โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

JKN ประกาศขู่เจ้าหนี้ หากคิดล้มแผนฟื้นฟู บริษัทต้องปิดกิจการ หุ้นเน่า เสียหายกันทั่วหน้า

THE STATES TIMES

อัพเดต 29 พ.ย. 2566 เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2566 เวลา 12.40 น. • Hard News Team

(29 พ.ย.66) จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า บริษัทได้พยายามหาเงินมาชำระคืนหุ้นกู้ โดยเข้าเจรจากับนักลงทุน 3 กลุ่มเพื่อเพิ่มทุน ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน รวมถึงขายสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนและหาแนวทางการทำธุรกิจต่างๆ โดยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้มีการเจรจากับนักลงทุนต่างๆ ตลอดทั้งเดือน แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่จะหาเงินทุนมาชำระหุ้นกู้ได้ บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องยุติการเจรจาในวันที่ 30 ตุลาคม 2566

งบการเงินบริษัทมีทรัพย์สิน 67% เป็นทรัพย์สินไม่มีตัวตน ไม่สามารถแปลงมาเป็นเงินสดเพื่อชำระหนี้ได้ทันเวลา และในการเจรจากับผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้และผู้จัดจำหน่ายหุ้นกู้เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ทาง KPMG ได้ร่วมกับบริษัทจัดประชุมเพื่อหาข้อสรุปในการชำระคืนหนี้

ในการประชุมเห็นตรงกันว่า ผู้ถือหุ้นกู้มีแนวโน้ม ไม่ยอมรับการชำระคืนหนี้ยาวนานถึง 8 ปี ต้องการรับเงินคืนภายใน 3 ปี บริษัทเห็นว่าจะไม่สามารถดำเนินการตามแผนได้ บริษัทจึงตัดสินใจยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางตามแผนที่ได้รับจากที่ปรึกษาทางการเงิน โดยไม่ได้แจ้งที่ปรึกษาทางการเงินก่อนที่จะยื่นคำร้องในวันที่ 8 พฤศจิกายน และบริษัทได้เข้าสู่สภาวะการพักชำระหนี้ทั้งหมด (Automatic Stay) ไปจนกว่าศาลล้มละลายกลางจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

จักรพงษ์ กล่าวว่า การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด และเป็นวิธีการแก้ปัญหาเพียงช่องทางเดียวที่บริษัทมีในเวลานั้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และบริษัทได้ประเมินปัญหาและอุปสรรคที่อาจทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามแผนได้มีดังนี้…

ต้องได้ความร่วมมือจากเจ้าหนี้ เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับการชำระหนี้ร่วมกัน เพิ่มความสามารถในการปรับเปลี่ยนสัดส่วนธุรกิจจากธุรกิจ Content ไปเป็นธุรกิจใหม่ที่บริษัทได้เตรียมไว้ และ การหาพันธมิตร นักลงทุน ตลอดจนการจัดหาแหล่งเงินทุน สภาพเศรษฐกิจโดยเฉพาะภายในประเทศ

>> กรณีเลวร้ายที่สุด หากบริษัทไม่ได้รับอนุมัติให้เข้าแผนฟื้นฟูกิจการจะเกิดปัญหาตามมาดังนี้…

- ปริมาณหุ้นกู้ทั้งหมด หากเจ้าหนี้ทุกรายเรียกร้องบริษัทให้ชำระหนี้คืน บริษัทจะไม่มีเงินสดเพียงพอในการดำเนินธุรกิจแน่นอนซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคู่ค้าและบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
- บริษัทอาจจะต้องปิดกิจการหรือถูกฟ้องร้อง จนไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ต่อไป และล้มละลายอันจะทำให้ทุกฝ่ายเสียหายอย่างมาก
- หุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะไม่มีมูลค่า ทำให้นักลงทุนและผู้ถือหุ้นได้รับผลกระทบรวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
- หากบริษัทต้องปิดดำเนินกิจการหรือไม่สามารถดำเนินการต่อได้ จะส่งผลกระทบต่อพนักงานของบริษัททุกคน

จักรพงษ์ บอกอีกด้วยว่า บริษัทยืนยันว่ามีเจตนาที่ดีในการชําระหนี้สินให้แก่เจ้าหนี้ทุกฝ่าย โดยการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของบริษัทจะช่วยให้บริษัทแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกฎหมายรองรับและให้ความคุ้มครองแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม อีกทั้ง บริษัทฯ ยังสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ในระหว่างที่อยู่ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เพื่อการแก้ไขปัญหาของบริษัทฯ และเพื่อสร้างผลกําไรจากการดําเนินกิจการต่อไปในอนาคตได้อย่างมั่นคง

สำหรับ บริษัท JKN ได้ออกหุ้นกู้จำนวน 7 ชุด มูลค่ารวม 3,360 ล้านบาท แต่สภาพคล่องไม่เป็นไปตามแผน ทำให้หุ้นกู้รุ่น JKN239A ผิดนัดชำระหนี้ และถือเป็นเหตุให้เกิดการผิดสัญญาหุ้นกู้รุ่นอื่นๆ ทั้ง 6 รุ่น นอกจากนี้ยังเป็นเหตุให้เกิดการผิดสัญญาหุ้นกู้แปลงสภาพและหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงินด้วย บริษัทได้แต่งตั้ง บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย ที่ปรึกษาธุรกิจ จำกัด (KPMG) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน KPMG

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...