โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เปิดประวัติศาสตร์เรื่องของ “นม” ในญี่ปุ่น แท้จริงแล้วคนญี่ปุ่นบริโภคนมมาตั้งแต่สมัยโบราณ!?

conomi

อัพเดต 12 ก.พ. 2567 เวลา 10.42 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2567 เวลา 12.00 น. • conomi.co

ทุกวันนี้ “นม” ถือเป็นเครื่องดื่มที่หาซื้อดื่มได้ง่าย ไม่ว่าจะเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อหรือซูเปอร์มาร์เก็ตก็จะเจอนมถูกวางจำหน่ายขายอย่างมากมายหลากหลายยี่ห้อ นอกจากนมแบบธรรมดาทั่วไปแล้ว นมพร่องมันเนย (Low Fat Milk) นมขาดมันเนย (Non Fat Milk) ก็สามารถหาซื้อบริโภคดื่มกันได้ง่ายอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นนมยังมีสารอาหารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมาย

(เครดิตภาพ: XROSSX)

ว่าแต่แล้วคนญี่ปุ่นนั้นได้เริ่มบริโภคดื่มนมมากันตั้งแต่เมื่อไรนะ? เมื่อย้อนกลับไปดูทางด้านประวัติศาสตร์จะพบได้ว่า คนญี่ปุ่นเริ่มบริโภคดื่มนมมากันตั้งแต่สมัยยุคอาสึกะ (Asuka Era ค.ศ 592 – ค.ศ. 710) หรือราว 1,400 ปีก่อนหน้าที่ผ่านมา แต่นมได้ถูกนิยมบริโภคดื่มกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มคนธรรมดาทั่วไปก็คือในสมัยเมจิ (Meiji Era ค.ศ. 1868 – ค.ศ. 1912) ก่อนอื่นเราจะมาดูกันว่าตั้งแต่สมัยอาสึกะมาจนถึงสมัยเฮฮัน (Heian Era ค.ศ. 794 – ค.ศ. 1185) ประวัติของนมเป็นอย่างไรกันบ้าง มาย้อนรอยตามไปดูกันค่ะ

สมัยโบราณกับการบริโภคดื่มนม

cow

ในช่วงปีค.ศ. 645 ผู้คนจากอาณาจักรคูดาระ (Kudara = 百済) หรือบริเวณคาบสมุทรเกาหลีในปัจจุบัน ได้เดินทางเข้าในญี่ปุ่น และมีการถวายนมให้แก่พระจักรพรรดิ หลังจากนั้นญี่ปุ่นจึงได้เริ่มการสร้างฟาร์มโคนมขึ้น โดยในยุคสมัยโบราณนั้น นมถูกผลิตขึ้นให้สำหรับเชื้อพระวงศ์ดื่มเท่านั้น ในปีค.ศ. 701 ถึงกับมีการออกกฎหมายไทโฮ (Taiho Code = 大宝律令) ซึ่งกำหนดให้สร้างโรงรีดนมขึ้นใกล้เมืองหลวง อันเนื่องมาจากที่เหล่าเชื้อพระวงศ์ต่างนิยมชื่นชอบบริโภคนมกันมาก โดยกล่าวกันว่ามีการบริโภคนมกันถึง 1-2 ลิตรต่อวัน!

ยุคสมัยเฮอัน “ยุคทองแห่งนม”

butter

ในสมัยเฮอันซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “ยุคทองของนม” เลยก็ว่าได้ เพราะเกิด “โซ” (So = 蘇) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากแปรรูปของนมวัวขึ้นมา โดยโซนั้นเกิดจากการนำเอานมวัวไปต้มจนเปื่อย มีลักษณะรสชาติคล้ายชีส ซึ่งถือว่าเป็นต้นแบบของเนยหรือชีสในปัจจุบันขึ้น จากบันทึก “หัวใจแห่งแพทย์ศาสตร์” (医心方) ซึ่งเป็นบันทึกที่เปรียบเสมือนตำราทางการแพทย์ที่เก่าที่สุดของญี่ปุ่น ได้มีการระบุกล่าวถึงนมไว้อีกด้วยว่า “นมช่วยเรื่องผิวพรรณ ทำให้ขับถ่ายคล่อง และยังมีผลช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในสมัยนั้นนมถูกจัดให้ถือว่ามีคุณสมบัติเทียบเท่ากับ “ยา”

การหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของนม

วิถีการบริโภคนมนั้นยาวนานมาตั้งแต่สมัยอาสึกะจนถึงสมัยเฮอัน โดยอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่านมถือเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมในหมู่ราชวงศ์เป็นอย่างมาก จนไม่น่าเชื่อว่าหลังจากนั้น 600 ปี บันทึกที่เกี่ยวกับนมกลับเลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ทั้งหมด! ซึ่งก็คาดกันว่าน่าจะเป็นผลมาจากความเชื่อที่เข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้นของศาสนาพุทธในญี่ปุ่นกับคำสอนทางพระพุทธศาสนาที่ว่า“ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต” รวมถึงการอ่อนกำลังลงของราชสำนัก จึงทำให้การบริโภคนมวัวได้จางหายไปจากประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

การกลับมาอีกครั้งของ “นม”

นมได้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ก็คือในสมัยยุคเอโดะ (Edo Era = ค.ศ.1603 – ค.ศ. 1868) อันเนื่องมาจากการที่ชาวต่างชาติเริ่มเดินทางเข้ามาอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นผลจากการที่โชกุนโทกูงาวะ โยชิมูเนะ (โชกุนลำดับที่ 8 จากตระกูลโทกูงาวะ) ได้รับการแนะนำจากแพทย์ชาวฮอลันดาว่า “การที่จะรักษาม้าจำเป็นที่จะต้องให้ม้าดื่มนม” จึงได้เกิดการริเริ่มทำการเลี้ยงวัวขึ้น โดยใช้พื้นที่บริเวณจังหวัดชิบะในปัจจุบันเป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงวัว ซึ่งนั่นก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของรูปแบบฟาร์มโคนมในปัจจุบัน

นมในปัจจุบันที่มีหลากหลายรูปแบบ (เครดิตภาพ: XROSSX)

ต่อมาในยุคหลังจากที่ญี่ปุ่นกลับมาเปิดประเทศ ความนิยมในการบริโภคนมก็กลับมาอีกครั้งจากอิทธิพลการบริโภคตามชาติตะวันตก แต่การที่นมวัวถูกบริโภคอย่างแพร่หลายไม่เฉพาะคนชนชั้นสูงแต่ยังรวมไปถึงกลุ่มคนธรรมดาทั่วไปนั้น เริ่มขึ้นในสมัยยุคเมจิ ช่วงปี ค.ศ. 1871 จากการที่พระจักรพรรดิเมจิได้หันมาบริโภคดื่มนมทุกวัน คนธรรมดาชาวบ้านทั่วไปก็หันมานิยมดื่มนมตามบ้าง ซึ่งการที่การนมนั้นไม่ได้ถูกจำกัดว่าต้องเป็นคนชนชั้นสูงหรือมีอายุตามที่กำหนดเหมือนในสมัยยุคโบราณ จึงถือเป็นการกระตุ้นให้การบริโภคนมนั้นได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในทุกชนชั้นเหมือนในปัจจุบันนั่นเอง

เมื่อเรามองย้อนกลับไปดูในประวัติศาสตร์ ก็ทำให้เราเรียนรู้ได้ว่านมที่ในปัจจุบันเป็นสิ่งของที่สามารถหาบริโภคดื่มกันได้อย่างสะดวกสบายง่ายดายนั้น ในอดีตถือว่าเป็นของหายากและมีค่ามาก ไม่ใช่ว่าใครก็จะสามารถที่จะหามาบริโภคดื่มกันได้ คนสมัยก่อนถ้าได้มาเกิดและเห็นว่านมในปัจจุบันถูกจัดให้เป็นของที่หาบริโภคดื่มได้ง่าย และยังมีรสชาติและรูปแบบต่าง ๆ มากมาย คงต่างพากันอิจฉาคนในยุคปัจจุบันเป็นแน่แท้ค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: mag.japaaan.com

เรียบเรียงโดย: XROSSX

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...