โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดตำนานผู้กล้า 10 เรื่องราว Dragon Quest V และ Dragon Quest Your Story ที่คุณอาจไม่เคยรู้

BT Beartai

อัพเดต 09 มี.ค. 2563 เวลา 13.49 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2563 เวลา 09.23 น.
เปิดตำนานผู้กล้า 10 เรื่องราว Dragon Quest V และ Dragon Quest Your Story ที่คุณอาจไม่เคยรู้

จะเลือกใครเป็นเจ้าสาวดี ? วลีในตำนานที่นักเล่นเกมเมื่อราว ๆ 27 ปีที่แล้วต่างบ่นกับตัวเองเมื่อนั่งเล่นเกม Dragon Quest V เกมภาคที่ 5 ของซีรีส์เกม RPG ในตำนานที่ในตอนนั้นตัวเกมได้เปลี่ยนจากเครื่องเกมยุคเก่ามาสู่เครื่อง Super Famicom ที่มีความจุตลับที่สูงขึ้นและให้ภาพกราฟิกที่สวยกว่าสมัย Famicom ที่มาพร้อมกับระบบบันทึกเกมแบบใช้ถ่ายในตลับไม่ต้องมาจดรหัสกันอีกต่อไป และเมื่อตัวเกมเล่นมาถึงจุด ๆ หนึ่งเกมจะให้เราเลือกเจ้าสาวเพื่อแต่งงานซึ่งเชื่อว่าหลายคนก็คงจะเลือก Bianca ตัวละครที่อยู่หน้าปกเกมเป็นเจ้าสาวแต่อีกใจก็นึกเสียดาย Flora สาวสวยแสนน่ารักจนทำให้เกิดคำถามนี้ขึ้นมา และทุกอย่างที่เราพูดมาทั้งหมดนั้นมันก็ได้เกิดขึ้นใน  Dragon Quest Your Story ที่ทำออกมาเพื่อเอาใจแฟน ๆ Dragon Quest และเมื่อตัวภาพยนตร์ออกฉายทาง Netflix จึงทำให้หลายคนได้ดูและวันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกม Dragon Quest V และ Dragon Quest Your Story ให้มากขึ้นสำหรับคนที่ไม่รู้จักเกมนี้ส่วนแฟน ๆ เกมก็คงจะได้รู้จักเกม Dragon Quest V มากขึ้นอย่างแน่นอน

แบไต๋

เป็นภาคหลักที่ตัวเอกไม่ใช่ผู้กล้า

Dragon Quest

เมื่อพูดถึงเกมซีรีส์ Dragon Quest ต้องอธิบายสำหรับคนที่ไม่รู้จักเกมนี้ก่อนว่าเรื่องราวหลัก ๆ ของเกมซีรีส์นี้ทุกภาคจะเป็นการบอกเล่าผ่านตัวละครพระเอกของเกมที่รับบทผู้กล้าหรือผู้ที่ถูกเลือกในการออกเดินทางเพื่อไปปราบราชาปีศาจเพื่อช่วยโลกนั่นคือเนื้อหาหลักในทุกภาคของซีรีส์นี้ ซึ่งในบางภาค(นับเฉพาะภาคหลัก) ตัวเอกจะเป็นผู้กล้าที่ถูกเทพเจ้าเลือกหรือลูกหลานที่สืบเชื้อสายมาจากผู้กล้าในอดีตซึ่งนั่นหมายถึงผู้ที่สามารถครอบครองอาวุธชุดเกราะในตำนานที่มีเพียงผู้กล้าเท่านั้นที่สามารถใช้ได้คนทั่วไปจะไม่สามารถยกขึ้นหรืออาจจะเป็นบุคคลพิเศษที่ใช้อาวุธชุดเกราะในตำนานในภาคนั้น ๆ ได้

Dragon Quest Your Story

ซึ่งแม้แต่เกมภาคที่ 11 ก็ยังคงใช้รูปแบบนี้จะมีเพียงแค่ภาค 5 เท่านั้นที่ตัวเอกนั้นเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่ใช่ผู้กล้าที่ถูกเลือกไม่ใช่ลูกหลานผู้กล้าในอดีตหรือเป็นคนพิเศษอะไรเลยซึ่งตอนแรกที่หลายคนได้เล่นต่างก็คิดว่าเรานั่นละคือผู้กล้าแบบภาคอื่น ๆ ขนาดในเกมกับในภาพยนตร์ก็บอกแบบนั้น จนมาถึงช่วงที่พระเอกเรายกดาบในตำนานไม่ขึ้น(ในเกมถ้าไม่ใช่ผู้กล้าจะยกไม่ขึ้นต่างกับภาพยนตร์ที่ชักดาบไม่ออก) นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่แฟน ๆ ต่างตกใจและชื่นชอบในเวลาเดียวกัน เพราะเมื่อเกมให้เราเลือกเจ้าสาวผู้เล่นก็ทราบได้ทันทีว่าลูกชายของเรานั่นเองที่เป็นผู้กล้าที่ถูกเลือก Dragon Quest V จึงกลายเป็นภาคที่แฟน ๆ ต่างจดจำและชื่นชอบมากที่สุดในซีรีส์

Dragon Quest Your Story

ความแตกต่างในเกม Dragon Quest กับฉบับภาพยนตร์ Dragon Quest Your Story ที่ต่างกันซึ่งคนเล่นไม่ไม่พอใจ

Dragon Quest Your Story

ก่อนอื่นต้องอธิบายสำหรับคนที่ไม่ทราบมาก่อนว่าเกม Dragon Quest V นั้นถูกเอามา Remake หลายครั้งมาก ๆ แม้ทุกครั้งจะมีเนื้อเรื่องและการเล่าเรื่องเหมือนกันแต่ในหลาย ๆ ส่วนก็มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งในภาพยนตร์ Dragon Quest Your Story นั้นจะเป็นการอ้างอิง Dragon Quest V ฉบับ Super Famicom ที่เป็นตัวเกมแรกสุดมาใช้ในการเล่าเรื่อง ซึ่งความแตกต่างระหว่างเกมที่ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์นั้นมันเป็นสิ่งที่ต้องมีเพราะเราไม่สามารถหยิบทุกอย่างในเกมมาเล่าในภาพยนตร์ได้แต่สิ่งที่เราจะพูดถึงนั้นคือความแตกต่างที่หายไปจากฉบับเกมซึ่งมันคือสิ่งสำคัญมาก ๆ ในเกมแต่ในฉบับภาพยนตร์ไม่ได้เล่าถึงซึ่งแฟน ๆ หลายคนรับไม่ได้ที่ในภาพยนตร์ตัดสิ่งเหล่านี้ออกไป

Dragon Quest Your Story

เริ่มจากเรื่องแรกที่ตัวภาพยนตร์ตัดไปคือความความสัมพันธ์ระหว่างตัวพระเอกกับ Bianca ในวัยเด็กที่ตัวเกมได้บอกเล่าถึงความผูกพันของทั้งคู่ที่เดินทางร่วมเสี่ยงตายในบ้านผีสิงที่ในภาพยนตร์นั้นบอกเล่าเร็วเกินไปจนคนที่ไม่เคยเล่นเกมอาจจะไม่อินว่าจู่ ๆ ทั้งคู่มาเจอกันอีกทีตอนโตแล้วมาชอบมันมันเลยทำให้คนเล่นเกมรู้สึกแปลก ๆ อีกเรื่องคือระบบชักชวนมอนสเตอร์ที่ในเกมนั้นมันคือระบบเด่นอีกหนึ่งอย่างที่แฟน ๆ ต่างจดจำเพราะเราสามารถชักชวนมอนสเตอร์ที่สู้เสร็จมาเป็นเพื่อนร่วมทีมซึ่งเราสามารถสวมชุดเกราะเหมือนเป็นเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งซึ่งเป็นระบบชูโรงของเกม แต่ในภาพยนตร์ไม่ได้อธิบายอย่างแน่ชัดว่า Ryuka นั้นมีพลังในการชักชวนมอนสเตอร์รึเปล่าเพราะทั้งเรื่องมีแค่ครั้งเดียวที่ใช้และนั่นก็ทำให้ผู้เล่นเกมขัดใจ อีกประเด็นคือการตัดตัวละครลูกสาวฝาแฝดออกไปจากเกมซึ่งนั่นคือสิ่งที่แฟน ๆ เกมรับไม่ได้เพราะลูกสาวฝาแฝดของผู้กล้ามันคือดอกไม้งามคือสิ่งดีงามในเกมที่ผู้เล่นชอบเพราะความเก่งของเธอในการใช้คาถารวมถึงความน่ารักที่มาพร้อมกับผู้กล้าลูกชายมันคือสิ่งที่ลงตัวในเกมแต่ในภาพยนตร์กลับตัดออกไปอย่างน่าเสียดาย

