โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดาวฟิวเจอร์” ดิ่งหนัก 1,500 จุด ผวาทรัมป์เขย่า “เทรดวอร์” ทั่วโลก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 04 เม.ย. 2568 เวลา 12.31 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (4 เม.ย. 68) ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทรุดตัวลงกว่า 1,500 จุด ขณะที่นักลงทุนกังวลต่อการลุกลามของการทำสงครามการค้าทั่วโลก ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจถดถอย หลังจากที่จีนประกาศเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐ เพื่อตอบโต้ต่อการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariff) ต่อจีนก่อนหน้านี้ ณ เวลา 18:42 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 1,538 จุด หรือ 3.77% สู่ระดับ 39,238 จุด

ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ พุ่งขึ้นกว่า 50% ในวันนี้ หลังจากที่จีนประกาศเรียกเก็บภาษีตอบโต้สหรัฐ

สำนักข่าวซินหัว ของทางการจีนรายงานว่า กระทรวงการคลังของจีนแถลงในวันนี้ว่า ทางกระทรวงฯ จะเรียกเก็บภาษี 34% ต่อสินค้านำเข้าทั้งหมดที่มาจากสหรัฐ โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.

ทั้งนี้ จีนออกมาตรการดังกล่าวเพื่อตอบโต้ต่อการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariff) ในอัตรา 34% ต่อสินค้าที่นำเข้าจากจีน ซึ่งเมื่อรวมกับมาตรการเรียกเก็บภาษีที่สหรัฐบังคับใช้กับจีนอยู่แล้ว จะทำให้จีนต้องเผชิญกับอัตราภาษีรวมจากสหรัฐสูงถึง 54%

ขณะที่ กระทรวงการคลังของจีน ได้วิพากษ์วิจารณ์มาตรการดังกล่าวของสหรัฐว่าไม่สอดคล้องกับกฎการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งได้บ่อนทำลายอย่างรุนแรงต่อผลประโยชน์ของจีน รวมทั้งเป็นอันตรายต่อการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานและการผลิต

"จีนขอเรียกร้องให้สหรัฐยุติมาตรการเรียกเก็บภาษีแต่เพียงฝ่ายเดียวโดยทันที และทำการแก้ไขความขัดแย้งทางการค้าผ่านทางการหารือในลักษณะที่เท่าเทียม และให้ความเคารพ เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย"

ด้าน นายคาร์ล ไวน์เบิร์ก หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก High Frequency Economics เปิดเผยว่า นโยบายเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐราว 10% ในไตรมาส 2/2568 ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย

ทั้งนี้ การเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยคือการที่เศรษฐกิจหดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน

ทั้งนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว -3.7% ในไตรมาส 1/2568

นายไวน์เบิร์ก คาดการณ์ว่า มาตรการภาษีของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะส่งผลให้รายได้ของภาคครัวเรือนและกำไรของภาคธุรกิจหายไปราว 7.41 แสนล้านดอลลาร์ และตัวเลขดังกล่าวจะสูงขึ้นอีก หากรวมถึงผลกระทบจากการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากแคนาดาและเม็กซิโก

ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจสหรัฐจะได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่พุ่งขึ้น โดยราคาของไม้เนื้ออ่อนนำเข้าจะสูงขึ้นถึง 25%

นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ รวมทั้งตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร

ทั้งนี้ นายพาวเวลมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ว่าด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐในการประชุมประจำปีของ Society for Advancing Business Editing and Writing (SABEW) ที่เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนียในวันนี้ เวลา 11.25 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเวลา 22.25 น.ตามเวลาไทย

นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายพาวเวล เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้

กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมี.ค.ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 139,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 151,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. และคาดว่าอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.1%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...