โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดใจ'เมียหลวง'ฟ้อง'เมียน้อย'แต่แพ้!! พ้อสุดช้ำจะมีทะเบียนสมรสไปทำไม?

แนวหน้า

เผยแพร่ 11 มี.ค. 2564 เวลา 10.44 น.

เปิดใจ "เมียหลวง" ฟ้อง "เมียน้อย" แต่แพ้!! พ้อสุดช้ำจะมีทะเบียนสมรสไปทำไม ทนายกางข้อกฎหมายชี้แจง
รายการ "ถามสุดซอย" ทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ ออกอากาศเวลา 14.50 - 15.40 น. ทางช่องเนชั่น ช่อง 22 ดำเนินรายการโดย "เอิ๊ก พรหมพร ยูวะเวส" และ "นภัส ธีรดิษฐากุล" วันนี้ (11 มี.ค.) ได้เปิดใจสัมภาษณ์ "ฝน" เมียหลวง ที่ตัดสินใจฟ้องเมียน้อยแต่แพ้!! มาพร้อม "ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต"

แต่งงานกับสามีตั้งแต่เมื่อไหต่?

ฝน : "ปี 56 ค่ะ มีลูกสองคน สามีรับราชการ"

จับได้เขาไปมีเมีย?

ฝน : "เพิ่งจับได้ตอนปี 62 ค่ะ ตั้งแต่ย้ายมาเขาเริ่มไปคุยงานกับผู้ใหญ่ ไปได้สักพักนึงเราคิดว่าเขาจ่ายเงินโน่นนี่นั่น ไปเลี้่ยงเขา เราก็บอกเขาว่าถ้าจะออกไป ขอครั้งละพัน เราไม่คิดว่าเขาจะให้ ทั้งอาทิตย์ 7 วัน 7 พัน ไปทุกวัน"

ตอนเขาให้เงินเรา เคยสงสัยมั้ย?

ฝน : "หนูก็สงสัย แต่คิดว่าผู้ชายมีสังคม ไม่คิดว่าเขาจะไปเจอแบบนี้ เราเชื่อใจ เราโทรตามเขารับ กลับบ้านตามเวลา ถ้าบอกหกทุ่มก็หกทุ่ม เราไม่อยากไปห้าม พอหลังๆ เริ่มหนัก ติดต่อไม่ได้ ปิดเครื่อง จากหกทุ่มเป็นตีสอง จากตีสองเป็นตีสาม จนหนักเข้าไม่กลับเลย ตอนเช้าหนูตื่นยังไม่เจอเขาเลย"

ได้สืบมั้ย?

ฝน : "ไม่ได้สืบ ตอนนั้นพูดตรงๆ หนูอยู่กับลูก เราก็ถาม เขาก็ตอบสเต็ปเดิม ไปคุยงาน ไปกินกับผู้ใหญ่ คุยกันถึงเช้า หนูก็บอกว่าไม่ใช่แล้วนะ เธอมีคนใหม่หรือเปล่า เขาบอกว่าไม่มี"

มาจับได้ตอนไหน?

ฝน : "พ.ค. 63 ประมาณ 6 เดือนจับได้ ผู้หญิงคนนี้กดไลค์แฟนหนู หนูก็เลยเอะใจ ก็เลยเปิดไปดู ภาพแรกที่เห็นคือไปถ่ายรูปวิวหน้าบ้านเช่าเรา ถ่ายรูปหน้าบ้านเช่าที่เราเคยอยู่ ตอนแรกใจหายแว๊บ ทำไมมันเหมือนกัน ไปไล่ดูก็เห็นภาพเขาไปทำบุญ มีผู้ชายอยู่ด้านหลัง เขาปิดหน้าไว้ เป็นภาพไปทำบุญวันเกิด และเขียนว่าแฮปปี้เบิร์ธเดย์นะ พ่อแม่ลูก แฮปปี้เบิร์ธเดย์ผู้ชายแต่ปิดหน้า แต่หนูจำผมผู้ชายหนูได้"

รูปนั้นทำให้มั่นใจว่าเขามีคนอื่นแน่ ถามแฟนมั้ย?