Dragon Quest V

ภาคแรกที่มีระบบเลือกคู่แต่งงานกับเจ้าสาวคนที่ 3 ในเกมที่ต่างกับภาพยนตร์

Dragon Quest V

เมื่อพูดถึงระบบเด่น ๆ ของเกม Dragon Quest V เชื่อว่าหลายคนคงจะคิดถึงระบบเลือกเจ้าสาวในเกมที่แม้แต่ในภาพยนตร์ Dragon Quest Your Story ก็ยังมีการพูดถึงและเอามาเป็นหัวใจหลักของเรื่องราวเลยทีเดียว ซึ่งภายในเกมนั้นเราสามารถเลือกเจ้าสาวได้ระหว่าง Bianca กับ Flora ไม่ได้บังคับตายตัวแบบในภาพยนตร์ทั้งที่ Ryuka บอกกับคนตั้งโปรแกรมไปแล้วก่อนเล่นเกมว่าครั้งนี้จะเลือก Flora ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผู้เล่นเกมหลายคนต่างคิดแบบนั้นก่อนเล่นเกมในครั้งต่อ ๆ ไป แต่สุดท้ายร้อยทั้งร้อยก็เลือกก็ Bianca เหมือนเดิมซึ่งอาจจะเป็นเพราะภาพบนปกกับในหนังสือที่บอกเราอ้อม ๆ แล้วว่าคู่ที่แท้จริงของเราคือ Bianca เราเลยเชื่อแบบนั้นไปโดยไม่รู้ตัว

Dragon Quest V

และเมื่อช่วงปี 2008 เกม Dragon Quest V ได้ถูกเอามา Remake อีกครั้งบนเครื่องเกมพกพาอย่าง Nintendo DS ซึ่งครั้งนี้ทางทีมพัฒนาได้เพิ่มตัวเลือกให้ยากขึ้นไปอีกกับเจ้าสาวคนที่ 3 ที่ชื่อว่า Debora Briscoletti ที่เป็นพี่สาวของ Flora ที่ตัวของเธอนั้นจะมีลักษณะนิสัยสวยเริ่ดเชิดหยิ่งเอาแต่ใจที่ต่างกับสองสาวไปอีกแบบและการเพิ่มตัวละคร Debora ลงไปนั้นก็ทำให้ตัวเกมมีการเปลี่ยนแปลงไปหลาย ๆ อย่างเช่นตัวละครใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในทีมฉากแต่งงานสุดหรูและลูกฝาแฝดที่จะมีผมสีดำเพิ่มเข้ามาในเกมซึ่งถ้าในภาพยนตร์มี Debora เพิ่มเข้าไปด้วยและ Ryuka เลือก Debora เข้าไปอีก ถ้าเป็นแบบนั้นเนื้อเรื่องคงจะน่าสนใจมากขึ้นอย่างแน่นอน(มีหวังคงโดนด่ามากกว่านี้)

Dragon Quest V

คะแนนรีวิว Dragon Quest Your Story

Dragon Quest Your Story

ถ้าใครที่ได้ติดตามข่าว Dragon Quest Your Story มาคงจะทราบดีว่าที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นได้ฉายเรื่องนี้ไปก่อนที่ Netflix จะซื้อมาให้เราได้ชมกันถึง 1 ปีและในช่วงที่ Dragon Quest Your Story ฉายที่ญี่ปุ่นก็ได้รับเสียงตอบรับที่แย่มาก ๆ จากแฟน ๆ เกมที่ต่างพอไม่พอใจเรื่องราวในภาพยนตร์ที่เปลี่ยนหลาย ๆ อย่างที่น่าจะมีแต่ไม่มีและที่เป็นประเด็นที่สุดคือตอนจบของเรื่องที่เป็นปัญหาซึ่งแฟน ๆ เกมต่างไม่พอใจจนทำให้คะแนนใน imdb อยู่ที่ 6.6 เต็ม 10 และได้รับความนิยมตกลงถึง 713 คะแนนในขณะที่คำวิจารณ์นั้นแยกออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจนระหว่างคนที่ไม่เคยเล่นเกมนี้ต่างก็ชื่นชมว่าภาพยนตร์ดูสนุกเนื้อเรื่องดีขณะที่แฟน ๆ เกมต่างพากันกดคะแนนและต่อว่าเรื่องราวของตอนจบและหลาย ๆ อย่างที่เราได้บอกไป

