"กรมสรรพากร" เคาะภาษีสินค้าออนไลน์จ่ายเพิ่มร้อยละ 0.005
วันนี้ (7 ธ.ค.2561) นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร กล่าวถึงกรณีกลุ่มร้านค้าออนไลน์เป็นกังวลจะถูกเรียกเก็บภาษี ภายหลังปรับร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เพื่อบังคับให้สถาบันการเงินส่งข้อมูลผู้รับเงินโอนเงินที่มียอดเงิน และจำนวนครั้งมากๆ
โดยยืนยันว่าการยกร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เพื่อรองรับภาษีและธุรกิจ อีเพย์เม้นท์ ได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบจากทุกฝ่าย จะไม่กระทบต่อสิทธิ เสรีภาพของประชาชนเกินกว่าเหตุ และไม่ได้มีเจตนาจงใจจะเก็บภาษี จากผู้ขายสินค้าทางออนไลน์ หรือธุรกิจหนึ่งธุรกิจใดเป็นการเฉพาะ
โดยเฉพาะรายละเอียดที่กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ และนอนแบงก์ ต้องส่งข้อมูลการรับเงินเข้าบัญชีเกิน 400 ครั้ง และมีวงเงินรับเกิน 2 ล้านบาทต่อบัญชี หรือมีการโอนรับเกิน 3,000 ครั้งต่อบัญชี
เกณฑ์กำหนดในการจัดเก็บภาษีจะอยู่ที่ 0.005% หรือ 5,000 บาทต่อวงเงิน 1 ล้านบาท หากมีวงเงินเกิน 2 ล้านบาท ตามที่กฎหมายกำหนดจะเสียเพียง 10,000 บาท
นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร
และหากรายได้ 2 ล้านบาท ถือว่าสูงกว่าฐานรายได้เฉลี่ยของมนุษย์เงินเดือน ที่เสียภาษีบุคคลอยู่ที่ 600,000 บาทต่อปี ซึ่งการให้ธนาคารส่งข้อมูลเป็นเพียงการส่งชื่อสกุล เจ้าของบัญชี และจำนวนครั้งเท่านั้น ไม่ได้เป็นการส่งข้อมูลว่าใครโอนให้ใคร
ไม่ได้เอาไปตรวจสอบเรียกเก็บภาษี แต่เพื่อไปทำการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้เสียภาษี เพราะหากกลุ่มผู้ค้า มีรายได้ถึงเกณฑ์ ก็ต้องยื่นแบบเสียภาษี
โฆษกกรมสรรพากร กล่าวอีกว่า กฎหมายยังอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษี ในการหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา ร้อยละ 3 ผ่านระบบของธนาคารและจะยื่นให้กรมสรรพากรทั้งหมด จากเดิมที่ผู้เสียภาษีต้องเตรียมเอกสารมายื่นต่อกรมเอง และยังรองรับร้านค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ยื่นภาษีระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนได้
ทั้งนี้คาดว่ากฎหมายจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2563 และจะมีผลต่อการยื่นแบบเสียภาษีในปี 2564 ในระหว่างนี้จะปรับปรุงรายละเอียดต่างๆ เช่น ไม่นับข้อมูลผู้ที่ฝาก โอน หรือถอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง