โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BTS วิ่งคึก 6% ตีปีกผู้โดยสารพุ่ง 30% รับรถไฟฟ้า 20 บาท ยาว 2 ปี

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 10 เม.ย. 2568 เวลา 03.16 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 เม.ย.68) ราคาหุ้น บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ณ เวลา 10:08 น. อยู่ที่ระดับ 4.80 บาท บวก 0.26 บาท หรือ 5.73% สูงสุดที่ระดับ 4.90 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 4.76 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 32.16 ล้านบาท

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีการจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสายทางในอัตรา 20 บาทตลอดสาย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2568 ว่า ในการใช้บริการประชาชนจะต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐก่อน เพื่อให้สามารถเดินทางข้ามสายรถไฟฟ้าได้โดยชำระค่าโดยสารแค่ 20 บาทไม่ว่าจะใช้กี่สายทาง เพราะช่วงเริ่มต้นประมาณ 1 ปีแรก ผู้ใช้บริการยังต้องใช้บัตร 2 ใบเดินทาง คือบัตรแรบบิทและบัตร MRT Plus รวมบัตร EMV ด้วย ดังนั้นหากไม่ลงทะเบียนรัฐก็ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้งานในการเดินทางข้ามสายได้ และคาดว่าช่วงปลายปี 2569 จะเริ่มใช้โทรศัพท์สแกนชำระค่าโดยสารโดยไม่ต้องใช้บัตร

ส่วนเอกชนที่รับงานเดินรถ คือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ในเครือ BTS จะได้รับการอุดหนุนเงินส่วนต่างค่าโดยสารจากรัฐจากการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม ซึ่งจะนำเงินจากรายได้ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่ได้รับจากส่วนแบ่งรายได้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเข้ามาไว้ในกองทุน ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 16,000 ล้านบาท

โดยประเมินไว้เบื้องต้นแล้วว่ารถไฟฟ้าทั้ง 8 สายทาง รัฐต้องชดเชยรวมประมาณ 8,000 ล้านบาทต่อปี ดังนั้นเงินของ รฟม.มีเพียงพอที่จะชดเชยได้ประมาณ 2 ปี โดยอัตราการชดเชยดังกล่าวได้รวมถึงการประเมินอัตราการเติบโตของผู้โดยสารไว้แล้วด้วย ขณะเดียวกัน ภาครัฐจะเร่งการเจรจาซื้อคืนโครงการรถไฟฟ้าให้ได้ข้อยุติภายใน 2 ปี เพื่อให้การใช้นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายมีความต่อเนื่อง

ทั้งนี้การเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่ 20 บาทตลอดสายนั้น เบื้องต้นจะให้บริการเฉพาะคนไทยก่อน เนื่องจากต้องลงทะเบียนบัตรประชาชนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐที่คาดว่าจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนได้เดือนสิงหาคมนี้ ยืนยันว่าการลงทะเบียนไม่มีความยุ่งยากซับซ้อนเพราะปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่รู้จักและใช้งานแอปพลิเคชันทางรัฐอยู่แล้ว ส่วนชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย ยังคงต้องชำระค่าโดยสารตามอัตราปกติต่อไป

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยว่า จากต้นแบบการใช้อัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วงช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่าผู้โดยสารเพิ่มขึ้นประมาณ 37% จึงคาดว่าผู้โดยสารรถไฟฟ้าในสายทางอื่น ๆ ก็น่าจะมีอัตราการเติบโตในลักษณะเดียวกัน ส่วนการเคลียร์รายได้แต่ละสายทางนั้น จะเคลียร์แบบวันต่อวัน จากนั้นจะมีการจ่ายอุดหนุนส่วนต่างค่าโดยสารให้ช่วง 2-3 วันถัดไป เพราะธนาคารกรุงไทยซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบระบบเคลียร์ริ่งเฮาส์จะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ ที่นโยบายรัฐบาลขณะนี้จะดำเนินการก่อนประมาณ 2 ปี หลังจากนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลก็ต้องรอดูนโยบายของรัฐบาลชุดต่อไปด้วย

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา ผู้อำนวยการใหญ่สายธุรกิจ MOVE และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ในเครือ บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เปิดเผยว่า บริษัทมีการประเมินเบื้องต้นว่า จำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 30% หากมีการใช้นโยบาย 20 บาทตลอดสาย

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องของอัตราส่วนการแบ่งผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นจากรายได้ปกติระหว่าง BTS และรัฐบาลซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป

โดยปัจจุบันเฉพาะส่วนสัมปทานของสายสีเขียวมีรายได้ประมาณ 19 ล้านบาทต่อวัน และรายได้ของรถไฟฟ้าสายสีชมพูอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านบาทต่อวัน และสายสีเหลืองอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านบาทต่อวัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...