Dragon Quest Your Story

ขณะที่ Rotten Tomatoes Movies นั้นในตอนนี้มีเพียงคะแนนของฝั่งผู้ชมที่ให้สูงถึง 77% ที่เราต้องอธิบายก่อนว่า Dragon Quest ในตลาดต่างประเทศนั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมเมื่อเทียบเท่า Final Fantasy ที่เป็นสากลและเข้าถึงชาวต่างชาติมากกว่าขณะที่ Dragon Quest ที่แม้จะเป็นเกมที่มีบรรยากาศแบบตะวันตกแต่ตัวเกมกลับถูกอกถูกใจชาวเอเชียมากกว่ายิ่งในประเทศญี่ปุ่น Dragon Quest นั้นโด่งดังและเป็นที่รู้จักมากกว่า Final Fantasy ดังนั้นคะแนนใน Rotten Tomatoes Movies จึงเป็นเพียงมุมมองของคนที่ดูหนังมากกว่าคนเล่นเกม ต้องรอดูคะแนนฝั่งนักวิจารณ์ว่าจะเป็นอย่างไรแต่เชื่อว่าคะแนนต้องออกมาดีเพราะถ้าเราตัดเรื่องที่แฟน ๆ เกมที่ขัดใจออกไปและนั่งดูในฐานะภาพยนตร์การ์ตูนเพียงอย่างเดียว Dragon Quest Your Story ก็คือหนึ่งในภาพยนตร์ที่ดูสนุกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

Dragon Quest Your Story

ระบบชักชวนมอนสเตอร์ใน Dragon Quest V คือต้นแบบหลายเกมในปัจจุบัน

Dragon Quest Your Story

กลับมาที่เรื่องราวของเกมกันบ้างในสิ่งที่เกม Dragon Quest V ทำเอาไว้ให้กับวงการเกมกับระบบชักชวนมอนสเตอร์ในเกมมาเป็นพวกที่เรียกได้ว่าเป็นระบบเด่นที่สุดในเกมซีรีส์นี้เลยก็ว่าได้ เพราะการต่อสู้ในหลาย ๆ ครั้งหลังจากที่เราได้รับพลังในการชักชวนมอนสเตอร์แล้วเราจะสามารถเลือกได้ว่าจะเอามอนสเตอร์ตัวไหนมาเป็นพวกหลังจบการต่อสู้ซึ่งในภาคหลัง ๆ จะมีการชักชวนให้อาหารระหว่างต่อสู้ที่เป็นตัวตัวเลือกที่มากขึ้นในการชวนมอนสเตอร์ ภายหลังระบบดังกล่าวได้ถูกแยกย่อยออกมาเป็นเกมในซีรีส์ Dragon Quest Monsters บนเครื่อง Game Boy Color ปี 1998 หรือ 6 หลังจาก Dragon Quest V วางจำหน่ายไปแล้ว

Dragon Quest Monsters

และนอกจากจะเอาระบบนี้มาพัฒนาเป็นซีรีส์ Dragon Quest Monsters แล้วตัวเกมภาคหลักก็มีการเพิ่มอาชีพที่สามารถชักชวนมอนสเตอร์มาเป็นพวกให้เลือกเปลี่ยนในเกมได้ด้วย และนอกจากเกมในซีรีส์ Dragon Quest ของตนเองแล้วระบบการชักชวนมอนสเตอร์ยังเป็นต้นแบบให้เกมชื่อดังอีกหลายเกมไม่ว่าจะเป็นเกมในซีรีส์ Persona ที่มีการชวนปีศาจมาเป็นพวกเพื่อเอามารวมร่าง Yo-kai Watch เกมชื่อดังในประเทศญี่ปุ่นที่เราสามารถชวนภูติผีที่เราสู้ด้วยมาเป็นเพื่อนไปจนถึง Monster Hunter Riders ที่อยู่บนมือถือก็มีระบบการเอามอนสเตอร์มาเป็นเพื่อนได้แบบเดียวกับ Dragon Quest V แล้วถ้าคุณคิดว่าการจับมอนสเตอร์ใส่ลูกบอลในเกมซีรีส์ Pokémon มันก็คือระบบการชวนมาเป็นพวกก็สามารถนับรวมไปได้ แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ Dragon Quest Monsters นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตามกระแสเกม Pokémon ที่กำลังโด่งดังในตอนนั้นทั้งที่ตัวเองน่าจะเป็นต้นแบบระบบเกมแต่กลับเพิ่งคิดออกว่าตัวเองก็มีระบบชักชวนมอสเตอร์ที่คล้ายของ Pokémon ซึ่งเราก็ไม่ขอฟันธงว่าเกม Pokémon มีต้นแบบมาจาก Dragon Quest V เพราะไม่ได้มีการยืนยันเป็นเพียงการคิดของผู้เขียนเท่านั้น

