โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

5 วิธีปลุกไฟในตัวเองอย่างง่ายๆ

SistaCafe

อัพเดต 07 ต.ค. 2562 เวลา 02.10 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2562 เวลา 10.11 น. • Plong Titayaporn Daengkrajang

เคยมั้ยคะ?…อยู่ดีๆ ก็หมดพลังจะทำอะไรไปดื้อๆ ไม่อยากทำอะไรเลย นอกจากอยู่นิ่งๆ

จากคนที่เคยมีพลัง มีไอเดียล้านแปด ทำทุกอย่างเต็มที่ บางครั้งอาจจะทำเกินร้อยด้วยซ้ำ แต่ไปๆ มาๆ พลังที่เคยมีกลับลดน้อยถอยหายลงไปเหมือนนาฬิกาที่ถ่านเริ่มอ่อน เข็มนาฬิกาค่อยๆ เดินช้าลง จนกลายเป็นความรู้สึกที่ว่า "ฉันกำลังทำอะไร" "ฉันมาทำอะไรตรงนี้" เกิดเป็นความเบื่อหน่ายเข้ามาแทนที่ หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ว่า เกิดอาการ "หมดไฟ" นั่นเอง ถูกมั้ยคะ?

มีทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจอธิบายเอาไว้ว่า อาการ #หมดไฟ มีสาเหตุเชื่อมโยงมาจาก "ความเครียด" ซึ่งเป็นงานวิจัยของ Dr. Stevan E. Hobfall ที่มีชื่อว่า "Conservaion of Resources Theory"
ซึ่งเป็นทฤษฎีที่อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดที่ว่า "การที่มนุษย์พยายามที่จะทำให้ได้มาหรือรักษาระดับทรัพยากรต่างๆ ของตัวเองไว้ ไม่ว่าจะเป็น…

  1. สิ่งของ เช่น บ้าน รถยนต์ เสื้อผ้า อาหาร
    2. ลักษณะนิสัย เช่น ความภาคภูมิใจต่างๆ
    3. สถานะต่างๆ เช่น การแต่งงาน
    4. พลังงาน เช่น ความรู้ เงิน เวลา
    เราจะเกิด #ความเครียด ขึ้นเมื่อสูญเสีญทรัพยากรเหล่านี้ไป

ซึ่งอาการ "หมดไฟ" มักเกิดขึ้นเมื่อเราทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้พักเป็นเวลานานๆ เปรียบเสมือนกองไฟที่ถูกเผาไปเรื่อยๆ แต่ไม่มีฟืนหรือไม้เติมเข้าไป ทรัพยากรคือไม้หรือฟืนก็จะค่อยๆ ถูกเผาไปเรื่อยๆ จนหมด จนในที่สุดกองไฟก็จะค่อยๆ มอดดับลง

หากเรายังปล่อยให้อาการหมดไฟเกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ เราจะไม่ได้แค่เผชิญหน้ากับความเบื่อหน่ายเพียงอย่างเดียว แต่มันยังส่งผลให้ความสามารถในการจัดการกับเรื่องต่างๆ แย่ลงไปด้วย ไม่มีแรงจะทำอะไร หมดพลังใจลงไปเรื่อยๆ ทำให้ยิ่งเหนื่อยเมื่อยล้าทั้งกายและใจมากขึ้น ความเครียดก็ยิ่งพุ่งปรี๊ดๆ ขึ้นไปอีก จนไม่อยากทำอะไรเลย จริงมั้ยคะ?

 

แล้วเราจะปลุกพลังชาร์จแบตให้ไฟในตัวเองให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งได้ยังไง มาตามอ่านไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ
1. ไปทำสิ่งที่ชอบ เหนื่อยนักก็พักซะบ้าง ไปเติมพลังกับสิ่งที่ตัวเองชอบ
2. อันปลั๊กตัวเองแล้วเลิกคอนเนคท์ซะบ้าง พักการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์บ้าง เพราะการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์อยู่ตลอดเวลาก็ทำให้เกิดความเครียดสะสมได้โดยไม่รู้ตัว
3. ไปหาเรื่องใหม่ๆ ทำบ้าง การที่เราอยู่กับอะไรซ้ำๆ เดิมๆ อาจทำให้กายและใจเหนื่อยล้า ลองไปทำอะไรใหม่ๆ ดูจะช่วยผ่อนคลายได้
4. ออกกำลังกาย เมื่อเราออกกำลังกายต่อเนื่องอย่างน้อย 20-30 นาทีขึ้นไป ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข หรือที่รู้จักกันในชื่อของ "Endorphine" ซึ่งช่วยลดความเครียดลงได้
5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ วิธีนี้สำคัญที่สุด เพราะการนอนหลับไม่เพียงพอหรือการอดนอนไม่ได้ส่งผลเฉพาะร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลถึงจิตใจด้วย ทำให้สมองไม่ปลอดโปร่ง คิดอะไรช้า สมองไม่แล่น และหงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย ดังนั้นถึงเวลานอนก็คือนอน นอนให้เต็มอิ่ม ตื่นมาจะได้สดชื่นแจ่มใส

  

ลองไปทำกันดูนะคะ ไฟในตัวเองจะได้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง 

ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ SistaCafe Facebook
SistaCafe เว็บไซต์รวบรวมบทความสำหรับผู้หญิง https://sistacafe.com
♥ ดาวน์โหลด App SistaCafe ฟรีได้แล้ววันนี้! ♥
iOS : AppStore
Android : PlayStore

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...