‘มาสคอต’ ตัวการ์ตูนในโลกแห่งความจริง สู่สิ่งน่ารักที่เป็นมากกว่า ‘ตัวแทน’
ในโลกที่การตลาดและการสร้างแบรนด์แข่งขันกันอย่างดุเดือด “มาสคอต” กลายเป็นมากกว่าตัวแทนขององค์กรหรือผลิตภัณฑ์ แต่ยังเป็นตัวแทนของเจตนารมณ์และอุดมการณ์อีกด้วย มาสคอตจึงไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ที่เราคุ้นเคย แต่ยังเป็นผู้เล่าเรื่องที่สื่อสารถึงตัวตนของผลิตภัณฑ์ องค์กร จังหวัด เมือง หรือสถานที่ต่าง ๆ ผ่านความน่ารักและเอกลักษณ์ที่โดดเด่น
มาสคอต หรือ สัญลักษณ์นำโชค คือตัวละครหรือสิ่งของที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของกลุ่มต่าง ๆ เช่น ทีมกีฬา แบรนด์สินค้าและบริการ หน่วยงานต่าง ๆ หรือแม้แต่จังหวัด โดยถูกนำมาทำให้มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัวผ่านการดีไซน์ให้มีความเป็นเอกลักษณ์ บางมาสคอตยังมีการดีไซน์บุคลิกและลักษณะนิสัยเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ และนำไปทำชุดเพื่อให้คนได้สวมใส่สร้างสีสันและเพิ่มโอกาสการถูกจดจำได้อีกด้วย นอกจากนี้ หากมาสคอตถูกนำไปใช้เป็นตัวแทนของทีมกีฬา ก็มักจะมีบทบาทเป็นสัญลักษณ์นำโชคประจำทีม เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักกีฬาเช่นเดียวกัน
Jacob Rice / Unsplash
จุดเริ่มต้นของมาสคอต
คำว่า “มาสคอต (mascot)” มีจุดกำเนิดมาจากคำว่า ‘mascotte’ ในภาษาฝรั่งเศส ซึ่งมีความหมายว่าสัญลักษณ์นำโชค เป็นคำที่มักจะใช้เรียกอะไรก็ตามที่นำพาโชคลาภมาให้กับแต่ละบ้าน
ส่วนมาสคอตในความหมายที่เราคุ้นเคยนั้น ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในวงการกีฬา โดยมีการใช้สัตว์ต่าง ๆ เพื่อสร้างสีสันและเพิ่มความตื่นเต้นในสนามแข่ง ก่อนที่มาสคอตจะกลายมาเป็นตัวละครที่ถูกสร้างจากจินตนาการในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น หรือกลายมาเป็นคนที่ใส่ชุดตัวการ์ตูนสุดน่ารัก การใช้มาสคอตเป็นสัตว์นั้นมีความแพร่หลายมากที่สุด จุดประสงค์หลักก็เพื่อทำให้เกิดความรู้สึกแปลกใหม่ในเกมการแข่งขัน และทำให้ทีมคู่ต่อสู้เกิดความหวั่นเกรง
เมื่อเวลาผ่านไป มาสคอตก็ได้พัฒนาจากสัตว์ธรรมดา ๆ กลายมาเป็นมาสคอตในรูปแบบสองมิติที่มีความแฟนตาซี จนกระทั่งกลายมาเป็นมาสคอตสามมิติในปัจจุบันที่เราได้เห็นกันเป็นประจำ ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 มีการปรับสไตล์ของหุ่นเชิดในโรงละครอเมริกัน จนนำมาปรับใช้กับมาสคอตของทีมกีฬาต่าง ๆ ทำให้ไม่เพียงแต่ได้เห็นมาสคอตผ่านการมองด้วยตาเท่านั้น แต่ผู้คนยังสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับเหล่ามาสคอตที่แสนน่ารักผ่านการจับต้องได้
