เงินเฟ้อ ตั๋วแพง แรงงานขาด แต่ทุกอย่างไม่อาจหยุดยั้งการ “เที่ยวล้างแค้น” ได้เลย
หน้าฟีดโซเชียลมีเดียขณะนี้เต็มไปด้วยภาพเพื่อน ๆ และคนรู้จักที่ออกท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวในไทยก็เริ่มได้เห็นนักท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง ชาวต่างชาติเดินแน่นย่านสยามสแควร์และถนนข้าวสาร บรรยากาศเก่า ๆ ของการท่องเที่ยวก่อนเกิดโรคระบาดของโควิด-19 เริ่มกลับมาให้เห็นอย่างชัดเจน และไม่ว่าจะมีปัจจัยลบมากระทบสารพัด แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งการ “เที่ยวล้างแค้น” ได้เลย
ตัวเลขคาดการณ์การท่องเที่ยวในหลายประเทศทั่วโลกมองภาพปี 2022 เป็นภาพแห่งการฟื้นตัว แม้ว่าจะยังไม่กลับมาเท่ากับปี 2019 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายก่อนเกิดโรคระบาด แต่ก็เป็นสัญญาณบวกที่ชวนให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวใจชื้น ตัวอย่างเช่น สมาคมการท่องเที่ยวแห่งสหรัฐอเมริกาคาดว่าเม็ดเงินด้านการท่องเที่ยวในสหรัฐฯ จะแตะ 1.05 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ แต่ยังต่ำกว่าที่เคยได้รับเมื่อปี 2019 อยู่ 10%
ขณะที่ประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้ามาสะสม 10 ล้านคน จากเมื่อปี 2019 ที่ไทยเราเคยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 39.7 ล้านคนในปีเดียว ตัวเลขอาจจะยังห่างไกลกับช่วงเวลาปกติ แต่การฟื้นจากแทบเป็นศูนย์มาสู่ตัวเลข 10 ล้านคนคือ “ข่าวดี” อย่างยิ่ง
เหตุที่กิจกรรมการท่องเที่ยวดีดตัวขึ้นมาเร็ว เกิดจากทั้งความพร้อมของหลายประเทศที่เปิดประตูการเดินทางแบบ 100% และดีมานด์ของนักท่องเที่ยวที่ต้องการ “เที่ยวล้างแค้น” (Revenge Travel) เพื่อชดเชยช่วงเวลาที่เคยสูญเสียไปในช่วงล็อกดาวน์จากโควิด-19 แผนการเที่ยวที่เคยพับเก็บไป ถึงเวลาปัดฝุ่นกลับมาเก็บให้ครบแล้ว
©Anna Shvets/Pexels
งบไม่พอก็หยุดทริปท่องเที่ยวไม่ได้
การเที่ยวล้างแค้นเริ่มมีกระแสมาตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่การท่องเที่ยวระหว่างประเทศยังมีขั้นตอนการคัดกรองโรคที่ค่อนข้างยุ่งยาก ทำให้การเที่ยวชดเชยเวลาที่เสียไปส่วนใหญ่จะเป็นการท่องเที่ยวในประเทศ แต่เมื่อมาถึงปี 2022 ที่การท่องเที่ยวระหว่างประเทศเริ่มเปิดกว้างมากขึ้น ภาคท่องเที่ยวกลับได้รับข่าวร้ายมาตั้งแต่ต้นปี
สงครามรัสเซีย-ยูเครนทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งการเปิดเมืองทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นปกติเกิดพร้อมกันทั่วโลก ยิ่งทำให้ความต้องการน้ำมันสูงขึ้นอีก ผลก็คือต้นทุนราคาพลังงานเติบโต เมื่อเจาะเข้าไปในภาคท่องเที่ยว ปัจจัยลบนี้ทำให้ราคาค่าตั๋วเครื่องบินพุ่งสูง ยกตัวอย่างการศึกษาของ Mastercard Economics Institute สำหรับค่าตั๋วเครื่องบินเข้าออกสิงคโปร์ ราคาปรับขึ้นไปแล้วเฉลี่ย 27% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2022 และเมษายน 2019
