โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฟชั่น บิวตี้

ฉีดโบท็อกซ์กราม คืออะไร ใครบ้างที่ควรฉีด และใช้เวลากี่วันผลลัพธ์ถึงจะเข้าที่ ?

SistaCafe

อัพเดต 18 ก.ย 2566 เวลา 01.50 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2566 เวลา 01.14 น. • SistaCafe PR

สำหรับชาวซิสที่อยากปรับรูปหน้าให้หน้าเรียวยิ่งขึ้น โดยใช้วิธีการ ฉีดโบท็อกซ์กราม แต่ก็กังวลว่าหลังเข้ารับบริการต้องใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่ กว่าจะหายบวมหรือตึงที่บริเวณกราม ซึ่งถือเป็นอาการที่พบได้บ่อย และเป็นอาการปกติจากการฉีด อีกทั้งยังสงสัยว่าผลลัพธ์จะแสดงออกอย่างชัดเจนเมื่อไหร่ กว่าหน้าจะเซตรูปเรียวสวยนั้นต้องรออีกนานแค่ไหน บทความวันนี้ SistaCafe จะมาไขข้อสงสัยและตอบข้อเท็จจริงทั้งหมดของการ ฉีดโบท็อกลดกราม นานไหมกว่าจะหายบวม ใช้เวลากี่วันถึงจะเห็นผลลัพธ์สวย ชัดเจนที่สุด

หลักการทำงานของโบท็อกซ์ ช่วยลดกรามได้อย่างไร ?

การฉีดโบท็อกซ์ คือ การฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซินเป็นสารสกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสติริเดียม ซึ่งตัวสารดังกล่าวจะเข้าไปรบกวนการทำงานของระบบประสาทที่มีหน้าที่ควบคุมกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อส่วนกรามมีความอ่อนแรงลง และค่อยๆ เริ่มหดตัวจนเล็กลงในที่สุด ส่งผลให้หลังฉีดกล้ามเนื้อกรามจะค่อยๆ มีขนาดที่เล็กลง และทำให้ใบหน้าเรียวเข้ารูปมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

โบท็อกซ์กราม เหมาะกับใครบ้าง ?

การฉีดโบท็อกซ์กรามนั้นแน่นอนอยู่แล้วว่า จะต้องเหมาะกับคนที่ต้องการปรับรูปหน้า ลดขนาดกล้ามเนื้อกรามให้มีขนาดที่เล็กลงแบบชั่วคราวแทนการผ่าตัดศัลยกรรม ซึ่งหลังโบท็อกซ์จะมีอายุการเห็นผลประมาณ 12-18 เดือน โดยผลลัพธ์จะค่อยๆ เริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ประมาณ 1-2 เดือนหลังฉีด

โบท็อกซ์กรามต้องฉีดกี่ยูนิต ?

ในส่วนของปริมาณในการใช้ฉีดโบท็อกซ์กรามนั้นจะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ผู้ฉีดว่าควรจะใช้ปริมาณอยู่ที่กี่ยูนิต แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้อยู่ประมาณ 100 ยูนิตขึ้นไปจึงจะทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนนั่นเอง

หลังฉีดโบท็อกซ์กราม กี่วันถึงจะหายบวม ?

โบท็อกซ์ลดกราม บวมนานไหม ? ตอบตรงนี้เลยว่า อาการผลข้างเคียงที่ปกติจะหายไปภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากมีอาการหายใจติดขัด ปวดศีรษะ มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีผื่นคันขึ้นตามผิวหนัง ควรเข้าพบแพทย์ทันทีนะคะ

สำหรับการฉีดโบท็อกซ์ หรือฉีดโบทูลินั่มท็อกซินเข้าไปในบริเวณกรามนั้นมีความปลอดภัยสูง ไม่ต้องพักฟื้น และไม่ต้องดูแลรักษาแผล เพราะไม่ใช่การศัลยกรรมผ่าตัด แต่ถึงอย่างนั้นแล้วหลังเข้ารับบริการทันทีอาจมีอาการข้างเคียงที่พบได้ปกติ นั่นก็คือ อาการบวมเข็ม ก็จะค่อยๆ ยุบและหายบวมในที่สุดภายใน 5 - 14 วัน ซึ่งในบางรายอาจมีความบวมมากหรือน้อยที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปริมาณยาและยี่ห้อที่ใช้ฉีดนะคะ

ฉีดโบท็อกซ์กรามอันตรายไหม ?