ฝน : "หนูโทรไปถามเลย เขาเงียบ ก็ถามว่าคนนี้คือใคร มันท้องด้วยใช่มั้ย มันคือเมียน้อยใช่มั้ย เพราะเขาลงว่าพ่อแม่ลูก ลูกยังอยู่ในท้อง"

แฟนเราตอบยังไง?

ฝน : "ไม่ได้ตอบอะไร เขาเงียบ แต่ถามว่ารู้แล้วจะเอายังไง ตอนนั้นคิดแค่เรื่องเงิน ว่ามันเอาเงินไปเลี้ยงเมียน้อย เราจะเอาเงินมาเลี้ยงลูกเรา ก็ขอเพิ่มขึ้น พอรวบรวมหลักฐาน เขาพาไปกินไปเที่ยวต่างจังหวัด กินอาหารอย่างดี เห็นจากในรูปที่ผู้หญิงลง ผู้หญิงคนนั้นไม่รู้จัก ไม่เคยติดต่อกัน"

ภรรยาอีกคน เคยโพสต์ภาพเงินยั่วยุคุณฝน?

ฝน : "เขาโพสต์ประมาณว่าตัวเองไม่ได้ทำงาน แต่มีเงินเข้าเป็นแสนสองแสน มันเป็นเหมือนสเตทเมนต์ เราเห็นเราก็เจ็บใจ โมโหมาก มั่นใจว่าเป็นเงินแฟน เพราะเขาไม่ได้ทำงานอะไร แค่ขายเหล้าขายเบียร์ จบม. 3"

หลังจากนั้นเราได้ไปพูดกับสามีมั้ย ตอนนั้นคิดจะหย่าจะเลิกมั้ย?

ฝน : "ตอนนั้นไม่ได้คิดจะหย่า คือพอจับได้ ก็บอกให้เขากลับไปเคลียร์กับเมียน้อยแล้วมาอยู่กับเรากับลูก แต่เขาบอกว่าเขาเดินมาไกลแล้ว เขากลับไปไม่ได้ แต่ดันมาเคลียร์กับเรา"

เขาแต่งงานกันด้วยเหรอ?

ฝน : "แต่งงานค่ะ แม่หนูดันเจอ แล้วโทรมาบอกหนู นอกจากจะรู้ว่ามีเมียน้อย มีลูกช้ำใจแล้ว ยังเห็นรูปแต่งงานเขาอีก"

ได้พูดกับพ่อแม่ฝ่ายชายมั้ย ว่าทำไมเป็นแบบนี้?

ฝน : "น้องสาวเป็นคนคุย เขาบอกแม่มาเจอตอนท้องไปแล้ว แม่เขาตอบ แต่หนูมีหลักฐานว่าก่อนหน้านั้นเขาเจอกันแล้ว ตั้งแต่ยังไม่ท้อง แม่รู้มาตลอดทั้งที่ยังไม่ท้อง จนเมื่อเดือนต.ค. จำปีไม่ได้ เขาพาแม่มากินข้าว แล้วเขาเอาลูกเรากับเราไปกินด้วย เขาบอกว่าเขาเสียใจ เราก็บอกว่าที่แม่โพสต์ลงหลังจากที่หนูรู้ แม่เขาโพสต์รูปเมียน้อยกับผู้ชายขึ้นบ้านใหม่ หน้าเฟซเขาหราเลย แม่เขาก็พูดเองว่าตั้งใจโพสต์รูปเมียน้อยให้หนูดู ตั้งใจให้หนูเห็นหรือเปล่าก็ไม่รู้ (เสียงสั่นเครือ)"

แม่สามีไม่ชอบเรา เลยไปเชียร์คนใหม่เหรอ?

