่งตั้งขึ้น

ไทยควรเตรียมรับมืออย่างไร

1. แยกบทสนทนาออกจากนโยบายรัฐ ไทยต้องยืนยันชัดเจนว่าการพูดคุยนั้นเป็นลักษณะส่วนตัว ไม่ใช่เจตนารมณ์ของรัฐ และไม่อาจผูกพันในทางกฎหมายได้

2. ระวังถ้อยคำผู้นำ ผู้นำรัฐบาลควรมีที่ปรึกษาทางกฎหมายระหว่างประเทศคอยตรวจสอบถ้อยคำหรือช่องทางการสื่อสารกับต่างประเทศ โดยเฉพาะในบริบทที่ละเอียดอ่อน

3. เสริมบทบาทกระทรวงต่างประเทศ ให้เป็นศูนย์กลางการเจรจาทุกครั้งอย่างเป็นทางการ และรับผิดชอบการสื่อสารออกสู่ต่างประเทศ

4. เตรียมมาตรการทางกฎหมายและทูต หากกัมพูชาเดินหน้านำคลิปเสียงไปใช้เป็นข้ออ้างในเวทีระหว่างประเทศ ไทยควรมีทีมกฎหมายระหว่างประเทศพร้อมชี้แจงว่าไม่ได้เป็นท่าทีของรัฐไทย

อ่านข่าว : บุกโมเดิร์นเทรดชื่อดัง ยึดเหล็กตกเกรด กว่า 99 ตัน

ผู้ว่าฯ พระตะบอง ส่งเอกสารปิดผนึกถึงผู้ว่าฯ จันทบุรี

นายกฯ แบ่งงานใหม่ "ภูมิธรรม" ดูมหาดไทย แทน "อนุทิน"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

คืนศักดิ์ศรีความเป็น "มนุษย์" ครบ 3 ปี บังคับใช้พ.ร.บ.ทรมาน ฯ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คพ.ดีลญี่ปุ่น ขอร่วมตรวจน้ำในเขตเมียนมา แก้ปมสารหนูปนเปื้อนแม่น้ำกก

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมศิลป์ รับมอบโบราณวัตถุ 53 ชิ้น ตามพินัยกรรมอดีตทหารสหรัฐฯ

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ราชกิจจาฯ ประกาศ ระเบียบเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับใหม่

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...