ค่าครองชีพในชีวิตประจำวันก็สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวก็สูงขึ้น โดยปกติปัจจัยลบนี้น่าจะทำให้การท่องเที่ยวชะลอตัว แต่น่าแปลกใจที่กลับไม่เป็นเช่นนั้น
การศึกษาดัชนีความมั่นใจในการท่องเที่ยวพักผ่อนครั้งที่ 14 ของ Allianz Partners สหรัฐฯ พบว่า ประมาณ 1 ใน 3 ของคนอเมริกันยอมรับว่า ตนเองมีแผนจะ “เที่ยวล้างแค้น” ในปี 2022 แม้ว่า 43% ของคนอเมริกันจะยอมรับด้วยว่า ตนเองไม่มีงบมากพอที่จะจ่ายไปกับการท่องเที่ยว
ที่น่าสนใจก็คือ ในกลุ่มคนที่ยอมรับว่าตนไม่มีงบมากพอ มีถึง 31% ที่บอกว่าตนเอง “ก็จะไปเที่ยวล้างแค้นอยู่ดี” ทัศนคติเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะ 71% ของคนอเมริกันมองว่า ตนเอง “จำเป็นต้องไปเที่ยวพักผ่อนให้ได้” ในปีนี้ ซึ่งน่าจะมาจากแนวความคิดของอเมริกันชนที่เห็นว่า การท่องเที่ยวเท่ากับการดูแลตนเองและรักษาสุขภาพจิต ทำให้การท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิตที่ถูกโควิด-19 พรากจากไปนานนับปี
มาฟังมุมมองฝั่งคนไทยกันบ้าง เบน เมืองวงษ์ พนักงานอายุ 30 ปีในองค์กรระหว่างประเทศแห่งหนึ่งกล่าวว่า ก่อนเกิดโรคระบาด ตนเป็นคนชอบการท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ หากเป็นทริปต่างประเทศมักเดินทางปีละ 3-4 ครั้ง หลังโควิด-19 ในประเทศเริ่มคลี่คลาย ตนก็ยังคงเที่ยวต่างจังหวัดบ่อยครั้งเหมือนก่อน และทันทีที่การเดินทางต่างประเทศทำได้ ตนเองก็ได้จัดทริปไปเวียดนามมาแล้วและปีนี้มีแผนจะไปเที่ยวต่างประเทศอีก 2 ครั้ง ในลาวและฝรั่งเศส
©Anna Shvets/Pexels
เบนบอกว่า รับทราบว่าตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น ยกตัวอย่างแผนการไปเที่ยวฝรั่งเศสในยุคก่อนโควิด-19 สามารถหาตั๋วโปรโมชันไป-กลับในราคาไม่เกิน 20,000 บาทได้ แต่ขณะนี้ถูกที่สุดที่พอหาได้คือราคา 25,000-30,000 บาท อย่างไรก็ตาม แม้ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มแต่ก็พร้อมจ่าย เพราะการไปเที่ยวเป็นเรื่องที่ “ต้องไป” และไม่ต้องการจะรอจังหวะให้ค่าใช้จ่ายถูกลงก่อน
“รู้สึกได้ว่า mindset ของเราเปลี่ยนไป เมื่อก่อนการไปเที่ยวสามารถไปเมื่อไรก็ได้ ไม่ต้องรีบ แต่ตอนนี้กังวลอนาคตอาจจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ที่จะทำให้เที่ยวไม่ได้อีก เช่น เกิดสงครามในพื้นที่ ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นจนรับไม่ไหว การตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้น ๆ เกิดเข้มงวดมากขึ้น ทำให้ยิ่งรู้สึกว่า ถ้ามีโอกาสต้องรีบออกเดินทางทันที” เบนกล่าว
©Kristine javashvili/Pexels
ค่าใช้จ่ายสูง แต่นักท่องเที่ยวปรับตัวได้