ฝน : "ไม่แน่ใจค่ะ เพราะก่อนหน้านั้นเราอยู่กันปกติ เพิ่งจะมีช่วงกลางๆ นี่เอง"

ไปฟ้องศาลตอนไหน?

ฝน : "ประมาณก.ค.หรือส.ค. ปี 63 หนูรวบรวมหลักฐานทั้งหมดและไปปรึกษาทนายว่าต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง มีฟ้องหย่า ฟ้องชู้ ค่าเลี้ยงดูลูก ค่าเลี้ยงดูตัวเอง สินสมรส ค่าเสียหายทั้งหมดทนายทำให้น่าจะหลายล้าน เฉพาะเมียน้อย 1.5 ล้าน ค่าเลี้ยงชีพอีกเดือนละ 1.5 หมื่น ของลูกคนละ 1.5 หมื่น"

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่าอะไร?

ฝน : "ยังไม่ได้ทำเป็นหนังสือชัดเจน เพียงแค่เราไปคัดลอก สรุปคร่าวๆ คือ หนึ่งสินสมรส ทอง เขาให้การว่าหนูเอาทอง 4 บาทแลก เอาตู้เย็น ทีวีมาให้หนู เขาก็สรุปว่าทองเป็นของผู้ชาย ต้องคืน ส่วนรถซื้อมาด้วยกัน ให้เปลี่ยนชื่อเป็นชื่อหนู แล้วให้หนูผ่อนเอง เป็นของเราต่อ  สามบัญชีทั้งหมดทั้ง 3-4 บัญชีที่หนูฟ้องไป ก็ให้แบ่งครึ่ง เป็นสินสมรส ส่วนลูกให้หนูดูแล ค่าเลี้ยงดูลูกให้คนละ 8 พันจนจบปริญญาตรี"

ตรงไหนที่ทำให้คุณแพ้?

ฝน : "ผู้หญิงเขาบอกว่าถ้าเขารู้ว่าผู้ชายมีลูกมีเมียอยู่แล้ว เขาก็จะเลิก เขาพูดแค่นี้ เขาอ้างว่าเขาไม่รู้ว่ามีเราอยู่แล้ว"

ศาลตัดสินให้คุณแพ้ คำว่าแพ้คือยังไง?

ฝน : "ให้ยกฟ้องผู้หญิงคนนี้ เพราะผู้หญิงคนนี้มาแบบถูกต้อง"

กรณีคุณไปฟ้องว่าเป็นชู้ ศาลยกฟ้องข้อหานี้?

ฝน : "เขาบอกว่าเขามาแบบถูกต้อง บอกว่าเราย้ายไปแล้ว หย่ากันแล้ว เราไม่ได้หย่า แยกกันอยู่ แต่หนูไม่คิดจะแยกกันอยู่ เรารอแค่เขามาง้อเราแค่นั้น ด้วยเหตุนี้ ศาลเลยยกฟ้องเรื่องนี้"

สงสัยมาก มาทีหลังแต่ศาลยกฟ้อง บอกว่าคนนั้นมาโดยถูกต้อง?

ทนาย : "อย่าใช้คำว่ามาโดยถูกต้อง ศาลอาจไม่มีคำนี้อยู่ อาจจะใช้คำอื่น มาโดยถูกต้องยังไม่เคยเห็นตัวบทกฎหมายเขียนแบบนั้น อาจเป็นคำอื่น แต่น้องอาจสรุปคลาดเคลื่อน โดยปกติแล้ว หลักกฎหมาย การที่จะมีความผิดเรื่องการฟ้องชู้ และสามารถทำให้สามีหรือภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย ฟ้องชู้เรียกค่าทดแทนได้ ต้องเป็นประเด็น 2 เหตุผลหลัก หนึ่งต้องรู้ก่อนเขามีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว ชู้ต้องรู้ก่อน สองเมื่อรู้แล้วต้องไม่แอบกินกัน ต้องแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีสัมพันธ์กับสามีชาวบ้าน ถ่ายรูปลงโซเชียล หรือไปเที่ยวที่ต่างๆ นอนค้างอ้างแรมด้วยกัน ไปทานอาหาร เช่าห้องพัก ซื้อบ้านอยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตตามปกติโดยเปิดเผย แบบนี้เรียกว่าแสดงตนโดยเปิดเผย ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ถือว่าเป็นชู้ครับ"

กรณีผู้หญิงคนนี้บอกว่าไม่รู้ว่าสามีคุณฝนมีภรรยาอยู่แล้ว?

