โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รีวิว Lenovo Legion 7i จัดเต็มสเปกสุด พร้อมประกันเทพ!

BT Beartai

อัพเดต 27 ส.ค. 2563 เวลา 11.22 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2563 เวลา 09.44 น.
รีวิว Lenovo Legion 7i จัดเต็มสเปกสุด พร้อมประกันเทพ!

สเปค

สิ่งที่เกมเมอร์สาย Hardcore ทุกคนมองหาเป็นอย่างแรก คงไม่พ้นเรื่องของสเปกที่แรงจัดหนัก สามารถเล่นเกมได้ทุกประเภทบนโลกใบนี้ใช่ไหมล่ะครับ Lenovo Legion 7i ตัวที่อยู่ในมือผม รับรองว่าตอบโจทย์คุณได้อย่างเหลือเฟือ

เพราะรุ่นนี้สามารถเลือกสรรสเปกหลาย ๆ อย่างได้ตามใจเรา ซึ่งที่อยู่ในมือผมนี่ก็มาพร้อม CPU Intel Core i9-10980HK ตัวท็อปสุด 8 แกนสมอง 16 เทรด อัดความเร็วสูงสุดได้ถึง 5.3 GHz ส่วนชิปเซ็ตการ์ดจอเป็น NVIDIA®GeForce RTX™ 2080 SUPER Max Q Design เรียกได้ว่าทั้งคู่คือที่สุดของความแรงประจำปี 2020 นี้เลย นอกจากนี้ยังมาพร้อม SSD ขนาด 1 TB 2 ตัวที่ทำ Raid 0 จัดหนัก พร้อม Ram 32 GB แบบ DDR4 อีกด้วย ในด้านของการเชื่อมต่อแบบไร้สายก็มาพร้อม WiFi 6 802.11 ax และ Bluetooth 5

หน้าจอ

มีขนาด 15.6 นิ้วแบบ FullHD 1920 x 1080 แบบ IPS ความถี่ 240 Hz แบบ sRGB 100% บนความสว่าง 500 nits การตอบสนองต่ำกว่า 1ms พร้อม Dolby Vision และรองรับ NVIDIA G-Sync อีกด้วย

แบตเตอรีและการชาร์จ

แบตเตอรีเป็นแบบ 80 Whr ที่มาพร้อมระบบ Rapid Charge Pro ที่ชาร์จไว 0 – 50% ในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

ดีไซน์

Lenovo Legion 7i มาพร้อมสี Slate Gray ที่เราคุ้นเคยกันดี สิ่งแรกที่ผมเห็นแล้วสะดุดตาทันทีเลยก็คือ สัญลักษณ์รูปตัว Y ด้านหลังเครื่องตรง Logo ของ Legion นี่แหละครับ มันเรื่องแสงตามสีสันของคีย์บอร์ดที่เราตั้งค่าไว้ด้วย ดูหรูหรามีสไตล์ทีเดียวครับ

ด้านหน้าที่เห็นนี้มี Webcam ด้านบนที่สามารถเลื่อนปิดได้เพื่อความเป็นส่วนตัวครับ ถือว่าออกแบบมาดีทีเดียว

ส่วนทางด้านน้ำหนักของตัวเครื่องอยู่ที่… ส่วนอแดปเตอร์ชาร์จไฟก็ใหญ่จัดเต็มขนาดนี้ มีน้ำหนักอยู่ที่… เมื่อรวมกันแล้วก็ถือว่าหนักอยู่พอสมควรเลยครับ แต่เมื่อเทียบกับสเปกแล้วก็รับได้แหละ

ส่วนทางด้านคีย์บอร์ดมีชื่อว่า TrueStrike ครับ ถูกออกแบบให้มีรูปแบบใกล้เคียงกับคีย์บอร์ดแยก ตรงที่มี Numpad ให้ครบถ้วน แถมจัดเต็มไฟเรืองแสง RGB 16 ล้านเฉดสีเลย และเมื่อผมลองพิมพ์ดูก็รู้สึกว่าปุ่มไม่ลึกไม่ตื้นเกินไป พิมพ์สนุกมือเลยล่ะครับ

พอร์ตการเชื่อมต่อ

มาดูกันในส่วนของพอร์ตต่าง ๆ รอบตัวเครื่องกันบ้าง เริ่มจากทางซ้ายมี 3 พอร์ตคือ พอร์ต Thunderbolt™ 3 ตามมาด้วยพอร์ต

  • USB-C
  • USB 3.1 Gen 1
  • พอร์ต 3.5 mm สำหรับต่อหูฟังหรือไมค์แยก

ส่วนทางขวามีพอร์ต USB-A 3.1 Gen 1 ให้พอร์ตเดียว และด้านหลังจัดเต็มมาให้คุณถึง 6 ช่อง

  • พอร์ต Kensington สำหรับกันเครื่องโดนขโมย
  • พอร์ต Power-in สำหรับชาร์จไฟผ่าน Adaptor ขนาด 230W เข้าสู่เครื่อง
  • พอร์ต USB-A 3.1 Gen 2 2 พอร์ตที่ขนาบข้าง
  • พอร์ตแลนด์
  • พอร์ต HDMI 2.0 สำหรับต่อจอแยก

