โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

" หวานน้อย..สั่งได้ " สธ.ดันนโยบาย เพิ่มทางเลือกช่วยคนไทยไม่ติดหวาน

สวพ.FM91

อัพเดต 04 มี.ค. 2563 เวลา 20.37 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2563 เวลา 20.37 น.

กระทรวงสาธารณสุข เพิ่มทางเลือก “หวานน้อยสั่งได้” ช่วยคนไทยลดติดหวาน ป้องกันโรคอ้วน เบาหวาน ความดัน หัวใจ พร้อมหนุนสร้างโรงอาหารปลอดภัยใส่ใจสุขภาพ ส่งเสริมให้วัยทำงานมีสุขภาพดี
(4 มีนาคม 2563) ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการ ตรวจเยี่ยมโรงอาหารปลอดภัยใส่ใจสุขภาพ (Healthy Canteen) ของกรมอนามัย และมอบทางเลือกหวานน้อยสั่งได้ ณ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ว่า เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้มีการเปิดตัว “โรงอาหารปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพ” (Healthy Canteen) เพื่อให้คนวัยทำงานสามารถเข้าถึงอาหารสุขภาพลดหวาน มัน เค็ม โดยเน้นการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเรื่องโภชนาการให้ประชาชนเลือกบริโภคอาหารได้ครบถ้วน เพียงพอและหลากหลาย ซึ่งปัจจุบันคนไทยมีพฤติกรรมติดหวานมากขึ้น ทั้งอาหารและเครื่องดื่มรสหวานที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินน้ำตาลสามารถเริ่มต้นได้จากเครื่องดื่มต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เมื่อต้องการดื่มเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาล เช่น ชานม ชาเขียว กาแฟ โกโก้ หรือ นมเย็น แนะนำให้ประชาชนสั่งสูตรหวานน้อย เพื่อลดปริมาณน้ำตาลที่จะได้รับในแต่ละแก้ว หรือลดขนาดเครื่องดื่มเป็นขนาดเล็กลง นอกจากนี้ขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะภาคเอกชนหรือร้านกาแฟที่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มผสมน้ำตาล ในการคิดค้นเครื่องดื่มสูตรหวานน้อยจำหน่ายในร้านของตนเอง เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนเลือกเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ แต่หากต้องการดื่มเครื่องดื่มสำเร็จรูปที่มีวางจำหน่าย เช่น น้ำอัดลม นมเปรี้ยว น้ำผลไม้ ควรอ่านฉลากก่อนซื้อ โดยเลือกแบบที่ไม่เติมน้ำตาลเป็นดีที่สุด รองลงมาคือ เติมน้ำตาลไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ หากน้ำตาลเกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าหวานจัด ควรต้องหลีกเลี่ยง ทั้งนี้ เครื่องดื่มที่ดีที่สุดสำหรับร่างกายคือ น้ำเปล่า โดยควรดื่มอย่างน้อย 6 – 8 แก้วต่อวัน และควรกินอาหารให้ครบถ้วน หลากหลาย และมีคุณค่าทางโภชนาการ เน้นการกินผัก ผลไม้สดในทุกมื้ออาหาร
ทางด้าน แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย พบว่า คนไทยกินน้ำตาลมากถึงวันละ 25 ช้อนชา ซึ่งมากกว่าปริมาณที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ที่ไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา ถึงกว่า 4 เท่า มากกว่าครึ่งของปริมาณน้ำตาลที่ได้รับมาจากเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมน้ำตาล และข้อมูลจากการศึกษาเครื่องดื่มที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ต่อพฤติกรรมการบริโภคของประชาชน โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2562 พบว่า โดยเฉลี่ยในแต่ละวันคนไทยดื่มเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลเฉลี่ยกว่า 3 แก้ว หรือประมาณ 519.3 มิลลิลิตร โดยเฉพาะเด็กอายุ 6 -14 ปี เป็นกลุ่มที่ดื่มเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลเฉลี่ยต่อสัปดาห์ มากที่สุด เครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลที่วางจำหน่ายในประเทศไทยพบมีปริมาณน้ำตาลสูงมากเฉลี่ย 9 – 19 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ขณะที่ปริมาณที่เหมาะสมคือไม่ควรมีน้ำตาลมากกว่า 6 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เพราะจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิด โรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDs เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดัน หัวใจ หลอดเลือดหัวใจ และฟันผุ
ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...