เครื่องดื่มในขวดจิ๋วที่ทุกคนได้ดื่มตั้งแต่ครั้งยังเด็กจนโต กับชื่อแบรนด์ที่เราเรียกกันติดปากว่า 'ยาคูลท์' คือหนึ่งในธุรกิจประเภทขายตรงหรือ Direct Sale ที่อยู่คู่กับบ้านเรามาเนิ่นนาน ถึงแม้ว่าจะไม่มีการทำโฆษณาหรือจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายแต่อย่างใด แต่ยาคูลท์ก็ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่แข็งแรง สร้างรายได้ปีละมากกว่า 4,500 ล้านบาท ซึ่งเครดิตที่ต้องยกให้ นอกจากในเรื่องของตัวผลิตภัณฑ์ที่อร่อยคุ้นลิ้น และมีประโยชน์แล้ว ปัจจัยที่ผลักดันยาคูลท์ให้อยู่ครองตลาดมาได้อย่างยาวนานก็คือเฟซของแบรนด์ หรือที่เราเรียกพวกเธอในชื่อของ 'สาวยาคูลท์' นั่นเอง
"อยากรู้เรื่องยาคูลท์ ถามสาวยาคูลท์ดูสิคะ"
การถีบจักรยานไปตามบ้านเพื่อส่งยาคูลท์ให้ลูกค้าถึงมือเริ่มต้นตั้งแต่พ.ศ. 2514 ซึ่งเป็นปีแรกที่ยาคูลท์ได้เข้ามาในประเทศไทย รูปแบบธุรกิจนี้มาจากบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นที่ทำเฉพาะการขายตรง โดยมีสาวยาคูลท์ทำหน้าที่เป็นทั้งพนักงานขายและแบรนด์แอมบาสเดอร์ มีสโลแกนที่พูดไว้ว่า "อยากรู้เรื่องยาคูลท์ ถามสาวยาคูลท์ดูสิคะ" ซึ่งต้องการที่จะสื่อสารกับผู้บริโภคว่าพวกเธอไม่ได้มาเพื่อขายของอย่างเดียวนะ แต่ยังสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและตัวแบรนด์ได้อย่างครบถ้วนด้วย
ความผูกพันสร้างรายได้มหาศาล
ข้อดีของการขายประเภท Direct Sale นอกจากที่จะเข้าใจและรู้ใจลูกค้าแต่ละรายแล้ว อีกหนึ่งอย่างที่การวางขายสินค้าตามร้านค้าสะดวกซื้อให้ไม่ได้ แต่สาวยาคูลท์ทำได้ก็คือการสร้างมิตรภาพที่แปลงร่างเป็นความผูกพัน ทำให้ลูกค้าหลาย ๆ รายเลือกที่จะอุดหนุนเป็นรายสัปดาห์เพราะต้องการที่จะสนับสนุนกิจการของพี่สาวยาคูลท์ในพื้นที่ และจากความผูกพันนี้นี่เองที่เป็นปัจจัยเสิรมที่ทำให้ยาคูลท์มียอดขายถึงวันละ 1.5 ล้านขวดทั่วประเทศ!
ยาคูลท์กับสาวยาคูลท์ สองสิ่งที่ขาดกันไม่ได้
บทบาทสำคัญของสาวยาคูลท์ทำให้บริษัทดูแลพวกเธอเป็นอย่างดี มีทั้งการแบ่งเขตอย่างเป็นระเบียบเพื่อให้การทำงานไม่มีพื้นที่ทับซ้อนกัน การแบ่งเปอร์เซ็นต์ต่อขวดให้ ขวดละ 50 สตางค์ มีการจ่ายโบนัส 2-3 งวดต่อปี แถมยังมีรางวัลพิเศษอย่างทริปบินไปญี่ปุ่นหากทำยอดถึงด้วย (อ้างอิงจากบทความของสำนักข่าวอิศรา) ยิ่งขยันมากก็สามารถสร้างรายได้ได้มาก และในขณะเดียวกัน การให้อาชีพกับเฉพาะผู้หญิง และส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่รับภาระเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ก็เป็นสิ่งที่ทางแบรนด์ทำมาโดยตลอด ยาคูลท์กับสาวยาคูลท์ก็เป็นสองสิ่งที่เอื้อประโยชน์ให้ต่อกันอย่างขาดกันไม่ได้
โควิด-19 กับการปรับบทบาทของสาวยาคูลท์
เมื่อช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนักระลอกที่ผ่านมา ยาคูลท์ประเทศไทยประกาศยุติการทำงานของสาวยาคูลท์ชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของทั้งคนที่ทำงานและลูกค้า มีการนำสินค้าไปวางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตมากขึ้น และล่าสุดได้ปรับวิธีการซื้อ-ขายมาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์
ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในครั้งนี้ แต่สาวยาคูลท์ก็ไม่ได้ถูกละทิ้งแต่อย่างใด บริษัทได้ทำการจ่ายเงินสมทบ 80-90% ของเงินเดือนปกติและยังคงสวัสดิการไว้ตามเดิม ส่วนในฝั่งผู้บริโภค ถ้าอยากดื่มยาคูลท์เมื่อไร เราเองก็ยังคงรอฟังเสียงกริ่งจักรยานที่ดังขึ้นหน้าบ้าน และรออุดหนุนพี่สาวยาคูลท์คนดีคนเดิมอยู่ดี
อ้างอิง
ความเห็น 56
Nuch
BEST
ไรเดอร์รุ่นแรก❤️
13 ต.ค. 2564 เวลา 12.40 น.
killpop
BEST
เสียงกริ่งจักรยาน สาวยาคูลท์ไม่มีมายี่สิบปีแล้วมั้ง เด๋วนี้ขี่ wave อย่างเดียว นมเปรี้ยวสาวยาคูลท์ ยี่ห้ออื่นยังสู้ไม่ได้
13 ต.ค. 2564 เวลา 05.55 น.
SAWAN
BEST
กินแต่เด็กจนทุกวันนี้เลย 👍👍👍👍👍
13 ต.ค. 2564 เวลา 05.12 น.
Benji
ผูกพันกันมาจริงๆ ดื่มตั้งแต่เล็กจนป่านนี้จะ 50 แล้วกผ้ยังอุดหนุนกันมา
13 ต.ค. 2564 เวลา 05.52 น.
Zafare
คุณผู้หญิงทั้งสาวใหญ่สาวน้อยน่ารักครับ
13 ต.ค. 2564 เวลา 05.28 น.
ดูทั้งหมด