การเล่นเกม

โดยทีมงานก็ได้ทดสอบเล่นเกมให้คุณดูแล้ว เกมแรกที่ทดสอบคือเกม Metro: Exodus ซึ่งเกมนี้เราสามารถตั้งค่าให้เกมแสดงผลการสะท้อนแสงสมจริง Ray Tracing ได้ โดยทีมงานได้ทำการตั้ง Option ไว้ที่ระดับ Ultra ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ซึ่งค่า Framerate ที่ออกมาก็น่าพอใจมาก ๆ ที่ประมาณ 70 – 90 FPS เลยทีเดียวครับ

ส่วนอีกเกมที่เป็นแนวสร้างโรงงานแบบอิสระตามใจเราอย่าง Satisfactory แม้จะปรับค่าไว้สูงสุด ก็ยังสามารถแสดงผล Framerate ได้ที่ระดับ 120 – 150 fps เรียกได้ว่าลื่นตาสุด ๆ !!

โดยหลังจากที่ทดสอบเกมไปซักพักใหญ่ ๆ ผมสังเกตผ่านโปรแกรม CPU-Z ดูก็พบว่า อุณหภูมิของ GPU นั้นก็ขึ้นสูงสุดไม่เกิน 71 องศา และพอเวลาปิดเกมลง อุณหภูมิก็กลับมาปกติในเวลาเพียงไม่กี่นาทีครับ ถือว่าระบบระบายความร้อน Lenovo Legion Coldfront 2.0 ตัวนี้ทำได้เยี่ยมไปเลย!

คุณภาพเสียง

รุ่นนี้มาพร้อมลำโพงคู่แบบ Dolby Atmos ด้วยนะ เอางี้! จัดไปกับโปรแกรม Spotify กับเพลงที่ผมใช้ทดสอบเป็นประจำ เสียงที่ได้จะดีขนาดไหน… อื้อหือ ตกใจ! เสียงลำโพงดังมากครับ ขอลดเสียงก่อน จากที่ฟังดูเสียงที่ได้ถือว่าค่อนข้างดีสมกับความเป็น Dolby Atmos เลยล่ะครับ

การทดสอบประสิทธิภาพ

นอกจากนี้เรายังได้ทดสอบตัวเครื่องด้วยโปรแกรมต่าง ๆ มากมาย

  • เริ่มตั้งแต่โปรแกรม 3DMark ที่ใช้ทดสอบการ์ดจอ ก็ได้คะแนนสำหรับโหมด Time Spy อยู่ที่ 8,533 คะแนน ส่วนการทดสอบโหมด Port Royal สำหรับการ์ดจอที่แสดงผล Ray Tracing ได้ ก็ได้คะแนนที่ 5,156 คะแนน ถือว่าท้วม ๆ เลยครับ
  • ต่อด้วยการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องผ่าน PCMark 10 ก็ได้คะแนนอยู่ที่ 5,520 คะแนน โดยที่มีคะแนนด้านต่าง ๆ โดยรวมค่อนข้างสูงครับ
  • ต่อด้วยการทดสอบประสิทธิภาพ CPU ผ่านโปรแกรม Cinebench ก็ได้คะแนนอยู่ที่ 3,975 คะแนน ถือได้ว่าสูงมาก ๆ สำหรับ CPU ฝั่งโน้ตบุ๊ก
  • และสุดท้ายคือการทดสอบประสิทธิภาพของ SSD ผ่านโปรแกรม CrystalDiskMark ก็ได้ความเร็วในการอ่านอยู่ที่ 3,183 MB/s ส่วนความเร็วในการเขียนอยู่ที่ 3,347 MB/s เขียนเร็วกว่าอ่านอีก!

บริการหลังการขาย

คอมสเปกเทพ ๆ แบบนี้ บอกเลยว่าเราก็ต้องหวงแหนมันเป็นธรรมดาครับ แต่ถ้าวันดีคืนดีเครื่องเกิดเสียหายขึ้นมาโดยเฉพาะเกิดจากอุบัติเหตุสุดวิสัย หรือเราอาจต้องการความช่วยเหลือ คำแนะนำต่างๆ แบบทันทีทันใดใช่ไหมล่ะครับ

ดังนั้นประกันและบริการหลังการขายเนี่ย ผมว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากพอ ๆ กับ สเปคของเครื่องเลยทีเดียว ทางเลอโนโวเค้าก็เข้าใจในจุดนี้เป็นอย่างดีครับ จึงได้มีการนำเสนอประกันรูปแบบใหม่ในชื่อ Unbeatable Protection ซึ่งเป็นประกันที่ครอบคลุมแทบทุกสิ่งอย่าง และที่สำคัญ มอบให้กับผู้ที่ซื้อโน้ตบุ๊ก Lenovo Legion รุ่นใหม่ ๆ ทุกรุ่นให้คุณไปเลยฟรี ๆ 2 ปีเต็ม โอ้โหใจป้ำมาก!!