เหล่านักการตลาดจึงเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจจากมาสคอต 3D เหล่านี้ โดยได้นำไอเดียการแต่งตัวตุ๊กตามาปรับใช้ในการตลาด ทำให้หลากหลายบริษัทต่างก็เริ่มสร้างมาสคอตของตนเองขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนของของสินค้าและองค์กรอีกมากมาย
มาสคอตนานาชาติกับบทบาทที่หลากหลาย
MAbW / Wikimedia Commons
- Phryges เจ้าหมวกแดงแห่งเสรีภาพ สัญลักษณ์ของปารีสเกมส์ 2024
ในระหว่างการแข่งขันโอลิมปิก 2024 ปารีสเกมส์ที่ผ่านมา หลาย ๆ คนคงจะคุ้นหน้าคุ้นตากับเจ้ามาสคอตทรงสามเหลี่ยมสีแดงอย่างเจ้า Phryges (ฟรีจีส) กันเป็นอย่างดี แต่รู้หรือไม่ว่า ภายใต้ความน่ารักน่ากอดของเจ้าสามเหลี่ยมสีแดงนั้น ได้ซ่อนความหมายที่เกินคาดและความเป็นฝรั่งเศสเอาไว้อย่างลึกซึ้ง
ทรงสามเหลี่ยมของเจ้าฟรีจีสได้รับแรงบันดาลใจจากหมวกฟรีเจียน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งเสรีภาพในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส โดยเราสามารถพบเจอกับหมวกฟรีเจียนได้ในภาพวาด “เสรีภาพนำทางชาวประชา” (La Liberté guidant le peuple) ภาพวาดโดยเออแฌน เดอลาครัว ซึ่งเป็นอนุสรณ์ของการปฏิวัติเดือนกรกฎาคมในปี ค.ศ. 1830 บนศีรษะของมารีแอนน์ ซึ่งเป็นบุคลาธิษฐานของแนวคิดเสรีภาพ เรายังเจอหมวกฟรีเจียนได้อีกหลากหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นบนแสตมป์อากร หรือตามท้องถนนของฝรั่งเศสที่ยังมีคนนิยมใส่หมวกนี้เป็นเครื่องหมายของการเรียกร้องประเด็นต่าง ๆ ดังนั้นฟรีจีสจึงถือว่าค่อนข้างแหวกธรรมเนียมมาสคอตแบบเก่า ๆ ไปมากโข เนื่องจากมาสคอตนั้นมีต้นกำเนิดจากการนำสัตว์มาออกแบบเป็นสัญลักษณ์นำโชค แต่โทนี เอสแทนเกต์ ประธานฝ่ายจัดการแข่งขันโอลิมปิก 2024 ได้กล่าวไว้ในการเปิดตัวมาสคอตปารีสเกมส์ว่า "เราอยากเลือกอุดมคติมาเป็นมาสคอตมากกว่าสัตว์ ที่เราเลือกหมวกฟรีเจียน เพราะว่ามันเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงชาวฝรั่งเศสมากที่สุด มันเป็นสิ่งที่รู้จักกันดีว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งเสรีภาพสำหรับเรา"
ความน่าสนใจของเจ้าฟรีจีสคือมีการออกแบบไว้สำหรับทั้งกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก ในเว็บไซต์ทางการของโอลิมปิก ได้มีการอธิบายบุคลิกและความแตกต่างของเจ้าโอลิมปิกฟรีจีสและพาราลิมปิกฟรีจีสเอาไว้ด้วย การสร้างบุคลิกของมาสคอตให้มีความแตกต่างกันแบบนี้ จะช่วยให้เรารู้สึกว่ามาสคอตนั้นมีตัวตนและจับต้องได้จริง ๆ
