100 ปีแห่งจินตนาการ กับเบื้องหลังปราสาทหลังงามบนโลโก้ “ดิสนีย์”
“ดิสนีย์” สตูดิโอแอนิเมชันยักษ์ใหญ่ผู้ให้กำเนิดจักรวาลแห่งจินตนาการของคนทุกเพศทุกวัยมายาวนานนับ 100 ปี มีจุดกำเนิดมานับตั้งแต่ปี 1923 ที่บริษัท “Disney Brothers Cartoon Studio” ถูกก่อตั้งโดย “วอลต์” และ “รอย” สองพี่น้องตระกูลดิสนีย์ (Walt & Roy Disney) และต่อมาในปี 1928 ที่เปิดตัวการ์ตูนสั้น Steamboat Willie หรือ เรือกลไฟวิลลี่ พร้อมการปรากฏตัวครั้งแรกของ “มิกกี้ เมาส์”(Mickey Mouse) เจ้าหนูแสนซนซึ่งเป็นหนึ่งในการ์ตูนที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของดิสนีย์
นอกจากใบหูทรงกลมสีดำ 2 ข้างของมิกกี้ เมาส์ ที่เพียงเห็นในแวบแรกก็ทำให้ใครหลายคนนึกถึงผลงานจากดิสนีย์แล้ว ขณะที่อีกสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนของโลกแห่งจินตนาการซึ่งแฟนตัวยงของสตูดิโอแอนิเมชันแห่งนี้รู้จัก คงหนีไม่พ้น “ปราสาท” ที่ปรากฏขึ้นในฉากก่อนเปิดตัวภาพยนตร์ทุกเรื่อง ซึ่งในเวลาไม่กี่วินาทีที่เราได้มองเห็นภาพเคลื่อนไหวของปราสาทแห่งนี้ก่อนจะได้สนุกไปกับเรื่องราวแห่งจินตนาการ ก็เปรียบเสมือนการเดินทางระหว่างดิสนีย์กับผู้คนที่ยาวนานและมีความหมายอย่างยิ่ง
โลโก้ปราสาทดิสนีย์เวอร์ชันครบรอบ 100 ปี
Disney
กว่า 60 ปี จาก “มิกกี้ เมาส์” สู่ “ซินเดอเรลล่า”
แน่นอนว่าโลโก้ในยุคแรกเริ่มของดิสนีย์นั้นมาจากตัวละครที่โด่งดังที่สุดในขณะนั้นอย่างมิกกี้ เมาส์ โดยเจ้าหนูตัวสีดำกับอิริยาบถที่ให้ความรู้สึกสนุก เป็นมิตร ร่าเริง สามารถบ่งบอกตัวตนของดิสนีย์ได้เป็นอย่างดี โลโก้รูปมิกกี้ เมาส์ถูกใช้แทนดิสนีย์นับตั้งแต่ปี 1929 หรือหลังการเดบิวต์ของมิกกี้เมาส์ในการ์ตูน Steamboat Willie จนถึงปี 1937 ที่วอลต์ ดิสนีย์ตัดสินใจรีดีไซน์โลโก้ใหม่ด้วยลายมือของเขาเอง
โลโก้แรกของ Disney ที่ใช้มิกกี้ เมาส์ เป็นภาพสัญลักษณ์
logodesign.com
โลโก้ในเวอร์ชันที่ 2 เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เพราะวอลต์ ดิสนีย์ เขียนออกมาด้วยลายมือตัวหวัดอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาเอง ซึ่งต่อมาลายเส้นนี้ก็ถูกปรับเปลี่ยนเป็นเวอร์ชัน 3, 4 และ 5 ซึ่งยังคงเป็นการปรับเปลี่ยนต้นฉบับที่มาจากลายมือของวอลต์เอง แต่ทำให้ดูเรียบขึ้น และอ่านง่ายกว่าเดิม
โลโก้เวอร์ชัน 2 ที่ใช้มิกกี้ เมาส์ เป็นภาพสัญลักษณ์
logodesign.com
ปราสาทบนโลโก้ดิสนีย์เปิดตัวครั้งแรกพร้อมกับภาพยนตร์แอนิเมชันCinderella ในปี 1985 โดยโลโก้ปราสาทดิสนีย์เวอร์ชันแรกได้รับการออกแบบให้เป็นปราสาทที่คาดทับด้วยเส้นแนวขวาง ด้านหลังเป็นเส้นโค้งของดาวตก เป็นโลโก้แนวมินิมัล โดยในอีก 21 ปีต่อมา ปราสาทดิสนีย์ หรือปราสาทซินเดอเรลล่าแห่งนี้ได้ถูกออกแบบใหม่อีกครั้ง จนได้โลโก้ที่มีความสวยงาม ประณีต มีรายละเอียดที่ชูความเป็นเทพนิยายและเวทมนตร์ให้ดูสมจริงมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากนับตั้งแต่โลโก้แรกที่เป็นเจ้าหนูมิกกี้ เมาส์อารมณ์ดี มาจนถึงโลโก้รูปปราสาทในเวอร์ชันล่าสุดจะพบว่าใน 100 ปีนี้ ดิสนีย์มีการแก้ไขโลโก้เพียง 8 เวอร์ชันเท่านั้น