วิธีการของนักท่องเที่ยวเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อนั้น โดยทั่วไปคือการปรับงบท่องเที่ยวต่อครั้งลง ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประเมินว่าภาวะเงินเฟ้อทำให้นักท่องเที่ยวจะลดค่าใช้จ่ายเหลือ 50,000-54,000 บาทต่อคนต่อทริป จากเมื่อไตรมาส 1/2022 นักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยใช้จ่ายเฉลี่ย 77,000 บาทต่อคนต่อทริป
แทมมี่ โอฮาร่า เจ้าของบริษัทท่องเที่ยว Million Miles Travel Agency ในสหรัฐฯ ให้ความเห็นกับสำนักข่าว CNBC พบว่า ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นได้ทำให้ลูกค้าเลือกจะจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้านานขึ้น บางรายวางแผนทริปตอนนี้เพื่อเที่ยวช่วงกลางปี 2023 เพื่อจะกดค่าใช้จ่ายลง เรียกว่านักท่องเที่ยวอาจจะออกเที่ยวช้าลง แต่ก็ไม่ได้ล้มเลิกโครงการ
ขณะที่บางกลุ่มก็ไม่ได้รับผลกระทบเท่าใดนัก เหมือนกับเบนที่ยังคงพร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อไปเที่ยว เนื่องจากตนเองเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับท่องเที่ยวหรือปรนเปรอตนเองมาตลอดช่วงที่เกิดโรคระบาด ทำให้มีเงินสะสมเพียงพอ
ยิ่งในกลุ่มลักชัวรีนั้นยิ่งไม่มีปัญหาใด เมลิสซา บิกส์ แบรดลีย์ ซีอีโอ Indagare บริษัทท่องเที่ยวระดับลักชัวรีสำหรับสมาชิกเท่านั้น พบว่าตลอดปี 2022 นี้ ลูกค้าของบริษัทเพิ่มงบใช้จ่ายขึ้น 50% ในทางเดียวกัน ราจิต สุขุมารัน กรรมการบริหารประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี IHG เห็นว่า ภาวะเงินเฟ้อมีผลทำให้ลูกค้าของโรงแรมเพิ่มวันเดินทางต่อทริปเพื่อให้คุ้มค่าตั๋วเครื่องบินต่อครั้ง สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มที่มีกำลังซื้อนั้นพร้อมจะจ่ายเพิ่มมากกว่ามีความกังวลกับเรื่องเงินเฟ้อ
©Oleksandr Pidvalnyi/Pexels
สิ่งที่อาจสกัดกั้นนักท่องเที่ยวได้: แรงงานขาดแคลน
หากจะมีอะไรที่สกัดไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้ อาจเป็นเรื่อง “การขาดแคลนแรงงาน” ในภาคท่องเที่ยวและบริการ ทำให้แม้ว่าดีมานด์จะมากแค่ไหน ซัพพลายก็ไม่สามารถรองรับได้
ปัญหาขาดแคลนแรงงานนั้นเป็นอุปสรรคสำคัญในการฟื้นตัวทั้งในอุตสาหกรรมการบินและโรงแรม เหตุเกิดจากช่วงโควิด-19 ทั้งสองภาคธุรกิจนี้เลย์ออฟแรงงานไปจำนวนมาก จนแรงงานส่วนใหญ่ต้องย้ายสายงานและหาช่องทางเข้าสู่อาชีพอื่น ๆ ไปแล้ว ทำให้เมื่อภาคธุรกิจเหล่านี้ต้องการแรงงานอีกครั้งเพื่อตอบรับดีมานด์การท่องเที่ยว กลับไม่มีพนักงานในตลาดงานมากเพียงพอ จนหลายบริษัทอาจจะต้องยอมฝึกฝนพนักงานจบใหม่หรือพนักงานที่ย้ายสายงานมาจากธุรกิจอื่น ซึ่งความเป็นพนักงานไร้ประสบการณ์ก็อาจจะทำให้งานบริการไม่ดีพอหรือรวดเร็วพอ