โดยเจ้าโอลิมปิกฟรีจีส จะเป็นเจ้าหมวกน้อยที่ฉลาดและเป็นจอมวางแผน เธอจะพร้อมตะลุยผจญภัยก็ต่อเมื่อมีการคำนึงถึงข้อดีและข้อเสียอย่างถี่ถ้วนแล้ว ด้วยความคิดอันเฉียบแหลมของเธอ เธอถ่อมตัวและชอบปิดบังอารมณ์ความรู้สึก โอลิมปิกฟรีจีสจะนำพาทุกคนไปสู่โลกแห่งกีฬา และแน่นอนว่าเธอจะนำพาฝรั่งเศสให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยเช่นกัน
ส่วนเจ้าพาราลิมปิกฟรีจีสนั้นจะเป็นหมวกน้อยที่ใส่ขาเทียมด้วยความภาคภูมิใจ ทำให้เธอวิ่งไปไกลด้วยความไวแสง และความมุ่งมั่นที่จะบุกเบิกเรื่องใหม่ ๆ หลาย ๆ คนอาจจะมองว่าเธอนั้นช่างไม่กลัวอะไรเลย ซึ่งก็อาจจะจริง แต่สิ่งหนึ่งที่จริงแท้แน่นอนก็คือ เธอเกลียดความน่าเบื่อ และเธอรักที่จะลองสิ่งใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาอะไร ไม่ว่าจะเล่นเป็นทีมหรือเล่นคนเดียว เธอก็พร้อมที่จะทำทุกอย่าง เมื่อมีเธอ คุณจะได้เล่น ได้เต้น ได้เสียเหงื่อไปด้วยกัน ด้วยความคิดที่อยากจะเป็นผู้สนับสนุนแสนเพอร์เฟ็กต์ เธอจึงรักในการบอกเล่าถึงคุณค่าของกีฬา เฉลิมฉลองให้กับนักกีฬาในทุกสนามและทุกการแข่งขัน เธอจะปาร์ตี้ฉลองชัยชนะและก้าวข้ามผ่านความพ่ายแพ้ไปกับทุกคน
เจ้าฟรีจีส มาสคอตของทั้งสองการแข่งขันกีฬาแม้ว่าจะมีหน้าตาคล้ายกัน แต่จะเห็นได้ว่าทั้งคู่นั้นถูกออกแบบบุคลิกให้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยโอลิมปิกฟรีจีสจะเป็นนักกีฬาที่มีความระมัดระวัง รอบคอบ คิดก่อนทำ ส่วนพาราลิมปิกฟรีจีสจะเป็นนักกีฬาที่กล้าหาญ ไม่เกรงกลัวสิ่งใด นี่จึงเป็นอีกหนึ่งบทบาทของมาสคอตที่ช่วยถ่ายทอดสารให้กับทั้งผู้ชมกีฬาและผู้เข้าแข่งขัน เพื่อให้การแข่งขันโอลิมปิกเป็นไปอย่างราบรื่น นักกีฬาควรจะมีความระมัดระวังไม่ให้บาดเจ็บ ในขณะเดียวกัน ในการแข่งขันพาราลิมปิก นักกีฬาทุกคนก็ควรรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ไม่ถูกกีดกันจากการเล่นกีฬาเพียงเพราะมีร่างกายที่พิการ พาราลิมปิกฟรีจีสจึงถูกถ่ายทอดออกมาในฐานะมาสคอตที่ช่วยเสริมพลังความกล้าให้กับทุก ๆ คน
Xie lipton / Unsplash
- ยูรุเคียระ คาแรกเตอร์สุดน่ารักสู่มาสคอตประจำเมืองในญี่ปุ่น