ทนาย : "อันนี้ต้องไปสืบให้เห็นว่ารู้หรือไม่รู้ ฝั่งเรามีหลักฐานอะไรที่ไปแสดงว่าเขารู้ว่าเราเป็นหญิงมีสามี จุดอ่อนในคดีนี้ที่เห็นคือพี่ผู้หญิงไม่ได้กลับไปที่บ้านเลย ตรงนี้อาจเป็นช่องโหว่อย่างหนึ่งที่ทำให้เขาไม่รู้จริงๆ นะ หรืออาจโดนผู้ชายหลอกก็เป็นไปได้"

สามีถึงรู้อยู่เต็มอก มีเมียอยู่ ไม่ช่วยเหรอ?

ทนาย : "ในสังคมไทยไปหลอกกันเยอะแยะ ผู้ชายไปหลอกผู้หญิงก็มี พอไปหลอกเขาแล้ว พูดตรงๆ เหมือนเสียตัวไปแล้ว หลวมตัวไปแล้ว รักไปแล้ว ก็เลยตามเลย ไม่รู้จะทำยังไง ศาลก็ปกป้องคนที่สาม พอขึ้นสู่ชั้นศาล หน้าที่นำสืบตกกับโจทก์ คุณกล่าวหาเขาต้องนำพยานหลักฐานมานำสืบให้ได้ชัดเจนว่าเขารู้ว่าคุณคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย กรณีที่ผมเจอ พอเขาจับได้ปุ๊บ เขาทักไปหา โทรไปหา ฉันคือภรรยาโดยชอบนะ ถ้าเขารู้แล้วไม่ถอย อันนี้แสดงว่าเขาต้องการแสดงตนโดยเปิดเผย ต้องการแย่งคุณ ทั้งที่รู้คุณมีทะเบียนสมรสอยู่"

ตอนรู้ว่าสามีคุณมีผู้หญิงอีกคน ได้แสดงตัวมั้ย?

ฝน : "หนูไม่ได้ติดต่อผู้หญิง หนูพุ่งไปที่ผู้ชายอย่างเดียว ให้เขาไปเคลียร์กับผู้หญิง แต่หลังจากที่ผู้หญิงเขารู้ เขาส่งประชดประชันเรา เราไม่มีเงินจะกิน เขาก็โพสต์ของกิน เขารู้ว่าเราไปส่องเขา โพสต์ในหน้าฟีดของเขา แล้วเราไปส่อง"

เขาเคยติดต่อมาโดยตรงมั้ย?

ฝน : "ไม่ค่ะ มีแต่ด่าในไลน์ของเขา โพสต์ลอยๆ กระทบเรา เพื่อให้เรามาส่อง เพราะผู้ชายบอกว่าเราเห็นในไลน์เขาแล้ว ก่อนหนูตัดสินใจฟ้อง หนูให้โอกาสเขาแล้ว ให้เขาเลือกเรา กลับมาอยู่กับเรากับลูก ด้วยการพูดกับเขา ให้เขาไปจัดการ เพราะถ้าเขาไม่ทำเรื่องนี้จะไม่เกิด แต่เขาไม่เอาเรา ถ้าเราไปเปิดเผยต่อหน้าเมียน้อยเขาไม่เอาเรา ที่หนูคิดคือหนูอาย ผัวเราไม่เอาเรา"

วันที่เจอกันตอนขึ้นศาล เห็นว่ามีคำให้การของผู้ชายที่คุณรับไม่ได้ คือเรื่องอะไร?

