โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้หรือไม่? ที่ญี่ปุ่นมีบริการตัวแทนแจ้งลาออกจากงานด้วย

conomi

อัพเดต 06 ธ.ค. 2567 เวลา 10.59 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2567 เวลา 12.00 น. • conomi.co

หลายคนคงเคยมีความคิดที่จะลาออกจากงาน แต่ต้องพับโครงการเก็บไว้เพราะความกังวลในหลาย ๆ เรื่อง เช่น ไม่กล้ายื่นใบลาออกเพราะกลัวหัวหน้าไม่อนุมัติ หรือหลังจากยื่นใบลาออกแล้วยังต้องดำเนินการติดต่อฝ่ายต่าง ๆ ในบริษัท ซึ่งค่อนข้างจะยุ่งยาก และต้องทำงานไปจนกว่าจะถึงวันลาออกจริง

บางคนลำบากใจจนถึงกับล้มเลิกความคิดไปก็มี แต่ปัจจุบันนี้การลาออกจากงานของคนญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว เพราะมีบริการใหม่มาแรงที่เรียกว่า “บริการตัวแทนแจ้งลาออก (退職代行サービス)” เรามาทำความรู้จักกับบริการนี้กันเลย

“บริการตัวแทนแจ้งลาออก” เป็นบริการแบบไหนกันนะ?

บริการตัวแทนแจ้งลาออก

บริการนี้จะมี ตัวแทนไปแจ้งความประสงค์ลาออกจากงานแทนเรา โดยจะทำให้การลาออกเป็นไปอย่างราบรื่นและยินยอมด้วยกันทั้งสองฝ่าย (บริษัทและผู้ลาออก) เมื่อใช้บริการนี้ ผู้ใช้บริการแทบไม่จำเป็นต้องไปที่บริษัทอีกเลย เพราะจะมีทนายความหรือเจ้าหน้าที่คอยเป็นตัวกลางเข้าไปดำเนินการให้ทุกอย่าง ซึ่งการสมัครใช้บริการก็ง่ายแสนง่าย เพียงเข้าไปสมัครที่เว็บไซต์ของบริษัทตัวแทนแจ้งลาออก โดยในเว็บไซต์จะมีแบบฟอร์มให้กรอกข้อมูลส่วนตัว รายละเอียดการจ้างงาน และวันที่ต้องการให้ดำเนินการให้ นอกจากนี้ยังสามารถสมัครรับบริการทาง LINE หรือทางโทรศัพท์ได้อีกด้วย

ผู้ใช้บริการสามารถแจ้งความประสงค์ได้เลยว่าอยากให้ดำเนินการอย่างไร แม้แต่อยากลาออก ณ วันนั้นเลยก็ยังได้ เมื่อพูดคุยรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว ก็รอรับใบอนุมัติการลาออกจากบริษัทอยู่ที่บ้านได้เลย

เหตุผล 3 ข้อที่ทำให้ “บริการตัวแทนแจ้งลาออก” เป็นที่ต้องการของตลาด

ข้อ 1. สามารถปลดล็อคความกังวลในการแจ้งลาออกได้

ลาออก

คนญี่ปุ่นหลายคนตัดสินใจเลือกใช้บริการนี้เพราะไม่สามารถพูดคำว่าลาออกได้ด้วยตัวเอง อาจจะด้วยเหตุผลหลากหลาย เช่น สนิทกับหัวหน้ามากและหัวหน้าให้ความช่วยเหลือเรื่องงานมาตลอด จึงไม่กล้าพูดว่าจะลาออก หรือรู้สึกผิดต่อบริษัทที่จะต้องลาออก เป็นต้น บริการนี้จึงเปรียบเสมือนการยืมมือบุคคลที่ 3 เข้ามาช่วยทำในสิ่งที่เราไม่ต้องการทำด้วยตัวเอง

ข้อ 2. ช่วยลดการถูกเอาเปรียบจากบริษัทที่เป็น Black Company

(Black Company: บริษัทที่ใช้งานพนักงานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อาจมีการทำร้ายร่างกาย ละลาบละล้วงทางวาจาหรือลวนลามทางเพศด้วย)

ขึ้นชื่อว่าเป็น Black Company ถึงแม้จะแจ้งความประสงค์ลาออกด้วยตัวเองแล้ว แต่ก็อาจมีการหยิบยกเรื่องสัญญาจ้างมาข่มขู่ หรือหัวหน้ากำหนดวันลาออกให้เองโดยไม่สนใจว่าเราอยากลาออกเมื่อไหร่ และกรณีที่เลวร้ายมากๆ คืออาจจะไม่ยอมให้ลาออกเลย รวมถึงถูกกลั่นแกล้งจากหัวหน้าหลังจากที่เราแจ้งลาออก ทำให้การลาออกไม่ราบรื่นอย่างที่ตั้งใจไว้

ข้อ 3. บริการนี้ช่วยปกป้องสภาพจิตใจและความรู้สึก

บริการตัวแทนแจ้งลาออก

มีคนญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยที่ถูกกระทำจากบริษัท หัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงาน ทำให้รู้สึกไม่ดีและมีความทรงจำที่เลวร้ายกับบริษัท ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ คนเหล่านี้จะไม่อยากข้องเกี่ยวกับบริษัทอีกเลย ซึ่งเมื่อใช้บริการนี้ก็จะมีตัวกลางดำเนินการแทนทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องไปที่บริษัทอีก นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บริการลาออกจากงานแทนได้รับความนิยม

บริษัทควรตั้งรับอย่างไรกับบริการนี้?