ในญี่ปุ่นมีการสร้างมาสคอตเพื่อเป็นสัญลักษณ์และตัวแทนในการประชาสัมพันธ์สถานที่ เมือง หรือจังหวัดต่าง ๆ จำนวนไม่น้อยเลย โดยเจ้ามาสคอตแสนน่ารักเหล่านี้จะถูกเรียกว่า ยุรุเคียระ (ゆるキャラ) จุดเริ่มต้นที่ทำให้ยูรุเคียระโด่งดังจนไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่นไหนในญี่ปุ่นก็อยากจะมีบ้าง เริ่มมาจากการแข่งขัน “ยูรุเคียระกรังปรีซ์” ที่เป็นที่สนใจของคนทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยมาสคอตที่แสนโด่งดังอย่าง “คุมะมง” หมีดำแก้มแดงสุดน่ารักจากจังหวัดคุมาโมโตะก็เริ่มสร้างชื่อจากการเป็นผู้ชนะของการแข่งขันที่ว่านี้ และหลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นของฝากรูปคุมะมง ไอเท็มของที่ระลึกต่าง ๆ ก็ขายดิบขายดี และแน่นอนว่าการท่องเที่ยวจังหวัดคุมาโมโตะนั้นก็ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ในแต่ละท้องถิ่นของญี่ปุ่นต่างมีการออกแบบมาสคอตเป็นของตนเองเพื่อประชาสัมพันธ์จังหวัดและของดีประจำท้องถิ่นไปในตัว
อีกหนึ่งมาสคอตที่น่าสนใจของเมืองในญี่ปุ่นอีกหนึ่งคาแรกเตอร์ก็คือ “ฟุนัชชี่” ที่ถูกออกแบบคาแรกเตอร์เป็นภูติแห่งสาลี่ ของดีประจำเมืองฟุนาบาชิ ในจังหวัดชิบะ โดยคำว่าฟุนัชชี่มาจากชื่อจังหวัดฟุนาบาชิ ผสมกับคำว่า นาชิ ที่แปลว่าสาลี่นั่นเอง โดยเจ้าฟุนัชชี่นั้น แม้จะไม่ได้เข้าร่วมแข่งขันยูรุเคียระกรังปรีซ์เหมือนกับเพื่อนมาสคอตที่โด่งดังคนอื่น ๆ เพราะได้ถูกทางการปฎิเสธการเข้าร่วม โดยในปีนั้นได้ส่งมาสคอตอื่นไปแทน แต่ฟุนัชชี่ก็ได้สร้างชื่อให้กับตัวเองและจังหวัดฟุนาบาชิผ่านทางโซเชียลมีเดีย เพราะแม้ว่าจะถูกปฏิเสธเข้าร่วมการแข่งขัน แต่ผู้สร้างฟุนัชชี่ก็ไม่ย่อท้อ ได้โปรโมตฟุนัชชี่ผ่านทั้งทาง Twitter, YouTube รวมถึงรับงานอีเวนต์ต่าง ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์เมืองไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน
นอกจากนี้ ฟุนัชชี่ยังได้ออกอัลบัมเพลงเป็นของตัวเอง โดยใช้ชื่อว่า Uki Uki Funassyi ♪ Official Funassyi Album Pear Juice Bushaa! ภายใต้ Universal Music Japan และมีการทำของที่ระลึกออกมาขายมากมาย เนื่องจากฟุนัชชี่ไม่ใช่มาสคอตที่เป็นทางการของเมืองฟุนาบาชิ ทำให้มีอิสระในการประชาสัมพันธ์ โดยสามารถรับงานและออกสินค้าได้อย่างอิสระกว่ามาสคอตประจำเมืองอื่น ๆ
อีกหนึ่งมาสคอตของประเทศญี่ปุ่นที่จะไม่พูดถึงไปไม่ได้เลย “เมียคุ-เมียคุ” (Myaku-Myaku) มาสคอตประจำงาน World Expo 2025 ที่จัดขึ้นที่โอซาก้า เมืองเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศญี่ปุ่น โดยในปี 2025 นี้ โอซาก้าจะเป็นเจ้าภาพจัดงานภายใต้แนวคิด “Designing Future Society for Our Lives” หรือการออกแบบสังคมในอนาคต เพื่อชีวิตที่ดีของทุกคน โดยงานจะมีตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม – 23 พฤศจิกายน 2025 เป็นระยะเวลายาวนานถึง 6 เดือน ณ เกาะยูเมะชิมะ