ฝน : "ศาลถามว่าเรากับแฟนเลิกติดต่อกันเมื่อไหร่ ผู้ชายบอกว่าก็มีไปมาหาสู่กัน ทำหน้าที่ปกติ เขาบอกเหมือนซื้อกิน พูดต่อหน้าศาลแบบนี้ ไม่ได้ทำด้วยใจ พูดง่ายๆ ว่าเหมือนซื้อกิน"

คำพูดแบบนี้ดูแรง?

ทนาย : "ฝั่งนี้ฟ้องว่าหย่า ศาลพิพากษาว่าให้หย่าแล้ว ต้องแยกเป็นสองส่วน กรณียกย่องหญิงอื่นเยี่ยงภรรยา คุณมีสิทธิ์ฟ้องหย่าได้ ผมมองว่าคุณชนะแล้ว แต่การที่คุณไปฟ้องชู้ ต้องสืบให้เห็นสองอย่าง เขารู้ว่าเป็นชายที่มีภรรยาอยู่แล้ว กับเขาแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับสามีคนอื่น ต้องหาหลักฐานสองอย่าง"
ฝน : "หนูมีหลักฐานหมด"

ยังอยากอยู่ต่อหรืออยากเลิก?

ฝน : "ไม่อยู่แล้วค่ะ"

ที่ฟ้องชู้จุดประสงค์คืออะไร ฟ้องให้อับอายหรือเรียกค่าเสียหาย?

ฝน : "ฟ้องให้รู้ว่าที่ทำไปมันไม่ใช่นะ ฟ้องให้ผู้ชายรู้สึกบ้าง พอศาลตัดสินอย่างนี้ให้เขาชนะ แล้วหนูจะมีทะเบียนสมรสไปเพื่ออะไร (เสียงสั่นเครือ)"

ทนาย : "ทะเบียนสมรสมันศักดิ์สิทธิ์ด้วยหลักของกฎหมายอยู่แล้ว แต่ในพฤติการณ์ที่คุณทำกันสองฝั่ง ถ้าผมเข้าใจเอง มันอาจเป็นการวางแผนของผู้ชายเองหรือไม่ในการให้คุณออกไปแล้วรับคนใหม่เข้ามา มันมีแบบนี้ในสังคมจริงๆ เพราะฟังดูเขาบอกว่าให้อีกฝั่งออกไปเกิน 1 ปี แล้วเขาจะฟ้องหย่า เหมือนเขาวางแผนไว้แล้ว เขารู้ข้อกฎหมายว่าการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจงใจทิ้งร้างอีกฝ่ายเกินปี ฝ่ายที่ถูกทิ้งร้างสามารถยื่นฟ้องศาลเพื่อฟ้องหย่าได้ นั่นคือเขาวางแผนมาตั้งแต่ต้นแล้ว ปกติแล้วเคสที่ผู้ชายไปหลอกผู้หญิงมีอยู่บ่อยๆ คือบอกว่าแต่งจริงแต่หย่าแล้ว โดยผู้หญิงไม่ได้ขอดูใบหย่า มีคลาสสิกกว่านั้นบอกว่าเลิกกันแล้ว แต่อยู่กันเพราะไม่อยากให้กระทบกระเทือนความสัมพันธ์พ่อแม่ลูก ไม่อยากให้ลูกเสียใจ อยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้นอนด้วยกัน แยกห้องนอนอยู่ อันนี้่ประโยคคลาสสิกกว่า เจอบ่อย ถ้าเขาเลิกกันจริงๆ เขาต้องกล้าพาคุณไปหาพ่อแม่ พาไปหาลูกของคุณ พาไปหาภรรยาคนเก่า เพื่อให้รู้ดำรู้แดงกันไป ถ้าเขากล้าพาไป แสดงว่าเขาเลิกกันจริงๆ แต่ถ้าเขาไม่กล้าพาไป แสดงว่าหมกเม็ดอะไรอยู่"

กรณีแบบนี้ มีผู้หญิงคนใหม่เข้ามาข้องเกี่ยวกับสามีเรา ไม่ใช่เราแพ้หรือชนะ ขึ้นอยู่กับอะไร?