โลโก้ปราสาทเวอร์ชันแรก
ogodesign.com
เมื่อ “ปราสาท” คือสีสันที่ขาดไม่ได้ในภาพยนตร์ดิสนีย์
หากใครที่เป็นแฟนตัวยงของดิสนีย์ พิกซาร์ หรือผลงานเรื่องอื่นๆ ในเครือเดียวกัน จะรู้กันดีว่าในช่วงก่อนเปิดฉากแรกของการ์ตูนแอนิเมชันรวมไปถึงไลฟ์แอ็กชัน จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เราจะได้เห็นความน่ารักของโลโก้ปราสาทดิสนีย์ซึ่งมีการออกแบบหน้าตาของโลโก้และภาพเคลื่อนไหวให้เป็นธีมเดียวกับภาพยนตร์ที่กำลังจะได้ชม พร้อมกับเพลง “When You Wish Upon a Star” จากเรื่อง Pinocchio โดยภาพยนตร์เรื่องแรกที่ปรากฏโลโก้ในซีนเปิดของเรื่องก็คือ Return to Oz หรือ ทหารหลวงแห่งออซ ภาพยนตร์แนวดาร์กแฟนตาซีที่มีธีมหลักเป็นดินแดนออซซึ่งมีเวทมนตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ปราสาทดิสนีย์ในตอนเปิดของเรื่องนี้จึงเป็นสีเหลืองทองที่มาพร้อมกับพื้นหลังสีม่วงเพื่อเอาใจเหล่าพ่อมดแม่มด
โลโก้ปราสาทดิสนีย์ที่ปรากฏในซีนเปิดเรื่อง Return to Oz
Disney
มาถึง Toy Story ภาพยนตร์ในดวงใจของใคร ๆ จากพิกซาร์ หนึ่งในสตูดิโอแอนิเมชันเครือดิสนีย์Toy Story เวอร์ชันปี 1995 ถือเป็นครั้งแรกที่ดิสนีย์เริ่มออกแบบโลโก้ปราสาทให้มีลูกเล่นต่างออกไปจากเดิมด้วยการใช้ CGI Animation หรือคอมพิวเตอร์กราฟิกเข้าไปในทั้งปราสาทดิสนีย์และชื่อของวอลต์ ปราสาทดิสนีย์ในซีนเปิดของเรื่องนี้จึงออกมาเป็นรูป 3D คล้ายกับของเล่นเด็กซึ่งเป็นธีมหลักของเรื่อง และในภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องต่อ ๆ มา
โลโก้ปราสาทดิสนีย์ 3D ที่ปรากฏในซีนเปิดเรื่อง Toy Story
Disney
ปราสาทหลังนี้ได้ถูกดัดแปลงออกมาในรูปแบบใหม่ๆ มากมาย เช่นใน Meet the Deedles ภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันเมื่อปี 1998 ที่ปราสาทของดิสนีย์อยู่ในสภาพคล้ายกับกำลังจมน้ำ และในอีกไม่กี่วินาทีต่อมาก็เฉลยว่าฉากแรกของเรื่องเป็นฉากที่อยู่ใต้น้ำจริง ๆ และในปีเดียวกันนี้เอง I'll Be Home for Christmas ภาพยนตร์เฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสก็มาพร้อมกับโลโก้ปราสาทที่มีดวงไฟสีสันสดใสติดอยู่ตรงเส้นโค้งของดาวตกเหนือปราสาทอย่างพอดิบพอดี เป็นการปลุกความตื่นเต้นและอารมณ์แห่งการเฉลิมฉลองให้กับคนดูก่อนจะเริ่มต้นเรื่องราวในเทศกาลแห่งความสุขไปด้วยกัน
โลโก้ปราสาทดิสนีย์ที่ปรากฏในซีนเปิดเรื่อง Meet the Deedles
Disney
โลโก้ปราสาทดิสนีย์ที่ปรากฏในซีนเปิดเรื่อง I’ll Be Home for Christmas
Disney
