โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลาดขายส่งทุเรียนเบตงคึกคักชาวมาเลย์-สิงคโปร์สั่งซื้อจำนวนมาก

แนวหน้า

เผยแพร่ 05 ส.ค. 2567 เวลา 17.00 น.

บรรยากาศรับซื้อ-ขายส่งทุเรียนที่ตลาดค้าส่งในอำเภอเบตง คึกคักเป็นพิเศษ หลังพ่อค้าแม่ค้าจากมาเลเซียและสิงคโปร์ต้องการทุเรียนในไทยจำนวนมาก

วันที่ 6 ส.ค.67 บรรยากาศที่ตลาดค้าส่งทุเรียนที่ถนนนาคราชบำรุง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา มีความคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าจากประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ต่างมีความต้องการซื้อทุเรียนในประเทศไทย หลังปีนี้ผลผลิตออกมาน้อยและได้รับผลกระทบจากฝนตกต่อเนื่องในช่วงออกผลผลิต แต่ทางพ่อค้าแม่ค้ามีความต้องการทุเรียนพันธุ์พวงมณีและชะนี รวมถึงทุเรียนพื้นบ้านของอำเภอเบตง และผลไม้ชนิดอื่นๆ ซึ่งนักบริโภคทุเรียนชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ ต่างชื่นชอบรสชาติของผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์พวงมณีและพันธุ์ชะนี และทุเรียนพื้นบ้านของอำเภอเบตง ซึ่งมีรสชาติคล้ายกัน แต่ของไทยจะมีรสชาติดีกว่า จึงกลายเป็นผลไม้ที่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ ให้ความนิยมชื่นชอบเป็นอย่างมาก

แม่ค้าขายส่งทุเรียน กล่าวว่า ทุเรียนส่วนใหญ่จะเป็นการปลูกเพื่อตอบสนองความต้องการตลาดต่างประเทศ ราคาซื้อในช่วงนี้จะค่อนข้างแพง ถ้าราคาถูกจะเป็นทุเรียนประเภทตกไซส์ คือ ทุเรียนที่มีรูปร่างไม่สวยแต่เนื้อข้างในเหมือนกัน แต่ถ้าต้องการทุเรียนคุณภาพดีจะแข่งขันกันที่ราคา พ่อค้าแม่ค้าจำเป็นต้องซื้อของด้วยต้นทุนที่สูง แต่ถ้าสู้ราคาไม่ได้ก็ต้องซื้อทุเรียนประเภทตกไซส์มาขายแทน โดยทุเรียนที่ขายในประเทศไทยต้องเป็นทุเรียนคุณภาพ มีเปอร์เซ็นต์สูง 90-100 เปอร์เซ็นต์ ทุเรียนต้องแก่เท่านั้นถึงจะขายได้ แต่ถ้าส่งออกแม้ว่าจะเป็นทุเรียนที่เปอร์เซ็นต์ต่ำประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ก็สามารถขายได้ เพราะผู้บริโภคต่างประเทศนิยมบริโภคทุเรียนอ่อนกรอบ ๆ ปัจจุบันทุเรียนที่ขายตามท้องตลาดโดยเฉพาะตลาดค้าส่ง จะหาได้เฉพาะทุเรียน 80-90 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

นอกจากนี้ยังนำทุเรียนตก ไซส์นำมาแปรรูปเพื่อการส่งออก โดยมีตู้คอนเทนเนอร์หรือห้องเย็นไว้บรรจุ โดยได้รับซื้อผลทุเรียนสด แต่ตกไซส์ มีตำหนิลูกไม่สวย ซึ่งไม่สามารถจำหน่ายเป็นผลสดได้ นำมาแปรรูปโดยแกะเนื้อ ผลิตเป็นทุเรียนแช่แข็ง และเพิ่มมูลค่าโดยกระบวนการ Freeze dry ก่อนส่งจำหน่ายตลาดในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ เนื่องจากมีความต้องการบริโภคทุเรียนจากเดิมที่เคยซื้อทั้งผล เปลี่ยนเป็นการซื้อทุเรียนแบบแกะเนื้อบรรจุกล่องหรือถาดขนาด 1-2 พู พอดีสำหรับจำนวนสมาชิกครอบครัว ทำให้ผู้ค้าส่งมองเห็นโอกาสในการจะขยายตลาดทุเรียน จึงนำทุเรียนที่สุกแล้วมาแกะเนื้อแล้วแช่แข็งส่งไปขายผู้บริโภคในมาเลเซีย สิงคโปร์ ซึ่งทุเรียนเป็นผลไม้ที่ชื่นชอบของชาวจีนเป็นอย่างมากโดยเฉพาะทุเรียนที่มาจากเมืองไทย

จากการที่ผลผลิตทุเรียนในปีนี้ค่อนข้างน้อย ปัจจัยสำคัญมาจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ดอกทุเรียนที่ออกเป็นจำนวนมากร่วง ส่งผลให้ปีนี้ทุเรียนออกล่าช้ากว่าปีอื่น ๆ คาดว่าผลผลิตจะเข้าสู่ตลาดไม่มากนัก แต่ในช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม ทุเรียนจะเริ่มทยอยเข้ามาในตลาดเพิ่มมากขึ้น ส่วนที่ทุเรียนที่รับมาในขณะนี้เป็นของเกษตรกรในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อส่งออกจะมีอยู่ 2 พันธุ์ คือ พันธุ์พวงมณีและพันธุ์ชะนี ซึ่งราคาขายทุเรียนในช่วงนี้ ทุเรียนพันธุ์พวงมณี มี 3 เกรด คือ เกรดเบอร์ 1 ราคาขายส่งกิโลกรัมละ 120-125 บาท นำมาขายส่งออก กิโลกรัมละ 130-140 บาท เกรดเบอร์ 2 ราคาขายส่ง กิโลกรัมละ 75-80 บาท ขายส่งออก กิโลกรัมละ 80-85 บาท และเกรดเบอร์ 3 ราคาขายส่ง กิโลกรัมละ 40-50 บาท ขายส่งออก กิโลกรัมละ 45-60 บาท

ส่วนทุเรียนพันธุ์ชะนี มี 2 เกรด คือ เกรด A รับมา กิโลกรัมละ 60-65 ขายส่ง กิโลกรัมละ 60-70 บาท เกรด B ราคารับมา กิโลกรัมละ 40-60 บาท ขายส่ง กิโลกรัมละ 45-65 บาท ซึ่งผู้บริโภคชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ จะเลือกซื้อทุเรียนที่มีน้ำหนักไม่เกิน 4 กิโลกรัม เนื่องจากจะมีรสชาติกำลังพอดีไม่หวานจนเกินไป และเนื้อทุเรียนจะอ่อนกรอบ ๆ ซึ่งสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนทุเรียนในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้เป็นอย่างดี

สำหรับการซื้อขายทุเรียนโดยทั่วไปจะสร้างรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้ากับอาชีพซื้อทุเรียนแล้วยังสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนเคาะทุเรียนคนคัดแยกเด็กยกเข่งขึ้นรถและคนต่อรองราคา คนห่อทุเรียน คนเก็บ เกษตรกรชาวสวนทุเรียนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการขายผลผลิตปีละครั้งด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...