หลายคนอาจจะมีความกังวลว่าถ้าฉีดโบท็อกซ์กรามไปแล้วจะอันตรายไหม เพราะหลักการทำงานของโบท็อกซ์ คือการไปรบกวนระบบประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อ ซึ่งก็ต้องตอบเลยค่ะว่าไม่ต้องกังวลใจไปน้า เพราะเป็นการรบกวนเพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปตัวยาโบท็อกเริ่มค่อยๆ หมดฤทธิ์กล้ามเนื้อส่วนนั้นก็จะสามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติ

นอกจากนั้นยังยาโบท็อกซ์ของแท้หลายยี่ห้อก็ได้มีการรองรับความปลอดภัยทั้งทางอย.ของไทยและอเมริกา พร้อมกับมีงานวิจัยรองรับความปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงควรเลือกฉีดด้วยโบท็อกของแท้ที่มีอย. รองรับเท่านั้น ไม่ควรฉีดโบท็อกซ์ปลอม หรือโบท็อกซ์ที่หมดอายุอย่างเด็ดขาด เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงเช่น หน้าเบี้ยว รวมไปถึงการดื้อยาขึ้นได้นั่นเอง

ระหว่างการฉีดโบท็อกซ์ เจ็บมากไหม ?

ในระหว่างที่ทำการฉีดโบท็อกซ์นั้นอาจมีความรู้สึกเจ็บขึ้นได้ในขณะที่แพทย์ทำการเริ่มฉีดและเดินยาเข้าสู่กล้ามเนื้อ ซึ่งถือเป็นความเจ็บในระดับที่สามารถทนได้ เนื่องจากก่อนฉีดแพทย์จะมีการใช้การประคบเย็นให้ผิวบริเวณที่จะฉีดโบท็อกซ์เกิดความชาก่อนลงเข็มอยู่แล้ว นอกจากนั้นหากเพื่อนๆ คนไหนที่กลัวเจ็บมากๆ สามารถขอรับการแปะยาชาก่อนฉีดจากแพทย์ได้นะคะ

ใครบ้างที่ไม่ควรฉีดโบท็อกซ์ลดกราม ?

เมื่ออธิบายถึงอาการบวม ที่เกิดจากการแพ้โบท็อกซ์กันไปแล้ว ฉะนั้นแล้วมาเช็กเพื่อความชัวร์กันหน่อยดีกว่าว่า เราเข้าข่ายไม่เหมาะที่จะฉีดโบท็อกซ์ลดกรามหรือไม่ เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดอาการบวม ซึ่งเป็นผลมาจากอาการไม่พึงประสงค์นั่นเองค่ะ

- ผู้ที่มีประวัติแพ้ โบทูลินั่ม ท็อกซิน อย่างรุนแรง

- ผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร

- ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย หรือเลือดหยุดช้า

- ผู้ที่กำลังรับประทานยาจำพวก ยาละลายลิ่มเลือด

- ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง

- ผู้ที่มีความผิดปกติของกล้ามเนื้อ หรือเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามกี่วัน ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่สวยอย่างชัดเจนที่สุด ?

ส่วนผลลัพธ์ที่ชัดเจนสุดของการฉีดโบท็อกซ์ลดกราม สำหรับเพื่อนๆ ที่มีมัดกรามเนื้อใหญ่ อาจจะต้องรอผลลัพธ์ที่ชัดเจนนานกว่าปกตินะคะ แต่โดยทั่วไปแล้วระยะเวลาในการเริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลง หรือโบท็อกซ์จะเข้าไปทำงานให้กล้ามเนื้อหดตัวได้อย่างสมบูรณ์จนสวย ชัดเจน และครอบคลุมที่สุดนั้นอยู่ที่ ประมาณ 2 เดือน หลังเข้ารับบริการค่ะ

โบท็อกซ์กราม อยู่ได้นานเท่าไหร่ ?