Official Official

Persona, Yo-kai Watch , Monster Hunter Riders , Pokémon

ระบบมีลูกใน Dragon Quest V คือต้นแบบให้หลายเกมในปัจจุบัน

Dragon Quest Your Story

อีกหนึ่งระบบที่เป็นตัวชูโรงซึ่งสำคัญไม่แพ้ระบบชักชวนมอนสเตอร์นั่นคือระบบการแต่งงานมีลูกที่ในยุคนั้นเกม RPG ส่วนมากหรือแม้แต่ตัวเกม Dragon Quest เองก็จะมีตัวเอกที่ตายตัวคือเรารู้เลยว่าตัวนี้คือพระเอกที่ต้องนำพาทุกคนปกป้องโลกไม่ก็คือคนพิเศษที่มีพลังพิเศษในการปราบปีศาจแต่ใน Dragon Quest V กลับเปลี่ยนแนวคิดเหล่านั้นออกไปและโยนบททุกอย่างที่เรากล่าวมาทั้งหมดให้ลูกชายที่เป็นผู้กล้า แต่บทบาทตัวเอกที่เป็นผู้นำก็ยังคงอยู่แต่ความสำคัญหรือการเป็นบุคคลพิเศษกลับไปอยู่ที่ลูกชายซึ่งถือว่าแปลกใหม่และน่าสนใจมาก ๆ ในยุคนั้น และด้วยความแปลกใหม่ที่น่าสนใจจึงทำให้ Dragon Quest V เป็นต้นแบบให้หลายเกมเอาระบบมีลูกไปใช้ในปัจจุบัน

Dragon Quest Your Story

ไม่ว่าจะเป็น The Sims ที่เพิ่มระบบมีลูกขึ้นมาในภาคที่ 2 Story of Seasons เกมปลูกผักที่สืบทอดจิตวิญญาณของผู้สร้าง Harvest Moon ที่ทั้งสองเกมนั้นก็มีระบบมีลูกและถ้าพูดถึงเกมแนวนี้ก็จะขาด Stardew Valley ไปได้อย่าไร หรือจะเป็นเกมภาษาอย่าง Fable II ก็มีระบบมีลูกอยู่ในนั้นและที่หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงนั่นคือเกม Pokémon ก็มีระบบฟักไข่มีลูกเหมือนกันและยังมีอีกหลายเกมที่เอาระบบมีลูกมาใช้ในระบบการเล่นที่มีต้นแบบมาจาก Dragon Quest V และการหยิบยกระบบแบบนี้มาใช้มันคือเรื่องปกติที่เกิดขึ้นไม่ใช่การลอกเลียนแต่อย่างใด

The Sims , Harvest Moon , Story of Seasons , Fable II

จุดที่ภาพยนตร์ Dragon Quest Your Story เอาใจแฟนเกม

Dragon Quest Your Story

พูดถึงเรื่องไม่ค่อยดีของ Dragon Quest Your Story มาเยอะคราวนี้มาพูดถึงเรื่องดี ๆ กันบ้างโดยเราจะขอพูดถึงส่วนที่ภาพยนตร์เอาใจแฟน ๆ เกมกันโดยเริ่มจากตอนเปิดเรื่องที่ตัวภาพยนตร์ใช้การเปิดเรื่องด้วยเกม Dragon Quest V บนเครื่อง Super Famicom ฉบับเก่าที่แฟน ๆ ที่ได้เห็นฉากนี้ต่างก็คงอยากร้องออกมาดัง ๆ ด้วยความประทับใจ ยังมีฉากตอนต้นเรื่องที่ Ryuka คุยกับใครบางคนตอนเด็กที่แฟน ๆ สามารถรู้ได้ทันทีว่าคนที่ Ryuka ตอนเด็กคุยด้วยคือใคร(ไม่ต้องรอเฉลยตอนท้าย) ซึ่งถ้าใครสังเกตในเกมตอนเด็กเราจะเห็นตัวละครเราตอนโตเดินไปมาในฉากด้วย

