โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เต้นกันมา 400 ปีแล้ว! ‘อาวะโอโดริแห่งโทคุชิม่า’ การเต้นรำอันเป็นเอกลักษณ์ที่อยู่คู่ญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน!

conomi

อัพเดต 01 ก.พ. 2567 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2567 เวลา 00.00 น. • conomi.co

เทศกาลโอบงเป็นเทศกาลรำลึกถึงบรรพบุรุษในวัฒนธรรมญี่ปุ่น จะจัดขึ้นช่วงเดือน ก.ค.ถึงเดือน ส.ค. ซึ่งตรงกับหน้าร้อน ในเทศกาลโอบงจะมีกิจกรรมรำวงที่เรียกว่า “บงโอโดริ” ซึ่งจะขึ้นทั่วประเทศญี่ปุ่น แต่บงโอโดริที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่นจะมีอยู่สามแห่ง ได้แก่ 1. นิชิโมไน บงโอโดริ (Nishimonai Bonodori) ในจังหวัดอาคิตะ 2. กุโจ โอโดริ (Gujo Odori)ในจังหวัดกิฟุ และ 3. อาวะโอโดริ ในจังหวัดโทคุชิมะ ปัจจุบันเทศกาลอาวะโอโดริได้รับความนิยมจนมีการจัดกิจกรรมขึ้นในหลายพื้นที่ รวมไปถึงในแถบโตเกียวอีกด้วย ในบทความนี้จะชวนคุณมาทำความรู้จักกับ “อาวะโอโดริแห่งโทคุชิม่า” ต้นกำเนิดของอาวะโอโดริ!

รู้จักกับ “อาวะโอโดริแห่งโทคุชิม่า”

Awaodori

อาวะโอโดริแห่งโทคุชิม่า เป็นการร่ายรำที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 400 ปี เป็นหนึ่งในสามเทศกาลสำคัญในภูมิภาคชิโกกุ สันนิษฐานว่าอาวะโอโดริเกิดขึ้นประมาณปี ค.ศ. 1586 โดยเป็นการเต้นรำเฉลิมฉลองการก่อสร้างปราสาทโทคุชิมะ ส่วนท่าร่ายรำได้รับอิทธิพลมาจาก “โนกาคุ” (Nogaku) หรือละครโนที่เรารู้จักกันนั้นเอง สะท้อนให้เห็นว่าอาวะโอโดริมีประวัติศาสตร์อยู่คู่กับชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ว่ากันว่าในยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603 – 1868) แคว้นโทคุชิมะถึงกับออกคำสั่งห้ามการเต้นรำอยู่หลายครั้ง เนื่องจากกลัวว่าความอยากเต้นรำของชาวเมืองจะนำไปสู่การลุกฮือขึ้น และในยุคนั้นนักรบหรือซามูไรจะร่วมเต้นรำกับชาวบ้านทั่วไปไม่ได้ อาวะโอโดริจึงได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ชาวเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มพ่อค้าที่กลายเป็นผู้อุปถัมภ์ศิลปะวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้ตกทอดมาถึงทุกวันนี้

ในช่วงยุคเมจิถึงยุคไทโช (ค.ศ.1868 – 1926) ญี่ปุ่นรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามา ทำให้เริ่มมีการนำเครื่องดนตรีตะวันตก เช่น ไวโอลิน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของดนตรีประกอบการเต้นรำ และพอเข้ายุคโชวะ (ค.ศ. 1926–1989) ก็มีการจัดอาวะโอโดริขึ้นที่ย่านโคเอ็นจิในกรุงโตเกียว ทำให้อาวะโอโดริกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ กระทั่งในปี ค.ศ.1970 อาวะโอโดริก็ได้รับเลือกให้ไปแสดงในงาน Japan World Exposition ซึ่งจัดขึ้นที่โอซาก้า ทำให้ต่างประเทศเริ่มรู้จักอาวะโอโดริในฐานะวัฒนธรรมญี่ปุ่น

ประเภทของอาวะโอโดริ

Awaodori

อาวะโอโดริมีสไตล์การเต้นที่หลากหลาย แต่มีสไตล์หลักอยู่ 3 แบบได้แก่ สไตล์นงกิ สไตล์โกจาเฮ และสไตล์อาโฮะ ซึ่งแต่ละสไตล์มีจุดเด่นเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไปดังนี้

1. สไตล์นงกิ

เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1925 จากคณะเต้นรำเก่าแก่กลุ่มหนึ่ง ซึ่งชื่อเรียกก็มาจากชื่อคณะนั่นเอง มีลักษณะเด่นคือ การยืดหลัง ลดสะโพกและยืนบนปลายเท้า เป็นสไตล์การเต้นที่สนุกสนานและเข้าร่วมได้ง่ายที่สุดในสามสไตล์หลัก

2. สไตล์โกจาเฮ

เกิดจากคณะเต้นรำที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดโทคุชิมะ มีสมาชิกมากกว่า 350 คน มีลักษณะเด่นคือการเคลื่อนไหวที่ประสานกับดนตรีช้า ๆ นักเต้นจะลดสะโพกลงแทบติดกับพื้นและก้าวไปข้างหน้าด้วยการสับฝีเท้าพร้อมกับถือพัดไปด้วย

3. สไตล์อาโฮะ

เกิดคณะเต้น “เอโดะโกะเร็น” และคณะเต้น “อาโฮะเร็น” ลักษณะเด่นคือ เป็นการเต้นรำที่ดูมีพลังมากที่สุดในสามสไตล์ โดยหากเป็นนักเต้นชายจะโน้มตัวไปข้างหน้าและเต้นเป็นจังหวะพร้อมถือโคมไว้ในมือ

ความแตกต่างระหว่างชายและหญิง

Awaodori

ในการเต้นอาวะโอโดริ สมาชิกชายหญิงในคณะจะเต้นรำแยกกัน การเต้นรำของนักเต้นชายจะเน้นการเต้นรำอย่างมีชีวิตชีวา สวมชุดยูกาตะหรือฮัปปิและใส่ถุงเท้าทาบิ ในขณะที่การเต้นรำของนักเต้นหญิงจะเน้นการเต้นรำอย่างสง่างาม สวมชุดยูกาตะ งอบ และใส่รองเท้าเกี๊ยะ

อาวะโอโดริแห่งโทคุชิมะเป็นการเต้นรำที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ทรงคุณค่า เหตุผลที่ได้รับความนิยมคือ เราสามารถเอ็นจอยกับทวงท่าการเต้นที่หลากหลาย สำหรับใครที่สนใจอยากดูอาวะโอโอริของแท้ แนะนำให้ไปชมเทศกาลอาวะโอโดริ (Awa Dance Festival) โดยจะจัดขึ้นในเมืองโทคุชิม่าช่วงวันที่ 12 – 15 สิงหาคมของทุกปี เป็นเทศกาลอาวะโอโดริที่ใหญ่ที่สุด เพราะจัดขึ้นที่ต้นกำเนิดของการเต้นรำสุดสนุกนี้นั้นเอง!

สรุปเนื้อหาจาก : yomiuri-ryokou.co.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...