คนกรุงรับสภาพอากาศปิด "วิกฤตฝุ่น" หนักสุดเช้านี้
วันนี้ (16 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศเช้านี้ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะปิด ทำให้ฝุ่นสะสมตัว และนับว่าจะเป็นวันที่วิกฤตอีกวันที่ฝุ่นจะมากผิดปกติ เพราะสภาพอากาศปิด คือลมสงบ การลอยตัวของอากาศไม่ดี และเกิด Inversion หรือการผกผันของอุณหภูมิตามมาด้วย ซึ่งจะมีผลต่อการสะสมของฝุ่นด้วย เพราะถ้าเป็นสภาพตามปกติ อากาศข้างล่างจะร้อน และอากาศร้อนเป็นอากาศที่เบาจะลอยตัวขึ้นไป และเมื่อลอยตัวสูงขึ้นไปอากาศจะเย็นลงตามลำดับ แต่พอเกิด inversion หรือการผกผันของอุณหภูมิ จะส่งผลตรงข้าม เพราะทำให้อากาศด้านบนจะอุ่นกว่าด้านล่าง พอเป็นแบบนั้นอากาศด้านล่างก็เลยลอยขึ้นไปไม่ได้ เหมือนมีฝาครอบไว้ ฝุ่นก็เลยมีโอกาสที่จะสะสมตัวมากขึ้น
อากาศลอยตัวไม่ดี ฝุ่นสะสมตัว
ทั้งนี้ ข้อมูลการลอยตัวของอากาศจากแบบจำลองของศูนย์อุตุนิยมวิทยาทะเล กรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าเช้าวันนี้ไปจนถึงช่วงค่ำ บริเวณตอนบนของประเทศไทยจะมีสีเหลือง และเขียวเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งบ่งบอกถึงการลอยตัวของอากาศที่เป็นลบ หรือไม่ค่อยจะดี เพราะถ้าอากาศจะลอยตัวได้ดีต้องมีสีแดงๆ เข้มๆ ขึ้นไป ดังนั้น เมื่อการลอยตัวของอากาศไม่ดี ฝุ่นจึงมีโอกาสที่จะสะสมตัวได้
ลมไม่แรงพอที่จะพัดฝุ่นออกไป
ส่วนข้อมูลเรื่องลมจากวินดี้ ตั้งแต่เวลา 24.00 น. จนเวลา 23.00 น. ของวันนี้ (16 ม.ค.) จะพบว่าช่วงเช้าลมบริเวณกรุงเทพฯ มีความเร็วลมอยู่ที่ประมาณ 5-8 นอต ซึ่งมีความเร็วเพียงพอที่จะพัดพาเอาฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ไปได้ แต่พอถึงช่วงเวลา 12.00 น. จนถึงช่วง 23.00 น. ลมจะอ่อนลง มีความเร็วประมาณ 2-3 นอต ซึ่งมีความเร็วหรือแรงไม่พอที่จะพัดฝุ่นออกไปได้
ภาคเหนือตอนบน ฝุ่นสะสมทั้งวัน
ขณะที่ภาคเหนือตอนบนลมที่พัดอยู่ในเกณฑ์ที่เป็นลมเบา อาจจะไม่แรงพอที่จะพัดเอาฝุ่นออกไปได้เช่นกัน หากรวมปัจจัยเรื่องลม และการลอยตัวของอากาศ จึงมีความเป็นไปได้ที่ภาคเหนือตอนบนฝุ่นสามารถสะสมตัวได้ตลอดทั้งวัน ขณะที่กรุงเทพฯ ฝุ่นมีโอกาสลดลงหรือไม่เพิ่มขึ้นในช่วงเช้า แต่ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป ฝุ่นจะสะสมตัวได้ดีขึ้น ตามที่อธิบดีกรมควบคุมมลพิษระบุไว้ก่อนหน้านี้
ฝุ่น กทม.-ปริมณฑล เพิ่ม 8 พื้นที่
สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลไม่ต้องกังวลมากนัก เพราะข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษคาดการณ์ว่าจะมี 8 สถานีตรวจวัดบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีโอกาสจะมีฝุ่น PM2.5 เพิ่มขึ้น ส่วนสถานีอื่นๆ น่าจะทรงตัว แต่ในจำนวน 8 สถานีตรวจวัด จะมีเพียง 4 สถานี ที่จะมีฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน หรืออยู่ในระดับสีส้ม คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ คือริมถนนพระรามสี่ เขตปทุมวัน, ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี, แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี และแขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง