โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

BPP มั่นใจปี 68 ผลงานปรับตัวดีขึ้น รับดีมานด์ไฟฟ้าสหรัฐฯ ขายสิทธิปล่อยก๊าซคาร์บอนในจีน

Wealthy Thai

อัพเดต 06 ส.ค. 2568 เวลา 10.55 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2568 เวลา 06.10 น.

BPP คาดปี 2568 รับผลบวกความต้องการใช้ไฟฟ้าสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ท่ามกลางกระแส Data Center และ AI รวมถึงโอกาสสร้างรายได้เพิ่มเติมในจีน จากการขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอน เดินหน้ากลยุทธ์ 5 ปี ลงทุนตลาดพลังงานหมุนเวียนต่อเนื่อง ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน EBITDA จากธุรกิจพลังงานสะอาดแตะ 65% และ EBITDA รวมขยายตัว 1.8 เท่า ภายในปี 2573
นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP กล่าวว่า คาดผลประกอบการในปี 2568 จะปรับตัวดีขึ้น จากหลายปัจจัย ทั้งความต้องการพลังงานที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในสหรัฐฯ โดยเฉพาะในรัฐเท็กซัสที่มีการเติบโตของ Data Centers ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ที่จะช่วยหนุนการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า Temple I และ Temple II ของบริษัทในรัฐเท็กซัส โดยภายในปี 2573 คาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าในสหรัฐฯ จะมีการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR)ที่ 15-17%
นอกจากนี้ ในปี 2568 ราคาซื้อขายไฟฟ้าล่วงหน้าในตลาดไฟฟ้าเสรี ERCOT จะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเกือบเท่าตัว ทั้งนี้ แม้ราคาไฟฟ้าในสหรัฐฯ จะยังมีความเสี่ยงจากราคาที่ผันผวนตามสภาพภูมิอากาศ แต่ BPP มีมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงนี้ (Hedging Risk Management) ด้วยการใช้เครื่องมือทางการเงิน (Financial Derivative) โดยในปี 2568 ประเมินว่ากระแสเงินสดที่จะได้รับจาก financial derivative จะเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ 40%
รวมถึงมีโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติมของธุรกิจในจีนจากการขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอน (CEAs) ของโรงไฟฟ้าถ่านหิน เนื่องจากที่ผ่านมา โรงไฟฟ้าในจีนสามารถลดการปล่อยคาร์บอนจากโรงไฟฟ้าได้ดีกว่าเกณฑ์ ทำให้มีรายได้เพิ่มเติมจากการขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอน (Carbon Emission Allowances: CEAs) ถึงเกือบ 90 ล้านบาทในปี 2567 ที่ผ่านมา
สำหรับกลยุทธ์ในปีนี้ บริษัทยังคงดำเนินตามแผนกลยุทธ์ 5 ปี โดยมุ่งหน้าเร่งขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง (Renewables+) ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในโครงการแบตเตอรี่ฟาร์มขนาดใหญ่ (BESS) หรือการซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) เพื่อสร้าง New S-curve ให้กับบริษัท และเพิ่มสัดส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จากธุรกิจพลังงานสะอาด (non-coal energy) ให้แตะ 65% ของ EBITDA รวม ภายในปี 2573 (จากปัจจุบันที่ราว 30%) ในขณะที่ลดสัดส่วน EBITDA จากธุรกิจพลังงานถ่านหินให้เหลือ 30% จาก 70% ภายในระยะเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ตั้งเป้าหมายให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดช่วยหนุน EBITDA รวมให้เติบโต 1.8 เท่า ภายใน 5 ปี เมื่อเทียบกับปี 2567
ส่วนการดำเนินงานในปี 2567 ที่ผ่านมา BPP ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงโดยการเน้นบริหารพอร์ตโฟลิโอให้มีความสมดุลและครอบคลุมมากไปกว่าการขยายกำลังผลิตไฟฟ้า โดยในปี 2567 BPP มีรายได้รวม 25,827 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,746 ล้านบาท โดยมี EBITDA จากการดำเนินงานปกติ รวม 7,383 ล้านบาท ด้านอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.49 เท่า
โดยธุรกิจพลังงานความร้อน (Thermal Energy) โรงไฟฟ้าเอชพีซี (HPC) ในสปป.ลาว และโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) ในไทย ยังคงเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถรักษาค่าความพร้อมจ่ายไฟ (EAF) ในระดับสูงที่ 86% และ 90% ตามลำดับ และจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเพิ่มเติมจากจำนวนชั่วโมงการผลิตตามสัญญา
ด้านการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (CHP) และโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (SLG) ในจีนปรับตัวดีขึ้น จากการบริหารต้นทุนถ่านหินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น บวกกับการมีรายได้เพิ่มขึ้นเกือบ 90 ล้านบาท จากการขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอนของโรงไฟฟ้า (CEAs) ปริมาณประมาณ 290,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการและควบคุมการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดีกว่าเกณฑ์
ขณะที่ธุรกิจ Renewables+ บริษัทได้ลงทุนในโครงการ BESS เพิ่มเติมอีก 2 แห่งในญี่ปุ่น ได้แก่ โครงการ Aizu (ไอสึ) และโครงการ Tsuno (ซึโนะ) กำลังการผลิตรวม 208 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2571 ขณะที่โครงการ Iwate Tono กำลังการผลิต 58 เมกะวัตต์-ชั่วโมง มีความคืบหน้า 99% เตรียมเปิด COD ในไตรมาส 2/68
นอกจากนี้ ยังมีการเดินหน้าธุรกิจขายไฟฟ้า Energy Trading ในญี่ปุ่น ซึ่งมีผลการดำเนินงานที่ดี คือมีการซื้อขายทั้งหมด 2,816 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ล่าสุดในปี 2568 บ้านปู เน็กซ์ ซึ่ง BPP ถือหุ้นร้อยละ 50 ได้ร่วมกับโซลาร์บีเค บริษัทชั้นนำด้านพลังงานสะอาดในเวียดนาม จัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อให้บริการโซลาร์รูฟท็อปสำหรับกลุ่มธุรกิจเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมในเวียดนาม ตั้งเป้าเฟสแรก 390 เมกะวัตต์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...