โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กองทุน SSF คืออะไร ต้องถือกีปี่ ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.ย 2565 เวลา 07.48 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2565 เวลา 10.15 น.

กองทุน SSF หรือ Super Saving Funds ซื้อดีไหม มีเงื่อนไขอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง ทำความเข้าใจกองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว พร้อมรับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี

กองทุน SSF หรือ Super Saving Funds เป็นกองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่สามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทนกองทุน LTF หรือ Long Term Fund ซึ่งเป็นกองทุนรวมหุ้นระยะยาวที่หมดอายุไปเมื่อสิ้นปี 2562 โดยกองทุน SSF มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการออมเงินระยะยาวและพัฒนาปรับปรุงนโยบายการลงทุน

กองทุน SSF เป็นกองทุนที่สามารถลงทุนในหลักทรัพย์ได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ กองทุนรวมผสม ฯลฯ จึงทำให้กองทุน SSF มีความยืดหยุ่นและน่าสนใจ

เงื่อนไขลดหย่อนภาษี กองทุน SSF

1. ผู้ลงทุนในกองทุน SSF สามารถซื้อได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี แต่ต้องไม่เกิน 200,000 บาท

2. เมื่อนำไปนับรวมกับการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุประเภทอื่น ๆ เช่น กองทุนรวมสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund), กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และประกันชีวิตแบบบำนาญ จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท

3. ผู้ที่ต้องการนำกองทุน SSF ไปลดหย่อนภาษีจะต้องถือไม่ต่ำกว่า 10 ปี นับจากวันแรกที่ซื้อ

สิทธิประโยชน์

ผู้ลงทุนที่ซื้อกองทุน SSF สามารถนำเงินนั้นไปใช้เป็นค่าลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่กฎหมายกำหนดเพดานให้หักลดหย่อนได้ตามจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีตลอดทั้งปี หรือไม่เกิน 200,000 บาท เมื่อนับรวมกองทุนการออมเพื่อการเกษียณประเภทอื่นๆ ตามเงื่อนไขที่กำหนด จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท

ยกตัวอย่าง:

กรณีที่ 1.) ถ้ามีเงินที่ต้องเสียภาษีตลอดทั้งปีเป็นเงิน 1,000,000 บาท แล้วซื้อกองทุน SSF ไป 400,000 บาท จะหักได้ตามที่จ่ายจริงแค่ไม่เกิน 200,000 บาท

กรณีที่ 2.) ถ้ามีเงินที่ต้องเสียภาษีตลอดทั้งปีเป็นเงิน 400,000 บาท และจ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้วปีละ 400,000 บาท แล้วซื้อกองทุน SSF ไป 200,000 บาท แม้ว่าจะซื้อกองทุน SSF ไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี แต่เนื่องจากมีการจ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปแล้ว 400,000 บาท ทำให้มีสิทธิที่จะหักค่าลดหย่อนค่าซื้อกองทุน SSF ตามจริงได้อีกไม่เกิน 100,000 บาท เพราะติดเพดานลดหน่อยที่สูงสุด 500,000 บาท

กรณีที่ 3.) ถ้ามีเงินที่ต้องเสียภาษีตลอดทั้งปีเป็นเงิน 500,000 บาท และเงินที่ได้รับการยกเว้นอีก 300,000 บาท แล้วซื้อกองทุน SSF ไป 400,000 บาท จะหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริงไม่เกิน 150,000 บาท ตามเงื่อนไขที่ว่า 30% ของเงินที่ต้องเสียภาษี 500,000 บาท เพราะกฏหมายให้ใช้เงินได้ต้องเสียภาษีเท่านั้นเป็นฐานสำหรับคำนวณสิทธิประโยชน์ ไม่สามารถนำเงินที่ได้รับยกเว้นภาษีอีก 300,000 บาท มาใช้เป็นฐานคำนวณเพิ่มได้

วิธีนับระยะเวลา

การนับระยะเวลาของ SSF จะเป็นการนับระยะเวลาตามเงื่อนไขการถือครองหน่วยลงทุนที่ระบุไว้ว่าต้องถือไม่ต่ำกว่า 10 ปี โดยจะนับตั้งแต่วันแรกที่ซื้อหน่วยลงทุน ทั้งนี้ การนับระยะเวลา 10 ปี ของกองทุน SSF จะนับแยกเป็นกองที่ซื้อแต่ละปี

