โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“วัดจะทิ้งพระ” ประวัติและความสำคัญของวัดชื่อแปลกจังหวัดสงขลา

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วัดจะทิ้งพระ จังหวัดสงขลา ประวัติและความสำคัญของวัดชื่อแปลก

“วัดจะทิ้งพระ”แห่งตำบลจะทิ้งพระ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เป็นวัดสำคัญมาแต่โบราณ และหลักฐานความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 21-23 ในภาคใต้ของไทย

วัดนี้เดิมชื่อ “วัดสทิงพระ” แต่ต่อมาคนเรียกเพี้ยนจาก สทิงพระ เป็น จะทิ้งพระ เสียอย่างนั้น

วัดสทิงพระสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 16 มี “เจดีย์พระมหาธาตุ” ที่สันนิษฐานว่าสร้างก่อนหน้าการสถาปนาวัดตั้งแต่ พ.ศ. 1300 เป็นศาสนสถานเนื่องในพุทธศาสนานิกายมหายาน ลักษณะแบบมณฑปสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป ก่อนจะเปลี่ยนเป็นทรงระฆังคว่ำแบบลังกาในภายหลัง

ในตำนานนางพระยาเลือดขาว ระบุว่า เจ้าพระยากรุงทองเจ้าเมืองสทิงพาราณสี เป็นผู้สร้างวัดแห่งนี้ ร่วมกับนางเลือดขาว ณ ฝั่งตะวันออกของทะเลสาบสงขลา พร้อมสถาปนาพระพุทธไสยาสน์และพระมหาธาตุเจดีย์

นางเลือดขาวเป็นตำนานที่เล่าถึงการเข้ามาในคาบสมุทรมลายูของพุทธศาสนา หลังสงครามที่พระเจ้าอโศกมหาราชเข่นฆ่าผู้คนไปมากมายในชมพูทวีป คนจำนวนหนึ่งเลือกอพยพมาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนในคาบสมุทรด้ามขวานดินแดนสุวรรณภูมิ กระทั่งมีการสร้างบ้านแปงเมืองขึ้นบริเวณฝั่งทะเลนอกเขตสทิงพระในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15

องคาพยพดังกล่าวยังเกี่ยวข้องกับการที่พุทธศาสนาเถรวาทจากลังกามายังดินแดนไทยด้วย ได้แก่ การเกิดพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช และการสร้างพระพุทธสิหิงค์ในช่วงพุธศตวรรษที่ 18-19 และพระพุทธศาสนาที่แผ่เข้ามาในหัวเมืองมอญ เช่น สะเทิม เมาะตะมะ รวมถึงแคว้นสุโขทัย-ศรีสัชนาลัย ในยุคพ่อขุนรามคำแหงมหาราชและพญาลิไท

ในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา มีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรว่า พระครูอินทเมาลี เจ้าคณะป่าแก้ว ได้เข้ามาบูรณะวัดสทิงพระ ช่วง พ.ศ. 2109-2111 เนื่องจากท่านเคยทำความดีความชอบปราบโจรสลัดแห่งแหลมมลายูมาก่อน พระเจ้าแผ่นดินอยุธยาจึงสนับสนุนท่านทั้งแรงงานและทุนทรัพย์สำหรับกัลปนาพื้นที่แถบนี้

ทั้งนี้ เจ้าคณะป่าแก้วจะมีบทบาทดูแลวัดต่าง ๆ ในเขตหัวเมืองพัทลุงและรอบทะเลสาบสงขลา มีศูนย์กลางที่วัดเขียนบางแก้วกับวัดสทังนับว่ามีความสำคัญต่อการปกครองคณะสงฆ์แถบทะเลสาบมาตั้งแต่สมัยอยุธยา

โบราณสถาน-โบราณวัตถุ วัดจะทิ้งพระ

วัดจะทิ้งพระมีของโบราณสำคัญหลายอย่าง โดยเฉพาะ เจดีย์พระมหาธาตุเจดีย์ก่ออิฐดินและอิฐปะการังสอดิน เจดีย์องค์เล็กรวมถึง พระพุทธไสยาสน์พระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงาม ฝีมือช่างพื้นบ้าน และ วิหารพระพุทธไสยาสน์ ที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “วิหารพ่อเฒ่านอน”

วิหารนี้สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา หน้าบันวิหารมีลวดลายปูนปั้น ด้านหน้ารูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ด้านล่างมีรูปยักษ์แบก รูปเทวดา และลายไทยรูปใบไม้ ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ก่ออิฐถือปูน 1 องค์ ผนังเป็นภาพจิตรกรรมพุทธประวัติฝีมือช่างท้องถิ่น สะท้อนศรัทธาและความเชื่อทางพุทธศาสนา รวมถึงภาพวิถีชีวิตชาวบ้าน โดยรวมแล้วสถาปัตยกรรมวัดจะทิ้งพระคือประจักษ์พยานรูปแบบศิลปะลังกายุคแรก ๆ ในดินแดนไทย

สิ่งสำคัญอื่น ๆ ภายในวัดจะทิ้งพระที่ขึ้นทะเบียนโดยกรมศิลปากร ได้แก่ 1. พระเจดีย์ฐานไม้สิบสอง 2. วิหารพระพุทธไสยาสย์ 3. พระเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม 4. หอระฆัง และ 5. กำแพง

ส่วนชื่อ “จะทิ้งพระ” ก็เป็นเพียงคำที่เพี้ยนเท่านั้น “วัด” ไม่ได้ “จะทิ้งพระ” แต่อย่างใด เพราะทุกวันนี้มีการจัดงานสมโภชพระพุทธไสยาสน์และพระมหาธาตุเจดีย์ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปีอยู่

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.). วัดจะทิ้งพระ. สืบค้นเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2567. (ออนไลน์)

วลัยลักษณ์ ทรงศิริ, มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์. ‘นางเลือดขาว’ ตำนานและภูมิวัฒนธรรมของคนคาบสมุทร. 1 กุมภาพันธ์ 2554. (ออนไลน์)

ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม, กระทรวงวัฒนธรรม. วัดจะทิ้งพระ. 13 กุมภาพันธ์ 2555. จาก http://www.m-culture.in.th/album/123369

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “วัดจะทิ้งพระ” ประวัติและความสำคัญของวัดชื่อแปลกจังหวัดสงขลา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...