โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธปท. เผยศก.ไทย ก.พ.ชะลอลง เหตุท่องเที่ยว-ภาคผลิตลดลง จับตากำแพงภาษี-แผ่นดินไหว

efinanceThai

เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 08.49 น.

ธปท. เผยศก.ไทย ก.พ.ชะลอลง เหตุท่องเที่ยว-ภาคผลิตลดลง จับตากำแพงภาษี-แผ่นดินไหว

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -31 มี.ค. 68 15:49 น.

ธปท. เผยเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.พ. 68 ชะลอลงจากเดือนก่อน เหตุภาคการท่องเที่ยว-ภาคการผลิตอุตสาหกรรมลดลง ด้านการส่งออกขยายตัวได้ 13.9% มองศก. ในระยะข้างหน้า ยังขับเคลื่อนโดยการท่องเที่ยว แต่ต้องจับตาผลกระทบต่อเหตุแผ่นดินไหว ด้านผลต่อภาคอสังฯ ชี้ต้องเร่งฟื้นความเชื่อมั่น เบื้องต้นมองกระทบกำลังซื้ออาคารสูง

นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงจากเดือนก่อน โดยภาพที่ชะลอลงเป็นไปตามภาคบริการและภาคการท่องเที่ยว รวมถึงภาคการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงจากเดือนก่อน

ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาอยู่ที่ 3.1 ล้านคน ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 3.7 ล้านคน หรือลดลง 13.9% โดยเป็นผลจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเป็นสำคัญ ส่วนหนึ่งจากเร่งไปแล้วในเดือนก่อนที่มีเทศกาลตรุษจีน ประกอบกับความกังวลด้านความปลอดภัยในไทย รวมถึงเศรษฐกิจจีนขยายตัวชะลอตัวลง ทำให้นักท่องเที่ยวจีนมีการท่องเที่ยวที่ลดลง อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวด้วย ว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพการท่องเที่ยวหรือไม่

ขณะที่การส่งออกสินค้า ในเดือน ก.พ. ขยายตัว 13.9% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยปรับเพิ่มขึ้นในหลายหมวด โดยหมวดยานยนต์ทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไปออสเตรเลียและอาเซียน รถกระบะไปออสเตรเลีย และยางล้อไปสหรัฐ ด้านหมวดอิเล็กทรอนิกส์ในหลายสินค้า เช่น คอมพิวเตอร์ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน ตามวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และการเร่งส่งออกบางสินค้าไปสหรัฐ จากความกังวลเรื่องการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า อย่างไรก็ตาม การผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงจากหมวดเคมีภัณฑ์และปิโตรเลียม ตามการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปหลังจากเร่งไปในเดือนก่อนหน้า

ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนในเดือน ก.พ. เงินบาทเฉลี่ยแข็งค่าขึ้น หลังมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนไม่รุนแรงเท่าที่ตลาดคาด อย่างไรก็ตาม ในเดือน มี.ค. นี้เงินบาทเฉลี่ยทรงตัวใกล้เคียงเดิม ตามการคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และนโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐเป็นไปตามที่ตลาดคาด

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงจากเดือนก่อนหน้า โดยอยู่ที่ 1.08% ลดลงจาก 1.32% ในเดือนก่อนหน้า จากหมวดพลังงานเป็นสำคัญ โดยเป็นผลของฐานสูงในปีก่อน และราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อหมวดอาหารสดเพิ่มขึ้น จากราคาเนื้อสุกร ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.99% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 0.83% โดยเพิ่มขึ้นจากราคาอาหารสำเร็จรูป เครื่องประกอบอาหาร และค่าโดยสารสาธารณะหลังสิ้นสุดมาตรการยกเว้นค่าโดยสารรถไฟฟ้า และรถเมล์ เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 ของภาครัฐ

ด้านแนวโน้มในระยะข้างหน้า มองว่า ยังขับเคลื่อนจากภาคการท่องเที่ยว รวมถึงต้องติดตามเหตุการณ์แผ่นดินไหวว่าจะกระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวหรือไม่ ขณะเดียวกันยังต้องติดตามความต่อเนื่องของภาคการส่งออก โดยเฉพาะมาตรการของสหรัฐที่จะประกาศในวันที่ 2 เม.ย. นี้ ว่าจะมีทิศทางอย่างไรบ้าง

นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวล่าสุด ยอมรับว่า การประเมินผลกระทบ ยังเร็วไปที่จะประเมินผลกระทบในแง่ของเศรษฐกิจโดยรวม เนื่องจากผลกระทบผ่านได้หลายช่องทาง ทั้งผลกระทบทางตรง ในแง่กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงักและทรัพย์สิน รวมถึงผลกระทบที่จะมีต่อความเชื่อมั่น และพฤติกรรมต่างๆที่จะเปลี่ยนไป จะกระทบช่องทางหลัก ในเรื่องของภาคการท่องเที่ยว โดยยอมรับว่า มีภาพข่าว ตึกถล่มที่มีความรุนแรง ความกังวลของนักท่องเที่ยวอาจจะมีบ้างในเรื่องการจองหรือตั๋วเครื่องบิน ซึ่งจะต้องติดตามความเชื่อมั่นว่าจะกลับมาได้เร็วแค่ไหน โดยปกติผลกระทบในลักษณะดังกล่าวจะใช้เวลาไม่นานนัก รวมถึงยังไม่เห็นการยกเลิกที่มากขึ้นจนผิดปกติ

ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตาม ภาคอสังหาริมทรัพย์อาคารสูง ที่จะได้รับผลกระทบในเรื่องของความกังวล ความเชื่อมั่น อาจะเห็นการชะลอการเช่า และซื้ออาคารสูง ซึ่งได้หารือกัน ที่ระบุว่า ฟื้นตัวได้ค่อนข้างช้า และอุปทานคงค้างที่อยู่ในอาคารคอนโดสูง ซึ่งจะซ้ำเติมผลกระทบที่มีอยู่เดิม ดังนั้นมองไปข้างหน้า ความเชื่อมั่น โครงสร้างอาคาร ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม

ด้านการบริโภคเอกชนยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ในแง่ของสภาพคล่องจะได้รับกลับมาจากการเคลมประกัน และมาตรการภาครัฐที่เข้ามาช่วยเหลือค่อนข้างเยอะ

“เรื่องของแผ่นดินไหว เป็นผลกระทบระยะสั้นช่วงแรก รายได้ประชาชนไม่ได้ถูกกระทบ ธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐานยังดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง การบริโภคเองคงได้รับผลกระทบระยะสั้น และฟื้นตัวได้ในระยะต่อไป แต่ทั้งนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในระยะต่อไป”นายสักกะภพ กล่าว

ด้านมาตรการ LTV ที่ออกมาล่าสุดนั้น ผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวมจะมากอยู่แล้ว แต่เป็นการช่วยภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังมีอุปทานคงค้าง แต่ผลจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว อาจมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามความเชื่อมั่น และความปลอดภัยจะฟื้นตัวได้เร็วมากน้อยแค่ไหน

เรียบเรียง โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
อีเมล์. pattraporn@efinancethai.comอนุมัติ โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...