Return to Never Land ในเวอร์ชันปี 2002 เปิดเรื่องด้วยปราสาทดิสนีย์พร้อมกับ “ทิงเกอร์เบลล์” (Tinkerbell) หนึ่งในตัวละครหลักของเรื่อง บินและโปรยผงพิกซี่ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเธอลงไปบนเส้นโค้งเหนือปราสาทดิสนีย์ก่อนที่จะเข้าสู่ฉากแรกของปีเตอร์แพน เป็นอีกหนึ่งการเล่าธีมของเรื่องได้อย่างน่าจดจำ ไม่แพ้ภาพยนตร์ คุณพ่อพันธุ์โฮ่ง หรือ The Shaggy Dog ภาพยนตร์สุดฮาที่ในเวอร์ชันปี 2006 ที่เรียกเสียงหัวเราะตั้งแต่ไม่กี่วินาทีแรกด้วยการเปิดตัวโลโก้ดิสนีย์โดยแปลงโฉมปราสาทหลังงามให้กลายเป็นบ้านของเจ้าหมาซึ่งเป็นพระเอกของเรื่อง
โลโก้ปราสาทดิสนีย์ที่ปรากฏในซีนเปิดเรื่อง Return to Never Land
Disney
โลโก้ปราสาทดิสนีย์ที่ปรากฏในซีนเปิดเรื่อง The Shaggy Dog
Disney
Pirates of the Caribbean: Dead Man's Chest หรือ สงครามปีศาจโจรสลัดสยองโลก ภาพยนตร์ระดับตำนานที่เข้าฉายเมื่อปี 2006 เป็นผลงานเรื่องแรกที่ฉากเปิดตัวของปราสาทดิสนีย์ในเวอร์ชันปรับปรุงใหม่ที่มีหน้าตาคล้ายกับปราสาทซินเดอเรลล่าที่ตั้งอยู่ในดิสนีย์แลนด์ใส่เข้ามา
โลโก้ปราสาทดิสนีย์เวอร์ชันปรับปรุงที่ใช้เป็นครั้งแรกในเรื่อง Pirates of the Caribbean- Dead Man's Chest
Disney
ปราสาทหลังงามในช่วงพลบค่ำ บนพื้นหลังท้องฟ้าสีวานิลลาด้านล่างของพื้นดินมีเสียงรถไฟและรถทรัค แสงดาวสว่างไสวสู้กับแสงของพลุที่จุดขึ้นเมื่อถึงซีนปรากฏชื่อของวอลต์ ดิสนีย์ ซึ่งต่อมาแฟนดิสนีย์ก็ได้มองเห็นสถานที่สุดอัศจรรย์แห่งนี้อยู่ในภาพยนตร์เรื่องโปรดอีกหลาย ๆ เรื่อง จนกลายเป็นบัคเก็ตลิสต์ของใครหลายคนที่ต้องไปเห็นปราสาทแห่งนี้ด้วยตาของตัวเองให้ได้สักครั้งในชีวิต
แม้จะเป็นเพียงไม่กี่วินาทีและเป็นส่วนเล็กๆ เมื่อเทียบกับหนังทั้งเรื่องที่ความยาวกว่า 2 ชั่วโมง แต่โลโก้รูปปราสาทของดิสนีย์ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้เราได้อย่างไม่รู้จบ เช่นในภาพยนตร์ Mulan ฉบับไลฟ์แอ็กชันเมื่อปี 2020 ปราสาทในซีนเปิดตัวของเรื่องนั้นเป็นภาพคุ้นตาจากสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ในเมืองเซียงไฮ้ ประเทศจีน หรืออย่างในเรื่อง Mary Poppins Returns ที่มีเซตติงหลักอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ปราสาทดิสนีย์จึงกลายเป็นหอนาฬิกาบิ๊กเบนและสะพานลอนดอนบริดจ์ที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ
โลโก้ปราสาทดิสนีย์ที่ปรากฏในซีนเปิดเรื่อง Mulan
Disney
โลโก้ปราสาทดิสนีย์ที่ปรากฏในซีนเปิดเรื่อง Mary Poppins Returns
Disney
นอกจากนั้น ในภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ดิสนีย์ยังได้นำเรื่องราวของเหล่าตัวร้ายมาเล่าใหม่ในรูปแบบไลฟ์แอ็กชัน ในเรื่องMaleficent และBeauty and The Beast ปราสาทดิสนีย์ก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นปราสาทของตัวร้ายซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่องอย่างมาเลฟิเซนต์ และเจ้าชายอสูร มอบความรู้สึกเงียบขรึมและลึกลับมากกว่าความสดใสที่ได้เห็นจากเรื่องอื่น ๆ
โลโก้ปราสาทดิสนีย์ที่ปรากฏในซีนเปิดเรื่อง Maleficent
Disney
โลโก้ปราสาทดิสนีย์ที่ปรากฏในซีนเปิดเรื่อง Beauty and the Beast