Dragon Quest

นอกจากนี้ก็มีฉากที่ Ryuka สู้กับ Metal Slime ในช่วงต้นเรื่องที่คนซึ่งไม่ใช่แฟนเกมคงจะขำเพราะมุกตลกแต่สำหรับแฟนเกมแล้วฉากนี้มันขำเพราะความพยายามของ Ryuka ที่เลือกสู้กับ Metal Slime เพราะเจ้าตัวนี้จะให้ค่าประสบการณ์เราถึง 1000 หน่วยถ้าปราบมันลงได้ซึ่งการโจมตีปกติจะโดนมันยากแถมมันก็ชอบหนีอีกต่างหาก และถ้าใครที่ได้ดูฉบับเสียงไทยจะยิ่งประทับใจเพราะทีมงานแปลใส่ใจในรายละเอียดมาก ๆ เพราะชื่อคาถาและตัวละครทุกอย่างนั้นในภาพยนตร์นั้นจะอ้างอิงมาจากฉบับภาษาญี่ปุ่นทั้งหมดซึ่งแฟน ๆ เกม Dragon Quest ต่างทราบดีว่าเมื่อ Dragon Quest เปลี่ยนมาเป็นชื่อ Dragon Warrior หรือแปลเป็นภาษาอังกฤษตัวเกมจะถูกเปลี่ยนชื่อใหม่ทั้งหมดรวมถึงคาถาในเกม เรียกว่าทีมงานใส่ใจกันสุด ๆ แถมเสียงพากย์ไทยก็ทำออกมาได้ดีเสียงเข้ากับตัวละครมาก ๆ และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือตอนจบที่ตัวไวรัสคอมพิวเตอร์เอาตลับเกม Dragon Quest V Super Famicom มาโชว์ก็เป็นการเอาใจแฟนเกมรุ่นเก่าแต่ฉากนี้กลับให้อารมณ์ตรงข้ามไปเสียอย่างนั้นในสายตาแฟนเกมรุ่นเก่า

Dragon Quest Your Story

ความเชื่อมโยงของเรื่องราวในเกม Dragon Quest หลาย ๆ ภาค

Dragon Quest

อีกหนึ่งสิ่งที่แฟนเกม Dragon Quest ต่างทราบกันเป็นอย่างดีว่าเรื่องราวของเกมในซีรีส์นี้ไม่ว่าจะเป็นภาคหลักหรือภาคแยกภาคย่อยมักจะมีความเกี่ยวกันเหมือนอยู่คนละช่วงเวลายกตัวอย่างเกมภาคล่าสุดอย่าง Dragon Quest XI ที่เราได้เห็นดาบในตำนาน Roto ในนั้นหลายคนต่างก็ตีความไปว่าเรื่องราวมันจะเป็นก่อนหรือหลังเกมภาคหลัก ก่อนที่ตอนจบเกมจะเฉลยเป็นภาพของหญิงสาวที่กำลังอ่านเรื่องราวในภาค 11 ที่ถูกบันทึกลงในหนังสือที่ถูกเล่าสืบต่อกันมา ก่อนที่คนอ่านที่น่าจะเป็นแม่เดินมาปลุกลูกชายให้ตื่นซึ่งแฟน ๆ ต่างรู้ทันทีว่าฉากนั้นคือตอนเปิดเรื่องของเกม Dragon Quest lll ที่เป็นจุดเริ่มต้นของตำนาน Roto ที่ถ้าเราจะเรียงตามเรื่องราวแล้วคงต้องเป็นภาคที่ 11 แล้วก็มาเล่นภาค 3 ตามด้วยภาค 1 และ 2 นับเป็นการใส่เรื่องราวที่น่าสนใจเพราะในสมัย Dragon Quest lll เมื่อเราเล่นจบตัวเกมจะขึ้นต่อว่า To be Continued to Dragon Quest I.II เป็นการบอกผู้เล่นว่าเรื่องราวใน Dragon Quest lll คือจุดเริ่มต้นของเกมนั่นเอง

Dragon Quest XI

หรือจะเป็นเรื่องราวใน Dragon Quest V ที่ในภาพยนตร์ Dragon Quest Your Story เราจะได้เห็นดาบในตำนานที่ Ryuka ตามหาซึ่งดาบเล่มนี้ก็คือดาบเล่มเดียวกับที่ไปปรากฏตัวใน Dragon Quest IV ที่น่าจะเป็นเรื่องราวก่อน Dragon Quest V และแน่นอนว่าดาบเล่มนี้ก็ถูกส่งต่อไปยังภาคที่ 6 รวมถึงเทพมังกรที่เป็นชายแก่ที่ช่วยเราในภาพยนตร์ที่ไปปรากฏตัวทั้ง 3 ภาคซึ่งเราก็ไม่มั่นใจว่าเรื่องราวใน Dragon Quest VI นั้นจะเป็นเนื้อเรื่องก่อนหรือหลังจากภาค 4 กับ 5 เพราะตอนนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันของแฟน ๆ (เพราะเทพมังกรนี่ละที่เป็นข้อถกเถียงว่าคือตัวเดียวกันรึเปล่า) ในขณะที่ภาค 7 ถึง 10 นั้นจะเป็นเรื่องราวใหม่ที่ไม่เชื่อมต่อกันซึ่งเป็นสิ่งที่แฟน ๆ ไม่ค่อยชอบจนมาภาคที่ 11 แฟน ๆ ก็สมหวังเพราะเป็นการโยงเรื่องราวถึงตำนานผู้กล้า Roto ที่แฟน ๆ คิดถึง

Dragon Quest

ยอดขายคะแนนเกม Dragon Quest V

Dragon Quest V

คราวนี้มาดูยอดขายเกม Dragon Quest V กันบ้างซึ่งต้องบอกก่อนว่าเกมนี้ถูกเอามา Remake ขายใหม่ถึง 3 ครั้งเรามาดูกันว่า Dragon Quest V ทั้งหมดจะมียอดขายสูงขนาดไหนเริ่มจากภาคแรกอย่าง Dragon Quest V บนเครื่อง Super Famicom นั้นมียอดขายสูงถึง 2.8 ล้านตลับซึ่งเป็นยอดขายในประเทศญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว ภายหลังในปี 2004  Dragon Quest V ก็ถูก Remake บนเครื่อง PlayStation 2 พร้อมชื่อภาคว่า Hand of the Heavenly Bride  ที่ขายได้ 1.836 ล้านชุดที่นับเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นจนมาถึงปี 2008-2009 Dragon Quest V ก็วางจำหน่ายบนเครื่องเกมพกพาอย่าง Nintendo DS กับยอดขายรวมได้ 1.57 ล้านชุดแบ่งเป็นญี่ปุ่น 1.44 ล้านชุดที่เหลือคือยอดขายในภาษาอังกฤษและบนโทรศัพท์ Android กับ iOS ในช่วงปี 2014-2015 กับยอด Download เกิน 10,000 ครั้งไม่ใช่น้อย ๆ เลยทีเดียว

Dragon Quest V

มุมมองตรงกลางระหว่างคนเล่นเกมและไม่เคยเล่นกับฉากจบใน Dragon Quest Your Story

Dragon Quest Your Story

ปิดท้ายกับสิ่งที่เป็นประเด็นซึ่งถูกพูดถึงเป็นอย่างมากสำหรับฉากจบของ Dragon Quest Your Story ที่ตอนท้ายนั้นเรื่องราวกลับสรุปว่าทั้งหมดที่เราเห็นมาทั้งหมดนั้นมันคือโลกในเกมไม่ใช่ของจริงและไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ถูกแอบซ่อนมาในเกม Dragon Quest V ก็เกิดจากคนที่ไม่ชอบเล่นเกมและมองว่าการเล่นเกมคือเรื่องเสียเวลาที่เอาเวลาชีวิตไปหมดกับหน้าจอทีวีกับการเล่นเกมซึ่งก็ไม่ได้อะไร ยิ่งบางคนโตแล้วมีงานมีการทำแต่ก็ยังนั่งเล่นเกมสู้เอาเวลานั้นไปทำประโยชน์ในชีวิตไม่ดีกว่าหรือ นั่นคือสิ่งที่ไวรัสคอมพิวเตอร์บอกกับเราหรือเอาจริง ๆ มันก็บอกแฟนเกมนั่นละที่เชื่อว่าเกินครึ่งที่นั่งดูเรื่องนี้ก็ยังคงเล่นเกมอยู่ และ Ryuka ที่เป็นตัวแทนของคนเล่นเกมก็จะพูดแทนเราว่า การเล่นเกมไม่ใช่เรื่องไร้ประโยชน์มันคือช่วงเวลาแห่งความสุขที่เราไม่สามารถหาได้จากโลกแห่งความเป็นจริงได้แต่วิดีโอเกมมันคือโลกอีกใบที่เราสามารถไปอยู่เพื่อมีความสุขกับมันและมันยังมีความทรงจำในอดีตที่เราเคยหลงลืมไปแล้วให้กลับมาอีกครั้งเมื่อได้เล่นเกมที่คนไม่ได้เล่นเกมคงไม่เข้าใจ