เมื่อซัพพลายแรงงานไม่พอ การเดินทางในช่วงที่ผ่านมาจึงนับว่าเป็น “หายนะ” แถวรอเช็กอินในสนามบินที่ยาวเหยียด การยกเลิกไฟลต์หรือเที่ยวบินดีเลย์กลายเป็นเรื่องปกติ กระเป๋าเดินทางหายหรือถูกทิ้งไว้ผิดที่เพราะไม่มีพนักงานขนกระเป๋าก็เกิดขึ้นได้ โดยบริษัท RadarBox.com เก็บข้อมูลเที่ยวบินตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2022 เป็นต้นมา พบว่า เที่ยวบินในสหรัฐฯ มีการยกเลิกคิดเป็น 2.7% ส่วนในยุโรปมีการยกเลิกมากกว่านั้นเป็นเท่าตัว
หลายสนามบินในยุโรปนั้นถึงกับต้องร้องขอหรือบังคับให้สายการบินต่าง ๆ ยกเลิกไฟลต์บิน เพราะสนามบินไม่สามารถรองรับการบริการได้ เช่น สนามบินฮีทโธรว์ มีนโยบายจำกัดจำนวนผู้โดยสาร 100,000 คนต่อวัน และให้เวลาสายการบิน 36 ชั่วโมงในการจัดตารางบินใหม่ ทำให้สายการบินเอมิเรตส์ถึงกับออกแถลงการณ์ตำหนิการทำงานของสนามบิน สะท้อนภาพความโกลาหลที่กำลังเกิดขึ้นกับการท่องเที่ยว
ในธุรกิจโรงแรมก็เช่นกัน เมื่อแรงงานขาดทำให้การเปิดห้องพักอาจทำได้ไม่เต็มจำนวน หรือต้องปิดบริการบางส่วน เช่น แถวเช็กอินที่ต้องยืนรอนานกว่าครึ่งชั่วโมง ห้องอาหารเช้าที่เติมอาหารไม่ทันความต้องการของลูกค้า และห้องพักทำความสะอาดได้ต่ำกว่ามาตรฐาน เห็นได้ชัดว่าจำนวนพนักงานยังไม่สามารถรองรับได้ไหว
ข่าวความไม่สะดวกสบายในการเดินทางเหล่านี้อาจจะเป็นปัจจัยลบที่สำคัญยิ่งกว่าเงินเฟ้อก็เป็นได้ เพราะนักท่องเที่ยวต่างต้องการรับประสบการณ์ดีๆ ในการเดินทาง มากกว่าต้องมาเหน็ดเหนื่อยกับแถวเช็กอินสนามบิน ติดตามกระเป๋าหาย หรือวุ่นวายกับการเลื่อนไฟลต์บิน
แต่ถ้าหากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสามารถจัดการปัญหานี้ได้ เชื่อว่าคงไม่มีอะไรที่จะหยุดยั้งการ “เที่ยวล้างแค้น” ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้อีกต่อไป
ที่มา :
บทความ “How ‘revenge travel’ is causing packed airports, surging airfares and crowded beaches” โดย DeLon Thornton จาก cnbc.com
บทความ “Revenge Travel Rages On Despite Inflation” จาก hertelier.com
บทความ “After 2 pandemic years, global tourism industry itching for ‘revenge travel’ summer” โดย Laurie Kellman จาก timesofisrael.com
บทความ “U.S. Travel Forecast: All Sectors Projected to Surge in Short Term, but Headwinds Are on Horizon” จาก ustravel.org
บทความ “Why is the travel chaos affecting Europe so much more than the rest of the world?” โดย Charlotte Elton จาก euronews.com
บทความ “Singapore airfares cost 27 per cent more than before Covid-19 – so why are prices so high?” จาก scmp.com
บทความ “อีก 3 ปี IHG จะมีจำนวนโรงแรมในไทยเพิ่มเป็นเท่าตัว ‘เงินเฟ้อ’ เป็นโจทย์หลักในการฟื้นธุรกิจ” โดย Pattarat จากpositioningmag.com
คลิปข่าว “ภาวะเงินเฟ้อกระทบการท่องเที่ยวไทย” โดย Thai PBS News จาก youtube.com
บทความ “เอมิเรตส์ ชี้สนามบินฮีทโธรว์จำกัดจำนวนผู้โดยสาร เป็นเรื่องรับไม่ได้!” จาก prachachat.net
เรื่อง : พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล