โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แนวหน้าวิเคราะห์ : สายกินทุเรียนระวังอันตรายใกล้ตัว เบาหวาน-หัวใจ-ไต-ความดันต้องรู้

แนวหน้า

เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

“ทุเรียน”จัดเป็นผลไม้ยอดนิยมจนได้ยกให้เป็น“ราชาผลไม้ไทย”มีหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งมีความอร่อยด้วยกันทั้งนั้น แฟนๆสายทุเรียนจึงไม่พลาดในการสรรหาของอร่อยไม่ว่าจะแพงอย่างไรก็ให้ได้ขอลิ้มลองเพื่อความบางคนกินแล้วถึงกับหยุดไมได้ ‘แนวหน้า’จึงนำบทความของโรงพยาบาลที่เขียนถึงการกินทุเรียนอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ทำร้ายสุขภาพ ซึ่งทุเรียนจัดอยู่ในอาหารกลุ่มผลไม้ที่มีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ รวมทั้งเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรต ดังนั้นการกินทุเรียน”ให้ได้รับประโยชน์และคุณค่าทางสารอาหารที่เหมาะสม ไม่ควรกินทุเรียนเกินวันละ2เม็ดขนาดกลาง (หนักประมาณ80กรัม) ไม่กินถี่ทุกวัน และลดอาหารกลุ่มข้าว-แป้ง1ทัพพีและของหวานในมื้อที่กินทุเรียน แต่ถ้าชอบกิน“ทุเรียน”มาก หากกินครั้งละประมาณ 2-3พู หรือ4-6เม็ด ร่างกายจะรับพลังงานสูงถึง 520-780กิโลแคลอรี ซึ่งเทียบเท่ากับกินอาหารมื้อหลัก 2 มื้อ ทุเรียนแต่ละพันธุ์เมื่อเปรียบเทียบต่อปริมาณเนื้อทุเรียนหนัก 100กรัมหรือ1ขีด จะให้พลังงานต่างกัน เช่น ทุเรียนก้านยาวให้พลังงาน 181กิโลแคลอรี ทุเรียนรวง ให้พลังงาน157กิโลแคลอรี ทุเรียนหมอนทอง ให้พลังงาน156กิโลแคลอรี ทุเรียนชะนี ให้พลังงาน 139กิโลแคลอรี ทุเรียนกระดุมให้พลังงาน129กิโลแคลอรี หรือหากเป็นทุเรียนกวนจะให้พลังงานมากขึ้นไปอีก คือ 340 กิโลแคลอรี นอกจากนี้ จึงควรหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 30นาที สัปดาห์ละ5วัน เพื่อเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน

ขอแนะนะวิธีกินทุเรียนให้ปลอดภัย 1.รับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ควรเกินวันละ 1 พู หรือ 2เม็ด เพราะอาจส่งผลให้เกิดร้อนใน เจ็บคอ น้ำหนักขึ้นได้ รับประทานทุเรียนสด ควรเลือกทุเรียนที่ไม่สุกงอมจนเกินไป เพราะยิ่งสุกมากจะหวานจัด แป้งและน้ำตาลจะเยอะ 2.ควรรับประทานทุเรียนในตอนเช้าหรือกลางวัน เลี่ยงการกินทุเรียนก่อนนอน ใกล้จะนอนแล้วร่างกายของเราก็จะไม่ได้ใช้พลังงานมากเท่าไหร่ หากเรากินทุเรียนซึ่งเป็นผลไม้ที่มีแคลอรี่สูงก็จะยิ่งเป็นการทำให้เกิดไขมันสะสมในร่างกายได้ เนื่องจากร่างกายเผาผลาญพลังงานไม่หมด ดังนั้นเพื่อเป็นการเลี่ยงไม่ให้ร่างกายต้องรับพลังงานมากเกินไปในช่วงเย็น ก็ให้เรากินทุเรียนในช่วงเช้าและกลางวันแทนเพื่อที่ร่างกายจะได้เบิร์นพลังงานออกทันและหากรับประทานทุเรียน 3.ควรลดปริมาณอาหารประเภทแป้ง น้ำตาลในมื้ออื่นๆ ไม่รับประทานคู่กับอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น ข้าวเหนียวราดน้ำกะทิ เพราะจะยิ่งเพิ่มแคลอรี่

4.ไม่รับประทานร่วมกับแอลกอฮอล์หรือน้ำอัดลม เนื่องจากทุเรียนเป็นอาหารที่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ให้พลังงานสูงเช่นเดียวกัน เมื่อกินทุเรียนร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่างกายจะได้รับพลังงานที่มากเกินไป ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดกระบวนการ เผาผลาญเพื่อกำจัดของเสียเพิ่มมากขึ้น 5.ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ จะช่วยแก้ร้อนในหลังจากกินทุเรียนได้ หรือรับประทานทุเรียนคู่กับมังคุดช่วยลดความร้อนได้ ออกกำลังกาย 6.เมื่อกินเสร็จแล้วก็ควรจะต้องหาเวลาออกกำลังกาย เพื่อเป็นการช่วยให้ร่างกายได้เบิร์นพลังงานออกมา ไม่เหลือเก็บไว้เป็นไขมันสะสม ซึ่งหากทำร่วมกับการกินแบบจำกัดปริมาณ ก็จะช่วยให้เรายังสามารถควบคุมน้ำหนักอยู่ได้ในช่วงหน้าทุเรียนแบบนี้ 7.หากมีโรคประจำตัวควรกินให้น้อยที่สุด คนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต ความดันโลหิตสูง ควรระมัดระวังในการกิน แนะนำให้กินไม่เกิน 1 เม็ดเล็กต่อวัน หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อน

8.สำหรับคนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคเบาหวาน โรคหัวใจและโรคความดันโลหิตสูง ควรระมัดระวังเรื่องการกินทุเรียนมากกว่าคนทั่วไป อาจกินได้แต่ต้องกินในปริมาณน้อยกว่าคนปกติและไม่บ่อยเกินไป เพราะการกินทุเรียนปริมาณมากหรือกินทุเรียนบ่อยเกินไป จะส่งผลต่อระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดได้ นอกจากนี้ กรดกำมะถันในทุเรียนจะทำให้เอนไซม์ที่กำจัดสารพิษจากกระบวนการเผาผลาญลดลง หากมีปัญหาสุขภาพหรือโรคประจำตัวอาจทำให้เกิดอาการหน้าแดง ชา วิงเวียนและอาเจียน หากนำส่งโรงพยาบาลไม่ทันอาจเสียชีวิตได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...