โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

แสงสว่างปลายอุโมงค์ของ EA

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 04 ส.ค. 2567 เวลา 23.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

วันนี้เป็นอีกครั้งที่ “โมนิก้า” มีโอกาสได้เมาท์ถึงหุ้น EAแบบถึงแก่นเนื้อในของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ยังมองไม่เห็นทางที่จะทำให้บริษัทหลุดพ้นจากปัญหาหนี้สิน แต่ทันทีที่เริ่มมีการเจรจายืดหนี้อย่างเป็นทางการ พร้อมกับทยอยเปิดแผนใช้หนี้ออกมาทีละขั้นตอน ก็ทำให้นักลงทุนเริ่มมองเห็นโอกาสฟื้นชีพของหุ้นตัวนี้อีกครั้ง พร้อมกับมีการเข้ามาเล่นเก็งกำไรรอบใหม่พะย่ะค่ะ

ถามว่า ทำไมเดี๊ยนถึงเชื่อจะเป็นเช่นนั้น! ก็ขอตอบกลับทันทีว่า ก่อนหน้านี้ก็ไม่มั่นใจแต่ตอนนี้เริ่มเห็นพัฒนาการต่าง ๆ ที่ออกมาเป็นรูปธรรมมากขึ้น เลยมองว่าทุกอย่างจะดีขึ้นในไม่ช้า โดยเฉพาะประเด็นของการยืดตั๋วบีอีที่มีจำนวนสูงถึง 1,160 ล้านบาทพร้อมกับเงื่อนไขจ่ายดอกเบี้ย 5%และทยอยชำระคืนในเวลา 3 ปี ก็ทำให้บริษัทหายใจได้คล่องขึ้นกว่าเดิมไงล่ะจ๊ะ

ส่วนประเด็นของหุ้นกู้ที่มีหลายหมื่นล้าน ก็มีการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นกู้เพื่อใช้วิธียืดหนี้และเพิ่มดอกเบี้ยให้เหมือนกัน และเชื่อว่า ผู้ถือหุ้นกู้จะอนุมัติให้ใช้แนวทางนี้ในการแก้ปัญหา เพราะอย่างน้อยก็มีรายได้จากการขายไฟเข้ามาในบริษัทเดือนละพันล้าน และเงินในส่วนนี้จะถูกเจียดมาแบ่งให้กับเจ้าหนี้ต่าง ๆ “โมนิก้า” เลยมองสถานการณ์ตรงนี้ทำให้บริษัทขยับตัวได้ดีขึ้น และมีเวลาหาเงินมาแก้ปัญหาในระยะเวลา 10 เดือนนะคะ

สำหรับมูลหนี้ที่บริษัทแบกไว้ทั้งหมดในไตรมาส 1 มีทั้งหมด 6.98 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนของหนี้สินระยะสั้นจำนวน 2.28 หมื่นล้านบาทและในส่วนดังกล่าวเป็นเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 8.35 พันล้านบาท ซึ่งยังมีส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวที่ครบกำหนดชำระภายใน 1 ปีอีกจำนวน 5.65 พันล้านบาท รวมถึงมีหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปีอีกจำนวน 5.49 พันล้านบาทนะตัวเอง

ตรงนี้แหละที่ทำให้ EAขาดสภาพคล่องในการดำเนินงาน แต่ถ้ามีการยืดหนี้ออกไปทั้งหมด น่าจะทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปได้บางส่วน (ถ้าผู้ถือหุ้นกู้ยอมให้ยืดหนี้) แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีหนี้สินระยะยาวอีกเป็นจำนวน 4.69 หมื่นล้านบาทซึ่งอยู่ในรูปเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน 17.05 หมื่นล้านบาท และหุ้นกู้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 2.56 หมื่นล้านบาทโดยในส่วนนี้ยังมีเวลาในการจัดการเจ้าค่ะ

ด้วยเหตุนี้ถึงทำให้บริษัทต้องเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการขายไทย สมายล์ บัสที่ถือหุ้นอยู่ 100% ออกไปทั้งหมด หรือจะขายบางส่วน ซึ่งตามคำบอกเล่าของแมงลือจะได้เงินราว ๆ หมื่นล้าน และในส่วนที่สองก็คือตั้งกองอินฟราฟันด์โดยเอาโรงไฟฟ้านครสวรรค์ กับลำปางเข้ามาอยู่ในกองทุนดังกล่าว ก็จะได้เงินอีกราว ๆ หมื่นล้านและหากทำได้จริงเหมือนที่ว่าไว้ ก็จะทำให้บริษัทพ้นวิบากกรรมครั้งนี้ไปได้นะจะบอกให้

ส่วนออปชันสุดท้ายที่ดูแล้วยากหน่อยก็คือเพิ่มทุน เพราะในห้วงเวลานี้คงไม่มีใครอยากเข้าไปร่วมหัวจมท้ายกับ EAสักเท่าไหร่? ผนวกกับก่อนหน้านี้มีข่าวลือออกมาเป็นระลอกก่อนที่จะมีการกล่าวโทษจาก ก.ล.ต. จึงทำให้ผู้คนเกิดอาการแหยงกันเป็นแถว และทำให้สองทางเลือกแรกดูดีสุดในสายตาคนทั่วไป โดยเฉพาะการเอาโรงไฟฟ้ามาตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน น่าจะทำให้คนที่ซื้อหน่วยลงทุนรู้สึกสบายใจกว่านะตัวเอง

สรุปสุดท้ายก็ต้องดูที่ว่า แผนที่จะทำแต่ละขั้นจะสำเร็จไหม?และในระหว่างนี้ราคาหุ้น EAก็คงไร้ทิศทางต่อไปเรื่อย ๆ เพราะนักลงทุนอยากเห็นอะไรที่เป็นรูปธรรมมากกว่าที่เป็นอยู่ และการที่ราคาหุ้นกวัดแกว่งตลอดทั้งวัน ก่อนจะลงมาปิดที่ระดับ 3.64 บาท ลบไป 0.18 บาท หรือลงไป 4.71% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 482 ล้านบาท โดยวันก่อนทำโลว์ไว้ที่ระดับ 3.10 บาท น่าจะเป็นเครื่องเตือนใจว่า สงครามยังไม่จบ..อย่าเพิ่งนับศพนะออเจ้า

ส่วนบรรยากาศของตลาดหุ้นไทยก็คงวนเวียนไปมาแบบนี้อีกนาน เพราะในมุมผลงานของบริษัทจดทะเบียน ก็ยังไม่มีอะไรที่ทำให้ร้องว้าว! ส่งผลให้นักลงทุนเข้ามาเล่นสั้น ๆ กันเป็นประจำ และมีตัวพลิกเกมอยู่ที่ท่าทีของ “กองทุน”กับ “ต่างชาติ”โดยมีปัจจัยชี้นำท่าทีดังกล่าวจากอิทธิพลตลาดหุ้นต่างประเทศ นักลงทุนเลยเข้าใจเหตุผลที่ดัชนีลงมายืนปิดที่ระดับ 1,313.08 จุด ลบไป 9.67 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.47 หมื่นล้านบาท..อิอิอิ

โมนิก้า: และทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...