โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฟชั่น บิวตี้

เทียบให้ชัดระหว่างการแต่งหน้า สาวญี่ปุ่น Vs เกาหลี ดูคล้ายแต่แต่งยังไงก็ไม่เหมือน!?

SistaCafe

อัพเดต 09 ก.ค. 2562 เวลา 18.10 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2562 เวลา 08.14 น. • wawareview

ฮาโหลสาวๆ
ถ้าพูดเรื่องการแต่งหน้า ประเทศที่เราต้องยกให้เขาก็คงหนีไม่พ้น " ประเทศเกาหลี " และ " ประเทศญี่ปุ่น " ใช่มั้ยคะ แม้ว่าช่วงหลังๆ กระแสเกาหลีจะฮิตมาก โด่งดังไปไกลถึงฮอลลีวู้ด แต่ก็ยังมีสาวๆ จำนวนมากที่ยังคงเกาะติดการแต่งหน้าของสาวญี่ปุ่นกันตลอดๆ ซึ่งถ้าสาวๆ สังเกตให้ดีการแต่งหน้าทั้ง 2 ประเทศนี้มีเทคนิคการแต่งหน้าความใกล้เคียงกันมาก คือจะเน้นผิววาวๆ และการแต่งหน้าที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่ไม่ว่ามองยังไงก็ไม่เหมือนกัน

วันนี้เราก็เลยจะพาสาวๆ ไปลงดีเทล เทียบกันให้ชัดๆ ว่าทั้ง 2 ประเทศนี้เขาแตกต่างกันยังไง ใครชอบแบบไหนก็เอาไปแต่งตามกันได้เลยนะคะ เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไร ยังไงกันบ้างไปดูกันเลยค่ะ

 

# ตำแหน่งที่ 1 : ผิว #

แม้ทั้ง 2 ประเทศนี้เขาจะเน้นการแต่งหน้าธรรมชาติ เน้นโชว์ผิวสวยๆ จากภายในเหมือนกัน แต่ถ้าสาวๆ สังเกตให้ดี เธอจะพบว่าประเทศเกาหลีเขาจะเน้นผิวที่ฉ่ำวาวมากกว่า โดยเขาเรียกนี้ว่า glass skin makeup คือเป็นผิวที่ดูโกลว์ ฉ่ำน้ำเหมือนผิวกระเบื้องเคลือบที่สะท้อนกับกระจก สาเหตุก็เป็นเพราะอากาศที่เกาหลีเขาจะหนาวมาก ดังนั้นเขาก็เลยเน้นผิววาวๆ แบบนี้นั่นเอง ดังนั้นไอเทมที่ต้องมีของการแต่งหน้าแบนี้ก็คือไฮไลท์เนื้อน้ำ รวมถึงเซ็ตติ้งสเปร์ยที่มีกากเพชรนิดๆ นั่นเอง

ในทางตรงกันข้ามสำหรับสาวญี่ปุ่นนั้นถึงแม้จะเน้นแต่งหน้าแบบใสๆ งานโชว์ผิวเหมือนกัน แต่จะมีความแมทอยู่บ้าง จะมีความแวววาวเป็นบางจุด เช่นพวกโหนกแก้ม หรือหน้าผากส่วนสีผิวนั้นก็เน้นสีผิวธรรมชาติ ไม่ได้เน้นความขาวเวอร์วัง อาจจะเพราะพื้นฐานเดิมคนญี่ปุ่นเป็นคนที่มีผิว 2 สี คล้ายๆ กับคนไทย ดังนั้นสำหรับสาวไทยการแต่งหน้าแบบญี่ปุ่นก็จะง่ายกว่านั่นเองค่ะ

 

# ตำแหน่งที่ 2 : คิ้ว #

ถึงแม้คิ้วจะเป็นจุดเล็กๆ ที่คนไม่ค่อยจะสังเกตมากเท่าไหร่ แต่เมื่อมองภาพรวมแล้วจุดนี้คือจุดสำคัญที่ทำให้ลุคทั้ง 2 ต่างกันก็ว่าได้ โดยสำหรับการแต่งหน้าสไตล์เกาหลีนั้นจะเน้นคิ้วที่ตรง ทื่อๆ ไม่มีส่วนโค้งมากนัก ส่วนสีคิ้วก็จะเฉดสีอ่อนกว่าสีผมทำให้ได้ลุคที่ดูซอฟต์ หวานๆ และหน้าเด็กลงค่ะ 

แต่ในลุคของสาวญี่ปุ่นนั้นเขาจะเน้นทรงคิ้วที่ดูเป็นธรรมชาติ คือแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงรูปทรงคิ้วเดิมเลย ทรงคิ้วมันก็จะมีความโค้งหักที่ปลายอยู่หน่อยๆ ส่วนขนคิ้วไม่จำเป็นต้องเป๊ะ อาจจะมีการเติมที่หัวและหางคิ้วเล็กน้อย แต่ยังไงๆ ก็ยังยึดคิ้วเดิมเป็นหลัก นางแบบบางคนก็แทบจะไม่เขียนคิ้วเพิ่มเขาไปเลยด้วยซ้ำ  