คำว่า ‘เมียคุ’ ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ‘ชีพจร’ แต่เมื่อนำมารวมกันเป็นคำว่า ‘เมียคุ-เมียคุ’ จะมีความหมายว่า “รุ่นสู่รุ่น” เพราะโอซาก้าเคยเป็นสถานที่จัดงาน World Expo มาก่อน ในปี 1970 จึงอยากจะให้มาสคอตตัวนี้ทำหน้าที่ส่งต่อแนวคิดจากยุคสมัยที่แตกต่างกัน สู่โอซาก้าในยุคปัจจุบัน
และหากใครไปเที่ยวโอซาก้าในช่วงนี้ ก็อาจจะได้เจอฝาท่อสีสันสดใสที่ถูกทำให้เป็นลวดลายของเจ้าเมียคุ-เมียคุ ซึ่งเป็นสิ่งที่เทศบาลเมืองโอซาก้าตั้งใจใช้เป็นหนึ่งในการโปรโมตงาน World Expo ในครั้งนี้ และเจ้ามาสคอตสุดเก๋ตัวนี้ ยังมีกำหนดการมาเปิดตัวในงาน NIPPON HAKU BANGKOK 2024 งานมหกรรมญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2567 ณ ชั้น 5 พารากอนฮอลล์ ให้ชาวไทยได้ใกล้ชิดกับน้องชีพจรกันอีกด้วย
Nippon Haku Bangkok 2024
- ปาป้า-ทูทู่ มาสคอตปลาทูหน้างอที่ได้ไปต่อในฐานะมาสคอตสุดคิวท์ประจำจังหวัดสมุทรสงคราม
‘ปาป้า-ทูทู่’ (PLA.PLA TOO.TOO) คาแรกเตอร์ปลาทูหน้างอสุดคิวท์ ที่จริง ๆ แล้วเป็นเอเลี่ยน เกิดจากความตั้งใจพัฒนาคาแรกเตอร์ท้องถิ่นที่จะมาช่วยโปรโมตจังหวัดสมุทรสงคราม บ้านเกิดของสองนักสร้างสรรค์ วิน-ภัทรพงศ์ ชูสุทธิสกุล และเต-ตชสิทธิ์ ยศวิปาน
หากพูดถึงจังหวัดสมุทรสงคราม ใคร ๆ ก็คงนึกถึงปลาทูแม่กลอง แต่ใครเล่าจะคิดว่าปลาทูแม่กลองที่มีจุดเด่นคือหน้างอ คอหัก จะสามารถนำมาต่อยอดเป็นคาแรกเตอร์สุดน่ารัก มาสคอตประจำจังหวัดสมุทรสงครามที่มีดีไซน์แปลกใหม่และเป็นที่น่าจดจำได้ขนาดนี้
วิน หนึ่งในผู้สร้างปาป้า-ทูทู่ ได้บอกเล่าแนวคิดของเขาว่า เขาได้ดีไซน์คาแรกเตอร์ของเจ้าปลาหน้างอให้เป็นเอเลี่ยน เพราะเขาคิดว่าปลาทูก็มีรูปลักษณ์แปลกประหลาดคล้ายเอเลี่ยนอยู่แล้ว และยังอยากให้เจ้าปาป้านั้นเป็นตัวแทนของคนนอกจังหวัดที่มองเข้ามาในจังหวัด ว่าสมุทรสงครามมีดีอะไร มีอะไรน่าสนใจที่ทำให้ใครต่อใครก็ตกหลุมรัก โดยพวกเขาได้สร้างเรื่องราวของเจ้าปาป้า-ทูทู่ไว้ด้วย เจ้าเอเลี่ยนหน้างอนั้นชื่อ ‘ปาป้า’ มาจากดาวแมคเคอเคอ เรลเรล และมีคู่หูที่ชื่อ ‘ทูทู่’ เป็นหุ่นยนต์เกาะอยู่บนหัว โดยเจ้าทูทู่นั้นถูกออกแบบจากรูปทรงของกลองใหญ่ สัญลักษณ์ประจำเมืองแม่กลอง
