โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PTG ผนึก “ไทยไพบูลย์” รุกบริหาร-ผลิตเชื้อเพลิงขยะ วางเป้า 3 ปีกำลังผลิต 4,000 ตันต่อวัน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 07 ก.พ. 2567 เวลา 11.39 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามความร่วมมือทางธุรกิจกับ บริษัท ไทยไพบูลย์ อีควิปเม้นท์ จำกัด ในการดำเนินงานธุรกิจบริหารจัดการและผลิตเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel: RDF) เพื่อสนับสนุนแผนธุรกิจ 5 ปีของบริษัทฯ ที่ต้องการขยายพอร์ตธุรกิจ Non-Oil ให้เติบโตในอนาคต

โดยเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของไทยไพบูลย์ฯ ในครั้งแรกสัดส่วนไม่น้อยกว่า 10% คิดเป็นมูลค่าลงทุนไม่เกิน 103 ล้านบาท ซึ่งในอนาคตบริษัท PTG จะมีสิทธิเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของไทยไพบูลย์ฯ สัดส่วนครบ 33.33% ภายในปี 2568 คิดเป็นมูลค่าการลงทุนประมาณการตลอดโครงการทั้งสิ้น 400 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของไทยไพบูลย์

สำหรับธุรกิจ Renewable Energy เป็น 1 ใน 8 ธุรกิจหลักที่ PTG ตั้งเป้าที่จะเข้าลงทุน เพื่อให้ธุรกิจ Renewable Energy เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ รวมถึงต่อยอดและขยายธุรกิจจากที่ PTG ได้เข้าสู่ธุรกิจบริหารและจัดการขยะในปี 2565 โดยเป็นคู่สัญญากับเทศบาลเมืองบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สำหรับการก่อสร้างและบริหารจัดการโครงการกำจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากชุมชน รวมถึงมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 4.5 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลา และรอใบอนุญาต รวมถึงโควต้าของภาครัฐ

“บริษัทฯ เล็งเห็นว่าการร่วมกับไทยไพบูลย์ ซึ่งเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอยจากชุมชน อย่างครบวงจร และผลิตเชื้อเพลิงขยะ (RDF) สำหรับทดแทนเชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน (Global Warming) ไทยไพบูลย์มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับต้น ๆ ในธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) โดยทีมผู้บริหารมีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่อยากเห็นชุมชนและคนในสังคมมีชีวิตที่ อยู่ดี มีสุข จากการบริหารจัดการขยะได้อย่างถูกวิธี ส่งผลให้ชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้มีความเป็นอยู่อย่างถูกสุขลักษณะ และเป็นช่องทางการเติบโตในอนาคตจากการต่อยอดไปยังธุรกิจอื่น เช่น ธุรกิจบริหารจัดการขยะรีไซเคิล และธุรกิจคาร์บอนเครดิตได้” นายพิทักษ์ กล่าว

ด้าน นายไพบูลย์ คุ้มคำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยไพบูลย์ อีควิปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ PTG ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นผู้นำด้านบริการในธุรกิจพลังงานครบวงจรของประเทศ เพื่อร่วมกันผลักดันและส่งเสริมการจัดการขยะที่สำคัญคือ มีความมุ่งมั่นเดียวกันในการส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ในการจัดการขยะตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งมั่นใจว่าความร่วมมือของทั้ง 2 บริษัทในครั้งนี้จะถือเป็นองค์กรต้นแบบที่ช่วยผลักดันให้เกิดการจัดการ และสนับสนุน สร้างความร่วมมือในทุกภาคส่วนในการแยกขยะใช้แล้วอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า ส่งผลดีต่อสังคม สิ่งแวดล้อมและโลกได้ในระยะยาว

โดยการคัดกรองแยกขยะในครั้งนี้ จะสามารถต่อยอดพลาสติก รวมถึงขวดแก้ว ซึ่งอาจจะนำไปรีไซเคิลได้ดี เพื่อจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันผลิตขยะเชื้อเพลิง (RDF) บริษัทผลิตอยู่ที่ 1,500-2,000 ตันต่อวัน โดยส่งขายให้กับโรงไฟฟ้าเป็นหลัก รวมถึงนโยบายภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ขณะที่วางเป้าภายในอีก 3 ปีข้างหน้า (2566-2568) จะเพิ่มกำลังผลิตขยะเชื้อเพลิง RDF อยู่ที่ 3,000-4,000 ตันต่อวัน ทั้งนี้บริษัทส่งขายกระจายอยู่ในส่วนของภาคกลาง, ภาคตะวันออก, ภาคอีสาน และทางภาคเหนือ ส่วนมาร์จิ้นไม่ต่ำกว่า 15% แต่หลังจากที่บริษัทได้แหล่งเงินทุนเพิ่มมากขึ้น คาดว่าจะทำให้มาร์จิ้นสูงกว่า 20%

ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีอยู่ประมาณ 20 แห่ง ซึ่งภายใน 3 ปีข้างหน้าอาจจะอยู่ที่ประมาณ 30 แห่ง และมีขยะเชื้อเพลิงที่จัดการอยู่ประมาณวันละ 7,000 ตัน ส่วนที่มีปัญหาอยู่ขณะนี้ประมาณ 5,000 ตัน

สำหรับผลการดำเนินงานรวมของกลุ่มบริษัท ณ ปัจจุบัน มีรายได้ต่อปีกว่า 800 ล้านบาท และกำไรสุทธิกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งรายได้หลักมาจากการขายเชื้อเพลิงขยะ (RDF) และจากการบริหารจัดการขยะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...