Dragon Quest Your Story

แน่นอนว่าสิ่งที่เราพูดถึงนั้นมันกินใจและยอดเยี่ยมมาก ๆ และเป็นสิ่งที่ทีมสร้าง Dragon Quest Your Story ต้องการบอกแฟน ๆ เกมนี้ที่ตอนนี้น่าจะโตกันหมดแล้วและคงจะถูกคนที่ไม่ได้เล่นเกมด่าว่าโตแล้วยังเล่นเกมอยู่(ไวรัสคือตัวแทนคนกลุ่มนั้น) ให้ได้เข้าใจถึงมุมมองความรู้สึกของคนเล่นเกม แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่แฟน ๆ เกม Dragon Quest ต้องการเพราะแฟนเกมอย่างเรานั้นเจอเรื่องแบบนี้โดนว่าแบบนี้มาจนชินไปแล้วและสิ่งแรกที่เราในฐานะแฟนเกม Dragon Quest Your Story ต้องการคือการได้เห็นเรื่องราวของพระเอกที่เดินทางตามเนื้อเรื่องในเกมและจบลงด้วยการปราบราชาปีศาจโลกกลับมาสงบสุขนั่นคือสิ่งที่คนเล่นเกมต้องการเห็นในภาพยนตร์ไม่ใช่หักมุมแบบนี้ เพราะสิ่งที่ภาพยนตร์ทำมันเหมือนเป็นการหักหลังแฟน ๆ เกมนี้เพราะวินาทีแรกที่แฟนเกมนี้ได้เห็นตัวอย่างภาพยนตร์  Dragon Quest Your Story ทุกคนต่างก็คิดถึงการเดินทางที่ยิ่งใหญ่ของพระเอกที่ต้องเจออะไรมากมายจนมีความรักมีลูกทุกคนร่วมมือกันไปปราบราชาปีศาจซึ่งตัวภาพยนตร์ก็ถ่ายทอดสิ่งต่าง ๆ ในเกมออกมาได้ดีตลอดทั้งเรื่องจนมาหักเลี้ยวในตอนท้ายที่ทำเอาแฟน ๆ ร้องเฮ้ย ! ออกมาดัง ๆ มันเหมือนการตบหน้าคนดูแรง ๆ ให้ตื่นจากฝันอะไรแบบนั้นได้เลย

Dragon Quest Your Story

ซึ่งเราก็ในฐานะคนเล่นเกมก็ซาบซึ้งที่ตัวภาพยนตร์ต้องการเป็นสื่อกลางให้คนที่ไม่ได้เล่นเกมที่มาดูภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าใจถึงมุมมองของคนที่โตแล้วแต่ยังเล่นเกมได้เข้าใจ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่แฟนเกม Dragon Quest ต้องการ ซึ่งผู้เขียนในฐานะแฟนพันธุ์แท้เกมนี้ที่อยู่ตรงกลางคือไม่ชอบตอนจบแต่ก็เข้าใจที่คนสร้างภาพยนตร์ต้องการสื่อจึงต้องการบอกถึงสิ่งที่แฟน ๆ เกม Dragon Quest ไม่ชอบว่ามันคืออะไรจึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้อธิบายให้คนที่ไม่ได้เล่นเกม  Dragon Quest V แต่ดู Dragon Quest Your Story เข้าใจว่าทำไมแฟน ๆ เกมญี่ปุ่นรวมถึงคนไทยถึงโวยวายกับตอนจบของ Dragon Quest Your Story เพราะสิ่งที่ Ryuka พูดนั่นละคือสิ่งที่แฟนเกมต้องการให้มีในภาพยนตร์

Dragon Quest Your Story

ก็จบกันไปแล้วกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเกม Dragon Quest V และ Dragon Quest Your Story กับข้อมูลต่าง ๆ ที่เราหยิบมานำเสนอเพื่อให้คนที่ไม่รู้จักเกมนี้แต่ได้ดู Dragon Quest Your Story จะได้เข้าใจเรื่องราวของเกม Dragon Quest V มากขึ้นว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ส่วนคนที่เคยเล่นเกมมาก่อนและรู้เรื่องราวในเกมอยู่แล้วก็คงจะได้มุมมองแง่คิดของผู้สร้างภาพยนตร์ Dragon Quest Your Story ว่าต้องการสื่ออะไรกับเราคนดูและหวังว่าบทความนี้จะเป็นสะพานเชื่อมให้คนที่ไม่ได้เล่นเกมกับคนที่เป็นแฟนเกมได้เข้าใจกันมากขึ้น ซึ่งถ้าข้อมูลผิดพลาดขาดตกตรงไหนก็ขออภัยมาด้วยส่วนคราวหน้าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรก็ติดตามกันได้ที่นี่ที่เดียว

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...