ทนาย : "ถ้าพูดถึงลักษณะคดี เวลาจับได้ส่วนใหญ่กระโตกกระตากหมด ไก่ตื่นหมด ใจเย็นๆ เชือดนิ่มๆ รวบรวมพยานหลักฐานให้เยอะซะก่อน ถ้าผมเป็นคุณ จะไปถามว่ารู้มั้ยว่าฉันเป็นภรรยาที่จดทะเบียน ไปสอบถามเลย ส่วนใหญ่หลุดหมด ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะออกตัวก่อน ซึ่งหลุดจากปากแน่นอน แล้วจะเอายังไง ฉันคือภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย ถ้ามีบทสนทนาอะไรแบบนี้มันค่อนข้างชัดว่ารู้ว่ามีภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายอยู่ แต่ยังไปแสดงตนโดยเปิดเผยว่าฉันคือภรรยาใหม่ ยิ่งบางคน เรื่องการเรียกค่าทดแทน บางคนไม่อยู่ในมุมตัวเอง บางทีเอามือถือผู้ชาย ถ่ายภาพตัวเองส่งให้เมียหลวงด้วย โพสต์เฟซโพสต์อะไร ถ้ายิ่งเป็นแบบนี้ ยิ่งเสียค่าทดแทนเยอะ เพราะศาลมองว่าคุณไม่สำนึกกับการกระทำผิดของคุณเลย บางทีไปเยาะเย้ยถากถางเขาเยอะๆ ศาลก็จะมองว่าคุณยิ่งไปสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้เขาหรือเปล่า เขาเสียสามีไปแล้ว คุณยังไปแขวะเขา"

มีอะไรเรียกร้องเพิ่มได้มั้ย หรือไปต่อยังไงดี?

ทนาย : "ถ้าศาลพิพากษามาอย่างนี้ มีนิดนึงที่คุณไม่ได้ขอเขาไป หรือขอแล้วศาลอาจไม่ให้ก็ได้ คือเรื่องค่าการศึกษา ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เวลาคดีทั่วไป เขาจะขอค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดูภรรยาเนื่องจากการขาดสามีไป ทำให้เขายากจนลง ก็เรียกได้ ค่าเล่าเรียน ค่าศึกษา ค่าอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษา และกรณีที่ผู้ชายไปยกย่องหญิงอื่นเยี่ยงภรรยา กฎหมายก็เปิดช่องให้เรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมได้อีก แต่เราไม่รู้ฟ้องเขาไปหรือเปล่า ซึ่งตอนนี้มันขอเพิ่มไม่ได้แล้ว เพราะมันฟ้องไปแล้ว คุณต้องนำสืบให้ศาลท่านเห็นว่าคุณยากจนลงยังไง ลำบากยังไง ถ้าไม่ได้ไปบอกท่านหรือมีพยานหลักฐานชัดเจน ท่านก็ไม่สามารถพิพากษาได้"

"คดีครอบครัวโดยทั่วไป การที่ศาลท่านพิพากษา ให้ชำระค่าเลี้ยงดูมารดาหรือบุตรก็ตาม ถ้าเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรแล้วสามีหรือบิดาไม่ยอมจ่ายตามคำสั่งศาล สามารถร้องให้ศาลออกหมายขังได้นะครับ อันนี้พิเศษกว่าคดีทั่วไป คดีทั่วไปเนี่ย เงินเดือนข้าราชการต้องห้ามยึดหรืออายัด แต่คดีครอบครัวเป็นข้อยกเว้น ยึดหรืออายัดได้"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...