สหรัฐเก็บภาษีนำเข้าแสนล้านดอลลาร์
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 06.48 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 23.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังสหรัฐฯ รายงานงบประมาณประจำเดือน มิ.ย. 2568 แสดงให้เห็นถึงรายได้จากการจัดเก็บอากรศุลกากร (Customs Duties) หรือ “ภาษีนำเข้า” เพิ่มขึ้นเกิน 100,000 ล้านดอลลาร์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ภายในรอบปีงบประมาณเดียว
นั่นเป็นผลโดยตรงจาก “มาตรการกำแพงภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เข้มข้น..!!
รายได้จากภาษีที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ช่วยให้งบประมาณเดือนมิ.ย. 2568 พลิกกลับมาเกินดุลถึง 27,000 ล้านดอลลาร์และคาดว่าจะยิ่งเสริมความเชื่อมั่นของทรัมป์ ในการใช้กำแพงภาษีเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจ และนโยบายต่างประเทศต่อไป
ข้อมูลจากกระทรวงการคลัง บ่งชี้ว่า “ภาษีนำเข้า” กำลังกลายเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญอย่างยิ่ง สำหรับรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การจัดเก็บอากรศุลกากรทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยเพิ่มขึ้น 4 เท่าตัว แตะระดับ 27,200 ล้านดอลลาร์ ก่อนหักลบกับส่วนที่ต้องคืนภาษี โดยรายได้ภาษีสุทธิอยู่ที่ 26,600 ล้านดอลลาร์
รายได้จากภาษีนำเข้าสุทธิ 9 เดือนแรก ปีงบประมาณ 2568 (ต.ค. 67-ต.ค. 68) จัดเก็บได้ถึง 108,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า จากช่วงเดียวกันปีก่อน
จากผลลัพธ์ดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันภาษีนำเข้า กลายเป็นแหล่งรายได้มากสุดเป็นอันดับ 4 ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ตามหลังเพียงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (หัก ณ ที่จ่าย) จัดเก็บได้ 2,683,000 ล้านดอลลาร์ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ยื่นชำระเอง) จัดเก็บได้ 965,000 ล้านดอลลาร์ และภาษีเงินได้นิติบุคคล จัดเก็บได้ 392,000 ล้านดอลลาร์
ช่วงเวลาเพียง 4 เดือน สัดส่วนรายได้จากภาษีนำเข้าต่อรายได้ทั้งหมดของรัฐบาลเพิ่มขึ้นกว่า 1 เท่าตัว จากประมาณ 2% ในอดีต มาอยู่ที่ประมาณ 5%
“สก็อตต์ เบสเซนต์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ผลลัพธ์ที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ กำลังเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากนโยบายภาษีของทรัมป์
“ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ทำงานอย่างหนักเพื่อทวงคืนอธิปไตยทางเศรษฐกิจของชาติ รายงานงบประมาณรายเดือนมิ.ย.นี้ แสดงให้เห็นถึงรายได้จากอากรศุลกากรที่ทำสถิติสูงสุด โดยที่ไม่มีภาวะเงินเฟ้อ”
อย่างไรก็ตามตัวเลขเกินดุลงบประมาณเดือนมิถุนายน 2568 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเลื่อนปฏิทินรายรับและรายจ่ายบางรายการ หากปรับผลกระทบดังกล่าวออกไป คาดว่ายังขาดดุลงบประมาณอยู่ที่ 70,000 ล้านดอลลาร์
ที่สำคัญยอดขาดดุลงบประมาณโดยรวมช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ กลับเพิ่มสูงขึ้น 5% หรือ 64,000 ล้านดอลลาร์ แตะระดับ 1,337,000 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นในโครงการสุขภาพ, ประกันสังคม, กลาโหม, กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายด้านดอกเบี้ยของหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
“ช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณนี้ ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสูงถึง 921,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อนและสูงกว่ารายจ่ายหมวดอื่น ๆ ทั้งหมด”
จากข้อมูลข้างต้นเป้าหมายยอดจัดเก็บสำหรับปีปฏิทิน 2568 ที่ระดับ 300,000 ล้านดอลลาร์..ดูไม่ไกลเกินเอื้อมซะแล้ว..!!