Disney
“Neuschwanstein Castle” ปราสาทดิสนีย์ที่มีอยู่จริง
ปราสาทดิสนีย์ของจริงไม่ได้มีอยู่แค่ในดิสนีย์แลนด์เท่านั้น แต่สถานที่ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับการออกแบบปราสาทแห่งความฝันและจินตนาการแห่งนี้คือ “Neuschwanstein Castle” (ปราสาทนอยชวานชไตน์) หลังเก่าแก่อายุกว่า 180 ปีซึ่งตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์แถบรัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี โดยถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียเมื่อปี 1845-1846 ซึ่งนอกจากงานสถาปัตยกรรมยุคฟื้นฟูกอธิกผสมยุคกลางที่งดงามราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายแล้ว ปราสาทแห่งนี้ยังตั้งอยู่บนหินผาที่สูงกว่า 200 เมตร แวดล้อมด้วยป่าเขาและแม่น้ำพอลลัท ซึ่งนอกจากจะเป็นต้นแบบของปราสาทบนโลโก้ดิสนีย์และในดิสนีย์แลนด์แล้ว ปัจจุบันที่นี่ก็ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในเยอรมนีที่มีนักท่องเที่ยวแวะไปเยี่ยมเยือนถึงปีละ 1.4 ล้านคน
Lanju Fotografie / Unsplash
กว่า 100 ปีที่ผ่านมา จากโลโก้เจ้าหนูมิกกี้ เมาส์ เจ้าของท่าทางอารมณ์ดี สู่ปราสาทหลังล่าสุดที่ตั้งอยู่ท่ามกลางแม่น้ำและป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์เป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบครั้งสำคัญ การเดินทางผ่านทั้งความฝัน จินตนาการ และความทรงจำของผู้คนมากมาย เป็นเวลากว่า 100 ปีนั้น มากพอที่จะทำให้ปราสาทแห่งนี้กลายเป็น “บ้าน” เป็นพื้นที่ให้กับความฝัน เป็นพื้นที่ก่อร่างสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคน ทั้งในวันที่พวกเขายังเป็นเด็ก ในวันที่พวกเขากำลังเติบโต สู่วันที่พวกเขาต้องเผชิญความยากลำบากในฐานะ “ผู้ใหญ่” และมองย้อนกลับมาหาความฝันวัยเยาว์ เพื่อเติมพลังใจและก้าวต่อไปข้างหน้า
Felix / Unsplash
แม้ผ่านมาแล้ว 100 ปี แต่การเดินทางของ “ดิสนีย์” ยังไม่สิ้นสุด ดินแดนแห่งความฝันของใครหลายคนยังคงอยู่และยังคงโลดแล่นสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นถัดไป ในอีก 100 ปีข้างหน้า พวกเขาอาจมี “ปราสาทดิสนีย์” ที่แตกต่างจากคนรุ่นเรา หรือถึงตอนนั้น ดิสนีย์อาจมีอย่างอื่นมาทดแทนปราสาทที่เราคุ้นตาแล้วก็ได้
David Sjunnesson / Unsplash
ที่มา : บทความ “History Of The Disney Logo” โดย Rachel J จาก logodesign.org
บทความ “The History and Evolution of the Disney Logo” โดย Carly Miller จาก tailorbrands.com
บทความ “Every time the iconic Disney castle logo has been changed for a movie” โดย Jason Guerrasio จาก insider.com
บทความ “Details revealed about the Disney 100 Years of Wonder celebration” โดย Samantha Davis-Friedman จาก attractionsmagazine.com
บทความ “Neuschwanstein” จาก www.neuschwanstein.de
เรื่อง : Natjanan K.