แม้จุดเริ่มต้นของปาป้า-ทูทู่ จะมาจากนักสร้างสรรค์เพียงสองคน แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ที่กลายเป็นมาสคอตประจำจังหวัด เขาทั้งคู่ก็ถูกปฏิเสธมาก่อนนับครั้งไม่ถ้วน แต่ทั้งวินและเตต่างไม่ย่อท้อ โดยได้ทำการเปิดเพจเฟซบุ๊กเพื่อโปรโมตเจ้าปาป้า-ทูทู่ผ่านคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่วินและเตช่วยกันทำ โดยคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ ‘ปาป้า เพลินเพลิน’ (PLA PLA PLEARN PLEARN) มาจากการเล่นคำว่า ‘PLA PLA’ กับคำว่า ‘Learn’ โดยเจ้าปาป้า-ทูทู่จะพาเราไปเที่ยวเล่น แต่ก็ได้ความรู้ด้วย
ปัจจุบัน ได้มีการต่อยอดโดยการสร้างคาแรกเตอร์ผองเพื่อนของปาป้า-ทูทู่ขึ้นมาอีก 6 ตัว โดยใช้ชื่อว่า ‘แม่กลองเรนเจอร์’ โดยใช้การออกแบบจากของดีประจำจังหวัดสมุทรสงครามอย่างอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นน้องมะพร้าว น้องส้มโอ น้องลิ้นจี่ น้องเสน่ห์จันทร์ น้องหิ่งห้อย และน้องหอยหลอด
ปาป้า-ทูทู่มีส่วนช่วยสำคัญในการโปรโมตจังหวัดสมุทรสงคราม ทั้งการโปรโมตผ่านทางโซเชียลมีเดีย การปรากฏตัวตามอีเวนต์ต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ และมีสินค้าสุดคิวท์ที่ได้ใจทั้งนักท่องเที่ยวและคนในจังหวัด
จุดประสงค์ในการสร้างมาสคอตในปัจจุบันนั้น ไม่ได้จำกัดเพียงแค่การสร้างคาแรกเตอร์สุดน่ารักเพื่อใช้ในการเป็นตัวแทนของทีมกีฬาหรือแบรนด์สินค้าอีกต่อไปแล้ว มาสคอตยังสามารถใช้เป็นตัวแทนในการส่งต่อแนวคิด เสริมสร้างกำลังใจ หรืออาจใช้ในการโปรโมตการท่องเที่ยวเชิงท้องถิ่นได้ ในอนาคตเราอาจได้เห็นความหลากหลายและความน่าสนใจใหม่ ๆ ในแวดวงมาสคอตมากขึ้น ไปจนถึงการมีมาสคอตของแต่ละจังหวัดในประเทศไทยก็เป็นได้
ที่มา : บทความ “Les Mascottes Paris 2024” จาก olympics.com
บทความ "เปิดตัว "Phryges" มาสคอตประจำโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2024 ที่ปารีส ได้ต้นแบบมาจากหมวกฟรีเจียน" โดย อิสรา อิ่มเจริญ
บทความ “Mascot” จาก Wikipedia
บทความ “Yuru Kyara : Mascot War” จาก tpapress.com
บทความ “ฟุนัชชี่ : มาสคอตฟรีแลนซ์” จาก tpapress.com
บทความ “Phryge, the friendly Paris Olympics 2024 mascot, and the real meaning of red liberty caps” โดย Kelly Summers
บทความ “ไปงาน Osaka World Expo 2025” โดย Point of View
บทความ “โอซาก้าเปลี่ยนฝาปิดท่อระบายในเมืองเป็นรูปมาสคอต Expo 2025” จาก paijapan.com
บทความ “ทำความรู้จักกับ ‘วินและเต’ คู่หูผู้ปลุกปั้น ‘ปาป้า-ทูทู่’ มาสคอตแห่งจังหวัดสมุทรสงคราม” โดย กิตตินันท์ วัฒนธิติกุล
เรื่อง : ชลธิชา แสงสีดา