 

# ตำแหน่งที่ 3 : ตา #

มาถึงตำแหน่งที่ 3 กันแล้วนะคะ โดยสำหรับเทรนด์ของสาวเกาหลีนั้นก็จะมีความซับซ้อนอยู่หน่อยๆ คือจะมีการไล่ระดับโทนสีเพื่อให้ตามีมิติเป็นชั้นแรก โดยจะใช้เฉดเข้มที่มุมด้านนอกของเปลือกตา และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการลงชิมเมอร์เพิ่มความระยิบระยับเป็นขั้นตอนสุดท้าย แต่ก็ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นเพราะเขาก็ยังมีการลงแบบ doe-eyed look หรือสร้างเส้นขอบที่ตาล่าง ซึ่งจะใช้เฉดสีสว่างวาดลงไป ทำให้ตามีความสดใสคล้ายลูกแมวน้อย เป็นเทรนด์ฮิตที่ใครเป็นสาวกเกาหลีต้องทำตามเลยนะคะ

ส่วนสำหรับลุคของสาวญี่ปุุ่นนั้นโดยรวมแล้วก็จะเน้นสีการลงแบบธรรมดาๆ ใช้สีที่เป็นธรรมชาติอย่างน้ำตาลเนื้อแมทท์ลงเบาๆ และถึงแม้จะมีการไล่เฉดสี ใช้สีเข้มลงที่หางตาทำให้ดูมีมิติแต่ก็จะเน้นเนื้อแมทซะเป็นส่วนใหญ่ ส่วนอายไลเนอร์นั้นก็จะลงแบบบางๆ ชิดโคนขนตาจนแทบจะมองไม่เห็นเลยทีเดียวค่ะ

 

# ตำแหน่งที่ 4 : แก้ม #

สำหรับเรื่องการปัดแก้มนั้นต้องยกให้สาวญี่ปุ่น เพราะเขามักจะปัดแก้มกันค่อยข้างหนัก โดยเทรนด์นี้มีชื่อเรียกว่า  " hangover look’ " เป็นการปัดแก้มด้วยสีที่ค่อนข้างชัด โดยจะใช้สีชมพูซะเป็นส่วนใหญ่ปัดที่หน้าแก้ม ให้เป็นวงๆ ดูใสแบ๊ว ตรงกันข้ามกับสาวเกาหลีที่จะปัดแก้มเบาๆ ใช้บลัชออนสีพีชหรือสีชมพู ปัดเฉียงขึ้นเล็กน้อยทำให้ดูมีความเป็นธรรมชาติมากกว่านะคะ

 

# ตำแหน่งที่ 5: ปาก #

 
เราทุกคนรู้ดีว่าเทรนด์หนึ่งที่โด่งดังมากๆ ของสาวเกาหลีก็คือการทาปาก 2 สี หรือที่เขาเรียกว่าออมเบร โดยจะเป็นการทาไล่ระดับสีให้ริมฝีปากด้านในเป็นสีเข้ม ส่วนริมฝีปากด้านนอกก็จะดูเบลอๆ ทำให้ปากดูมีมิติ และเก๋มากขึ้นแต่สำหรับสาวญี่ปุ่นนั้นจะเน้นทาแบบธรรมดาๆ ไม่เป็นเนื้อแมทไปเลย ก็จะทาเนื้อที่มีความฉ่ำวาว ไม่ได้สนใจเรื่องการไล่โทนสีเท่าไหร่นักนะคะ

 

เป็นยังไงบ้างคะสำหรับข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการแต่งหน้าที่เราเอามาฝากกันวันนี้ หวังว่าสาวๆ คงจะชอบกันนะคะ ใครที่เป็นสายไหน ไม่ว่าจะเป็นสายเกาหลีหรือ สายญี่ปุ่นก็ลองไปไปคิดพิจารณาให้ดี แต่เราแนะนำว่าเอาเทคนิคของทั้ง 2 ชาติมาใช้น่าจะเข้ากับสาวไทยแบบเรามากที่สุดนะคะ 
เอาล่ะ วันนี้ไปแล้วนะคะ ครั้งหน้าเราจะมีอะไรก็ฝากติดตามกันด้วยนะคะ วันนี้ไปแล้วค่ะ บาย

ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ SistaCafe Facebook
SistaCafe เว็บไซต์รวบรวมบทความสำหรับผู้หญิง https://sistacafe.com
♥ ดาวน์โหลด App SistaCafe ฟรีได้แล้ววันนี้! ♥
iOS : AppStore
Android : PlayStore

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...