อยากรู้แล้วใช่ไหมครับว่าประกัน Unbeatable Protection มีอะไรบ้าง เดี๋ยวผมเหลาให้ฟังแบบไม่มีกั๊ก!

  • เริ่มตั้งแต่ประกันการใช้งานทั่วโลก คือเสียนอกประเทศไทย แต่อยู่ในประเทศที่ทาง Lenovo กำหนดไว้ก็เข้าศูนย์ที่นั่นได้เลย
  • ต่อมาคือบริการ Call Center ที่ให้บริการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมง ในทุกวัน จะโทรปรึกษาการใช้งาน ปรึกษาปัญหาคอมพิวเตอร์ได้ตลอดเวลา แล้วบุคลากรทางเทคนิคที่เลอโนโวเค้าใช้เนี่ยเป็นผู้เชี่ยญจริงๆ คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์ตรงจุดอย่างแน่นอน แต่ถ้าการโทรเข้า Call Center ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เพราะบางที่มันอาจจะเป็นปัญหาที่ต้องแก้ทางด้าน Hardware เลอโนโวเค้าก็มี
  • บริการแบบ On-Site Service อันนี้หลาย ๆ คนคุ้นเคยกันดี แต่ที่พิเศษคือ เมื่อโทรไปแจ้งเจ้าหน้าที่แล้ว เขาจะมาเช็คสภาพให้คุณภายใน 48 ชั่วโมง หรือ 2 วันทำการ ถือว่าไวมาก ๆ คุณไม่ต้องเดินทางไปที่ศูนย์บริการ เพราะเค้าจะมาหาคุณถึงที่

หากในกรณีที่ต้องส่งซ่อม ในระหว่างรอเครื่องซ่อมเสร็จเขาก็มีเครื่องสำรองซึ่งเป็นสเปกเดียวกันนี่แหละให้คุณยืมอีกด้วยนะ คุณจะเล่น หรือจะทำงานก็ทำได้ไม่มีขาดตอนแน่นอน

  • และสุดท้ายจุดนี่สำคัญมาก นั่นคือเราสามารถซ่อมได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายใน 2 ปี แม้จะเกิดจากอุบัติเหตุ ไม่ต้องเสียค่าชิ้นส่วนและบริการ เรียกได้ว่าซ่อมฟรี 100% กับบริการ Accidental Damage Protection อีกด้วย

จุดสังเกต

สำหรับ Lenovo 7i ตัวนี้ผมมีจุดสังเกตให้ 2 จุดด้วยกัน

  • เรื่องน้ำหนักของอแดปเตอร์ ผมถือว่าค่อนข้างหนักเกินกว่าจะพกพาไปไหนมาไหนครับ
  • อีกเรื่องคือรุ่นนี้ไม่มีสแกนลายนิ้วมือ และตัวกล้อง Webcam นั้นไม่สามารถปลดล็อคเครื่องด้วยระบบ Windows Hello ได้ครับ

รีวิวที่ดีต้องมี “ราคา”

  • Lenovo 7i วางราคาเริ่มต้นเอาไว้ที่ 60,990 บาท โดยจะเป็นรุ่นที่มาพร้อม CPU intel Core i7 รหัส 10750H, GPU Geforce RTX2060, Ram 16 GB DDR4 แบบ Dual Channel, SSD 1 TB หน้าจอ 240Hz แบบนี้เลยครับ
  • ส่วนตัวท้อปที่มาพร้อม CPU Core-i9 เบอร์เดียวกับที่ผมรีวิวไปนี้จะมาพร้อมราคา 99,990 บาท โอ้โห แสนนึงมีทอน! โดยที่แตกต่างจากที่ผมรีวิวตัวนี้จะอยู่ที่ SSD จะให้มา 1 TB โดยเราสามารถซื้อเพิ่มได้ และ หน้าจอจะเป็นแบบ 144Hz แบบ 100% AdobeRGB HDR-400 เหมาะสำหรับการทำงานด้านกราฟิกครับ

โดยทั้งคู่จะมาพร้อมกับประกัน Unbeatable Protection 2 ปีเต็มซึ่งมีราคาอยู่ที่ 6,990 บาทเมื่อซื้อแยก และยังมีของแถมอื่น ๆ ให้คุณอีกด้วย

  • กระเป๋าเป้เกมมิง recon Legion ขนาด 15.6 นิ้ว (มูลค่า 1,990 บาท)
  • บันเดิลเกม Intel Tom Clancy’s The Division™ 2 Gold Edition (มูลค่า 1,340 บาท)

เรียกว่าโน้ตบุ๊กเครื่องแรง ก็ต้องมาพร้อมประกันที่ไม่ธรรมดาอย่าง Unbeatable Protection นี่แหละ ถึงทำให้เรารู้สึกวางใจได้ตลอดอายุการรับประกันเลย

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถหาซื้อ Lenovo Legion 7i แล้วรับการคุ้มครองเจ๋งๆสมชื่อ Unbeatable Protection ที่กล่าวมานี้ได้ที่หน้าร้านค้าและช่องทางจำหน่ายออนไลน์ของร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเลอโนโวทั่วประเทศ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...