ยกตัวอย่าง:

ถ้าคุณซื้อกองทุน SSF ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2565 โดยเงื่อนไขคือต้องถือไม่ต่ำกว่า 10 ปีนับจากวันแรกที่ซื้อ นั้นหมายความว่า การจะนำหน่วยลงทุน SSF มาใช้ลดหย่อนภาษีได้จะต้องถือจนครบถึงวัน 1 ก.พ. 2575 และจะขายโดยไม่ผิดเงื่อนไข 10 ปี ได้ในวันรุ่งขึ้น คือ 2 ก.พ. 2575 (ถือครองครบ 10 ปี)

กำไรได้รับยกเว้นภาษี

กำไรจากการขายกองทุน SSF ที่ถือไว้จนครบ 10 ปีตามเงื่อนไขจะไดรับการยกเว้นทางภาษี แต่ถ้าทำผิดเงื่อนไข เช่น ขายก่อนถือครบ 10 ปีนับตั้งแต่วันแรกที่ซื้อหน่วยลงทุน กำไรที่ได้จากการขายกองทุน SSF จะต้องเอาไปเสียภาษีด้วยในฐานะ เงินที่ได้ประเภทที่ 4 คือเงินที่ได้พึงประเมิน ในรูปแบบของดอกเบี้ยเงินปันผล ผู้รับเงินต้องนำเงินที่ได้จากการขายกองทุน SSF ไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ถือกองทุน SSF อยู่นั้น กฏหมายเปิดช่องให้ผู้ลงทุนสามารถสลับไปถือกองทุน SSF กองอื่นแทนกองทุนที่ถืออยู่ได้ เพื่อเปลี่ยนไปถือกองทุน SSF กองที่มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าโดยไม่ผิดเงื่อนไขการนับระยะเวลาและไม่ถือว่าเป็นการขายก่อนเวลา

SSF ต้องซื้อขั้นต่ำเท่าไหร่

สำหรับการนำกองทุน SSF ไปใช้ในการลดหย่อนภาษี ไม่ได้มีการกำหนดจำนวนขั้นตํ่าในการซื้อต่อปี และไม่บังคับให้ผู้ลงทุนจะต้องซื้อต่อเนื่องตลอดทุกปี แต่ต้องถือครองอย่างน้อย 10 ปีตามเงื่อนไขที่กำหนด

ช่วงเวลารับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

ผู้ลงทุนในกองทุน SSF สามารถรับสิทธิประโยชน์ไปใช้ในการลดหย่อนภาษีได้เพียง 5 ปี คือตั้งแต่ 2563 – 2567 หลังจากนั้นในปีถัดไปกระทรวงการคลังจะมีการพิจารณาอีกที

กองทุน SSF เหมาะกับใครบ้าง

1. เหมาะสมกับผู้ที่ยังมีอายุไม่มากนัก คือมีอายุต่ำกว่า 50 ปี โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการออมเงินระยะยาวที่ไม่ใช่เพื่อใช้ในยามเกษียณเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการออมเพื่อลงทุนในอนาคตด้วย

2. เหมาะสำหรับคนที่มีรายได้ไม่แน่นอน หรือมีฐานภาษีอยู่ในระดับปานกลาง และมีความต้องการที่จะลดหย่อนภาษีเฉพาะในปีนั้นๆ และสามารถถือออมระยะยาวนานถึง 10 ปีได้

3. เหมาะสำหรับคนที่มีรายได้แต่ต้องการจ่ายภาษีในแต่ละปีน้อยลง แต่ต้องมีรายได้ไม่เกิน 666,667 บาทต่อปี หรือสำหรับใครมีรายได้พิเศษเข้ามาเป็นปี ๆ ก็สามารถนำใช้ลดหย่อนภาษีได้ เนื่องจากกองทุน SSF ซื้อปีไหนก็ลดหย่อนได้ปีนั้น ไม่มีภาระหรือเงื่อนไขที่จะต้องลงทุนทุกปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...