ในทางกลับกัน เมื่อพนักงานในบริษัทใช้บริการตัวแทนแจ้งลาออก บริษัทจะมีวิธีรับมืออย่างไร?

1. ตรวจสอบสัญญาการใช้บริการ

ก่อนอื่นบริษัทจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานใช้บริการนี้จริงหรือไม่ โดยตรวจสอบจากใบมอบอำนาจ หรือสัญญาการใช้บริการ รวมถึงตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทนายความของบริษัทผู้ให้บริการด้วย หากพบความผิดปกติหรือน่าสงสัย สามารถปล่อยผ่านไปได้เลย ไม่ต้องดำเนินการให้ลาออกใดๆ แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่าพนักงานใช้บริการนี้จริง จึงจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

2. ตรวจสอบสัญญาจ้างและข้อบังคับของบริษัท

บริการตัวแทนแจ้งลาออก

แต่ละบริษัทจะมีเงื่อนไขข้อบังคับต่างๆ อยู่แล้ว เช่น พนักงานจะต้องแจ้งลาออกล่วงหน้ากี่เดือน กรณีนี้ให้บริษัทดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อบังคับของบริษัทได้เลย

3. ตรวจสอบสาเหตุที่พนักงานต้องการลาออก

บริการตัวแทนแจ้งลาออก

หากการลาออกเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัท ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่กรณีที่พนักงานต้องการลาออก ณ วันนั้นเลย อาจจะมาจากสาเหตุที่ไม่ดีนัก เช่น

  • ถูกกลั่นแกล้งหรือลวนลามจากคนที่ตำแหน่งสูงกว่า
  • ไม่ได้รับค่าจ้าง
  • ปัญหาทางบ้าน
  • ปัญหาสุขภาพ
  • การทำงานภายใต้ความไม่เป็นธรรม ขัดต่อกฏหมายแรงงาน

กรณีที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ให้บริการว่าพนักงานต้องการลาออกในทันที ทางบริษัทควรตรวจสอบหาสาเหตุการลาออกที่แท้จริง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาภายในองค์กรด้วย

4. แจ้งเรื่องที่ต้องการขอความร่วมมือจากพนักงาน หลังจากที่การลาออกได้รับการอนุมัติ

หลังจากลาออกไปแล้ว แน่นอนว่าจะต้องมีคนที่มารับหน้าที่แทน ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องถ่ายโอนงานที่ทำอยู่ให้แก่ผู้ร่วมงานด้วย กรณีที่บริษัทมีข้อกำหนดชัดเจนอยู่แล้ว ว่าจะต้องทำการถ่ายโอนงานเมื่อลาออก แต่หากไม่มีการถ่ายโอนงานเกิดขึ้น บริษัทสามารถพิจารณาเพื่อเรียกร้องค่าชดเชยได้ และนอกจากนี้ยังมีเรื่องการส่งคืนอุปกรณ์การทำงานต่างๆ ให้แก่บริษัทที่พนักงานผู้ลาออกจะต้องรับผิดชอบดำเนินการ

5. ตกลงเรื่องวันลาพักร้อนที่เหลือ

บริการตัวแทนแจ้งลาออก

ส่วนใหญ่แล้วเมื่อลาออก หลายคนมักจะอยากใช้วันลาพักร้อนให้หมด แต่ก็มีบางกรณีที่ทางบริษัทสามารถตัดวันลาพักร้อนของพนักงานออกไปได้ ทั้งนี้ต้องปรึกษาทนายความของบริษัทเพื่อตัดสินใจร่วมกัน

บริการตัวแทนรับแจ้งลาออก เป็นบริการที่จะช่วยดูแลในเรื่องของข้อกฏหมายได้ดีในกรณีที่ถูกเอาเปรียบจาก Black Company หรือถูกกลั่นแกล้ง ถูกคุกคามในที่ทำงาน แต่อย่างไรก็ตาม หากดำเนินการผิดพลาดไปก็อาจโดนบริษัทฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ ดังนั้นถ้าหากไม่ได้มีปัญหาร้ายแรงตามที่กล่าวมาข้างต้น การบอกกับหัวหน้าด้วยตัวเอง รวมถึงดำเนินการลาออกตามข้อกำหนดของบริษัทน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ทั้งนี้เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเราและบริษัทไว้ด้วย

สรุปเนื้อหาจาก: manegy
ผู้เขียน: monshapi

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...