โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SORKON กวาดกำไรปี 67 โตทะลัก 144% แตะ 133 ล้านบาท บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.25 บ.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 05 มี.ค. 2568 เวลา 08.19 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายจรัญพจน์ รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศบริษัท ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SORKON ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์รายใหญ่ของไทย เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2567 (ตุลาคม-ธันวาคม) บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 904.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในงวดปี 2567 เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขาย 3,341.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% จากปีก่อน

โดยปัจจัยความสำเร็จมาจากการเติบโตของยอดขายธุรกิจอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รับกระแสจากเทรนด์ของการบริโภคผลิตภัณฑ์แหนม ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมาตั้งแต่ไตรมาส 2/2567 และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ขณะเดียวกัน มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากธุรกิจฟาร์มสุกร อันเป็นผลมาจากปัจจัยด้านราคาสุกรที่ขยับตัวสูงขึ้น รวมถึงจำนวนสุกรที่ขายได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ในงวดปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้จากกลุ่มอาหารแปรรูปจากเนื้อสุกร จำนวน 1,853.9 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 55.5% ของยอดขายรวม เติบโต 10.6% ซึ่งเป็นผลมาจากกลยุทธ์การส่งเสริมการขาย จึงทำให้เกิดความนิยมในผลิตภัณฑ์มากขึ้น นอกจากนี้ ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภค ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทฯ เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่รายได้กลุ่มอาหารทะเลแปรรูป จำนวน 1,065 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 31.9% ของยอดขายรวม ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัทฯ ได้จำหน่ายสินค้าในกลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีจึงส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากกลุ่มธุรกิจนี้เพิ่มสูงขึ้น

ด้านรายได้กลุ่มงานร้านอาหาร Quick Service Restaurant (QSR) จำนวน 77.7 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 2.3% ของยอดขายรวม เติบโต 15.7% โดยมีการเปิดสาขาใหม่ในทำเลที่มีศักยภาพ ประกอบกับได้ปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรไปแล้วตั้งแต่ปีก่อน รวมถึงได้เพิ่มอาหารในรูปแบบบุฟเฟต์ ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้กลุ่มงานฟาร์มสุกร จำนวน 344.7 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 10.3% ของยอดขายรวม เติบโต 26.1%เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา

โดยธุรกิจฟาร์มยังคงได้รับผลบวกอย่างต่อเนื่อง จากราคาตลาดเนื้อสุกรที่ปรับสูงขึ้น ทำให้สามารถบริหารจัดการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ผลการดำเนินงานโดยภาพรวมของกลุ่มฟาร์มสุกรดีขึ้น และ รายได้จากการให้เช่าและบริการ จำนวน 16.1 ล้านบาท เติบโต 25.6% โดยสามารถหาผู้เช่ารายใหม่ได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายคงที่ได้ดีขึ้น

ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในไตรมาส 4/2567 ทำได้ 31.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 151.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ ในงวดผลการดำเนินงานปี 2567 ทำได้ 133.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 144.1% จากปีก่อน ตามผลประกอบการของธุรกิจฟาร์มสุกรที่เพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากปัจจัยราคาสุกรที่เพิ่มสูงขึ้นตามที่ได้กล่าวไว้ และต้นทุนอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ลดลง ประกอบกับกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนการขายของสินทรัพย์ชีวภาพที่เพิ่มขึ้น จำนวน 17.2 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯ โดยรวมเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ ในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานในปี 2567 เป็นเงินสดในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินปันผลจำนวน 80,850,000 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผล (Record date) วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น หากได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 29 เมษายน 2568 นี้

นายจรัญพจน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury Stock) ภายในวงเงินไม่เกิน 81,000,000 บาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 16,170,000 หุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 5.0 ซึ่งไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ โดยจะดำเนินการด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ กำหนดระยะเวลาที่จะซื้อหุ้นคืนตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม – 31 สิงหาคม 2568 ทั้งนี้ เพื่อการบริหารสภาพคล่องของกิจการในกรณีที่ราคาหุ้นของบริษัทฯ อยู่ในระดับต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสมมากเกินไป และบริษัทฯ มีกำไรสะสมและสภาพคล่องทางการเงินสูงกว่าความต้องการใช้ดำเนินธุรกิจในช่วงระยะเวลาดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...