ผลลัพธ์โบท็อกซ์ลดกรามจะคงสภาพได้นานเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับบริเวณที่เราต้องการฉีดเพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อ, ยี่ห้อโบท็อกซ์, โดสที่ใช้ในการฉีด, การดูแลตัวเองหลังฉีด แต่ถึงอย่างนั้นสำหรับการโบท็อกซ์ลดกราม จะแสดงผลลัพธ์เฉลี่ยอยู่ที่ 4 - 8 เดือน

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์กราม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและอยู่ได้นานขึ้น

จะดีมากยิ่งขึ้นหากผู้เข้ารับบริการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามจะดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วย เพื่อให้โบท็อกซ์แสดงผลลัพธ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จากที่แต่เดิมมีประสิทธิภาพดีอยู่แล้ว และทำให้อยู่ได้นานยิ่งขึ้น ดังนั้นมาเช็กกันเลยดีกว่าว่า วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์กราม มีอะไรบ้าง ?

1. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดดูดบุหรี่

เพราะทำให้หลอดเลือดขยายตัว แน่นอนว่าจะทำให้โบท็อกซ์ทำงานได้น้อยลง และทำให้โบท็อกซ์เสื่อมสภาพเร็วขึ้น

2. งดกินอาหารบางชนิด ที่ส่งผลให้โบท็อกซ์เสื่อมสภาพไวขึ้น

อาหารที่มีผลต่อโบท็อกซ์ คืออาหารประเภทที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ เช่น ปิ้งย่าง หมูกระทะ บุฟเฟ่ต์ ชาบู เป็นต้น

3. งดกิจกรรมที่ต้องเผชิญกับความร้อน หรือทำให้อุณหภูมิในร่างกายร้อนมาก

เพราะความร้อนจะไปทำให้การทำงานของโบท็อกซ์ที่กำลังกระจายตัวกับกล้ามเนื้อ สามารถทำได้น้อยลงและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ดังนั้นควรงดกิจกรรมเหล่านี้ไปก่อน 1 เดือน เช่น ออกกำลังกายอย่างหนัก, ทำกิจกรรมกลางแจ้งที่แดดร้อนจัดเป็นระยะเวลานาน เป็นต้น

4. พยายามกินอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี

แร่ธาตุสังกะสี มีฤทธิ์ช่วยให้โบท็อกซ์อยู่ได้นานขึ้น แต่ก็ต้องกินในปริมาณที่เหมาะสม เพราะหากมากเกินไป ก็จะเกิดผลข้างเคียงได้เช่นกัน ดังนั้นแนะนำให้กินตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น

แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ การเลือกสถานพยาบาล หรือคลินิกที่มีมาตรฐานสูง และพร้อมไปด้วยแพทย์ที่เชี่ยวชาญในการเลือกและฉีดโบท็อกให้เหมาะสมกับใบหน้าของแต่ละคน สามารถตรวจสอบข้อมูลแพทย์และคลิกที่เว็บไซต์ของแพทยสภา : https://checkmd.tmc.or.th/

หากใครที่กำลังมองหาคลินิกเพื่อฉีดโบท็อกซ์ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล กังนัมคลินิกเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก มีครบทุกคุณสมบัติ และพร้อมให้คำปรึกษาอย่างซื่อสัตย์ตรงไปตรงมากับเพื่อนๆ ที่สนใจเข้าฉีดโบท็อกซ์ลดกราม เพื่อต้องการปรับรูปหน้าเรียวด้วยการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามและต้องการผลลัพธ์ที่ดี สวยเป็นธรรมชาติ และปลอดภัยต่อร่างกาย

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ SistaCafe Facebook
SistaCafe เว็บไซต์รวบรวมบทความสำหรับผู้หญิง https://sistacafe.com
♥ ดาวน์โหลด App SistaCafe ฟรีได้แล้ววันนี้! ♥
iOS : AppStore
Android : PlayStore

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...