โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกทรพีคลั่งยา ขอเงินพ่อพิการไม่ได้ อีโต้จามหัวปางตาย

แนวหน้า

เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2566 เวลา 17.00 น.

ตร.สภ.บ้านดุง ตามจับได้แล้ว "ไอ้โก๊ะ" ลูกทรพีอีโต้จามหัวพ่อ โมโหขอเงินพ่อซื้อยาบ้ามาเสพฉลองปีใหม่ไม่ได้ ญาติเล่าชีวิตน่าสงสารพ่อพิการขาเป๋ ขับสามล้อรับจ้างหาเงินให้ลูกชายเหนื่อยแทบตาย ยังถูกลูกติดยาทำร้ายปางตาย

31 ธ.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อบ่ายวานนี้ (30 ธ.ค.66) ตร.สภ.บ้านดุง จ.อุดรธานี รับแจ้งเกิดเหตุลูกทรพีใช้อาวุธมีดอีโต้ฟันหัวพ่อตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอุดรธานี เพื่อรักษา ตอนนี้อาการปางตายเท่ากัน เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 28 บ้านกำแมด ม.5 ต.วังทอง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ทราบชื่อผู้ก่อเหตุว่า นายกัมพล สีมันตะ หรือ นายโก๊ะ อายุ 25 ปี และผู้บาดเจ็บชื่อนายบุญเพ็ง สีมันตะ หรือ เต่า อายุ 52 ปี พ่อของนายโก๊ะ หลังเกิดเหตุนายโก๊ะได้ถือมีด 2 เล่มวิ่งหนีออกจากหมู่บ้าน มีการประกาศแจ้งเบาะแสให้ตร.ทางโซเซียล เพราะเป็นบุคคลอันตราย

เวลาต่อมาช่วงค่ำวันเดียวกัน พ.ต.อ.พงศ์พันธุ์ นาขวา ผกก.สภ.บ้านดุง ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.คนาวิทย์ ถานะวุฒิพงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.บ้านดุง,พ.ต.ท.ธนนท์ ศรีกงพาน สว.สส.สภ.บ้านดุง ร.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ทองสีเหลือง รอง สวป.สภ.บ้านดุง พร้อมชุดสืบสวน ติดตามจับกุมนายโก๊ะ ลูกทรพีผู้ก่อเหตุได้ หลังไปหลบซ่อนตัวใกล้รีสอร์ทแห่งหนึ่งที่บ้านกำแมด จึงนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม โดยผู้ต้องหาให้การว่าได้ฟันเข้าศีรษะของพ่อจริง ประมาณ 7-8 ครั้ง ดูแผลแล้วหนักมาก มันฟันหัวพ่อยังกับแตงโม สาเหตุเพราะโดนพ่อด่าว่าขอเงินทุกวัน ตนเองอยากได้เงินไปซื้อยาบ้ามาเสพในช่วงปีใหม่ อยากฉลองให้หนำใจไปเลย แต่สุดท้ายพ่อด่าว่าขอเงินทุกวัน จึงโมโหใช้มีดอีโต้จามไปที่ศีรษะของพ่อ

เบื้องต้น ตร.ได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า "พยายามฆ่าบุพการี เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย" ส่วนผู้บาดเจ็บขณะนี้ อาการยังสาหัสและพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านหลังเกิดเหตุอีกครั้งเพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยพบกองเลือดติดอยู่ที่นอนที่บริเวณแคร่ใต้ถุนบ้านซึ่งเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง ข้างที่นอน พบว่ามีการเก็บพับเสื้อผ้าไว้บนชั้นดูสะอาดเรียบร้อย ทราบว่าเป็นเสื้อผ้าของพี่ชายนายบุญเพ็งที่เสียชีวิตเมื่อ 6 ปีที่แล้ว เก็บเอาไว้ตลอดไม่ห่างที่นอน เพราะรักพี่ชายมาก และได้พบกับญาติของนายเต่า ผู้บาดเจ็บ พาดูที่เกิดเหตุ โดยบ้านหลังนี้อยู่ด้วยกันสองพ่อลูก แต่หลังจากพ่อถูกทำร้ายบาดเจ็บ นอนรักษาตัวที่รพ.ศูนย์อุดรธานี และลูกชายถูกจับ บ้านหลังนี้ก็ไม่มีใครอยู่บ้าน

พี่กุ้ง อายุ 42 ปี (เบลอหน้า) เปิดเผยว่า ครอบครัวนี้ก็เป็นญาติ ส่วนผู้ก่อเหตุชื่อโก๊ะ มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมานานมาก เสพยาจนเหลือแต่กระดูก เหตุการณ์เมื่อวานก็เป็นเพราะนายโก๊ะคลั่งจากการเสพยาเสพติด ตลอดเดือนที่ผ่านมา นายโก๊ะมีอาการคลั่งเกือบทุกวัน ไม่ทำงานและจะชอบขอเงินพ่อไปซื้อยาบ้ามาเสพ หากขอไม่ได้ก็จะขโมยของไปขายเพื่อที่ได้เงินมาซื้อยาเสพติด ช่วงเกิดเหตุ ตนได้ยินเสียงดังโป๊ะๆ ประมาณ 5 ครั้ง ได้ยินเสียงร้องก็รีบเรียกให้คนมาช่วย ตอนแรกนึกว่า นายโก๊ะขุดดินจะปลูกผัก แต่เอาจริงๆไม่ใช่ ได้ยินเสียงอาเต่าร้องขอความช่วยเหลือ จึงมาดูกับแม่ตกใจแทบช็อค นายโก๊ะใช้มีดฟันหัวพ่อจนเลือดท่วมตัว

ก่อนที่นายเต่า จะถูกลูกชายทำร้าย ได้เดินมาหาตนที่บ้านนั่งระบายความในใจให้ฟังว่า บักโก๊ะมันจะฆ่ามันลับมีดไว้แล้ว จากนั้นก็ลุกขึ้นกะว่าจะไปจัดการลูก และพูดออกมาว่าถ้าตายก็ยอม ตอนแรกทั้ง 2 ก็วิ่งไล่กันตีกันไปกันมาต่อมาก็ถูกฟัน หลังรู้ว่าโก๊ะถูกจับ ส่วนตัวอยากให้ติดคุกตลอดไป หากออกมาก็ไม่มีใครจะนับญาติ เพราะเกินที่จะเยียวยาให้อภัยแล้ว ทำกับพ่อตัวเองที่คอยหาข้าวหาน้ำได้อย่างไร

สำหรับผู้บาดเจ็บเป็นบุคคลพิการ มีอาชีพขับรถสามล้อรับจ้าง ได้รายได้ส่วนใหญ่จะเป็นเบี้ยคนพิการ และสวัสดิการของรัฐ ส่วนตัวนั้นรู้สึกว่า เหตุการณ์แบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นแถวชุมชนเคยเห็นแต่ในข่าว อำเภออื่นๆจังหวัดอื่นๆยิ่งมาเจอกับตัวเองรู้สึกไม่ดีไม่สบายใจ ฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้ตั้งข้อหาหนักๆดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเดี๋ยวจะลดโทษ หาพ้นโทษออกมาก็จะเป็นภาระพี่น้องและเป็นสังคมอีกแน่ ส่วนพี่น้องคงไม่นับญาติแล้ว ส่วนนายเต่าเขาเป็นคนที่น่าสงสาร พิการยังขับรถสามล้อเครื่องรับจ้างหาเงินมาให้ลูกชาย และชาวบ้านก็รักทุกคน ตอนนี้อาการปางตายไม่รู้จะรอดหรือไม่ (-009)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...