โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

GULFกำไรปกติโต38% ลุยลงทุนโครงการเพิ่ม

ทันหุ้น

อัพเดต 15 พ.ค. 2563 เวลา 00.45 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2563 เวลา 00.45 น.

ทันหุ้น-สู้โควิด- GULF เผยงบไตรมาส 1 ปี 63กำไรดำเนินงาน เพิ่มขึ้น 37.9 % จากไตรมาสก่อนหน้า รับรู้โรงไฟฟ้าSPPครบ12โครงการ ต้นทุนค่าก๊าซลงหนุนมาร์จิ้น เดินหน้า IPP ตามแผน คาดลงนามโครงการมอเตอร์ มิ.ย.นี้ ย้ำไร้ผลกระทบโควิด-19 มองโอกาสลงทุนพลังงานใน-นอกต่อเนื่อง ฐานะการเงินแกร่ง เล็งออกหุ้นกู้ 1 หมื่นล้านกลางปี

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2563 สิ้นสุด ณ วันที่ 31มีนาคม 2563 มีกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) เป็น 925 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.9% จากไตรมาสก่อหน้า และ 8.0%จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการที่โครงการโรงไฟฟ้า IPP ทั้ง 2โครงการ (3,200 เมกะวัตต์) ได้รับค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment) มากขึ้น ประกอบกับกลุ่ม SPP ทั้งหมดยังสามารถขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติลดต่ำลง จาก 282บาท / ล้านบีทียู ในไตรมาส 1 ปี 2562เป็น 267 บาท / ล้านบีทียู ในไตรมาส 1 ปี 2563 ในขณะที่ค่า Ft ยังคงเท่าเดิม ทำให้บริษัท มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น

*กำลังการผลิตเพิ่มต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ในไตรมาส 1 ปี 2563ยังมีการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากการเปิดดำเนินการของ SPP 12โครงการ เมื่อเทียบกับ 10 โครงการในไตรมาส 1 ปี 2562และจากการรับรู้เต็มไตรมาสของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เวียดนาม จำนวน 2โครงการ อีกทั้ง รับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล กัลฟ์ จะนะ กรีน ที่ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในวันที่ 1 มีนาคม 2563ที่ผ่านมา ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2563มีโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้วทั้งสิ้นตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity MW) เท่ากับ 2,726 เมกะวัตต์ เมื่อเทียบกับ 2,477เมกะวัตต์ในไตรมาส 1 ปี 2562หรือเพิ่มขึ้น 249 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างมีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนงาน โดย IPP ทั้ง 2 โครงการ ได้แก่ GSRC และ GPD ขนาด 5,300เมกะวัตต์ มีกำหนดที่จะเปิดดำเนินการตามแผนระหว่างปี 2564ถึง 2567 โครงการโรงไฟฟ้าหินกอง ซึ่งเป็น IPP ขนาด 1,400 เมกะวัตต์ จะเริ่มก่อสร้างในปี 2564และมีกำหนดเปิดดำเนินการตามแผนในปี 2567 และ 2568โครงการโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ ซึ่งเป็น IPP ขนาด 540 เมกะวัตต์ จะเริ่มก่อสร้างในปี 2567และมีกำหนดเปิดดำเนินการตามแผนในปี 2570โดยหลังจากที่ทุกโครงการเปิดดำเนินการแล้ว ทำให้กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 7,781เมกะวัตต์

นอกจากนี้ การพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 โครงการท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3มีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนการที่วางไว้ สำหรับโครงการมอเตอร์เวย์ สาย M6และ M81 คาดว่าจะมีการลงนามสัญญา PPP ในเดือนมิถุนายน 2563

*มีขายไฟฟ้าให้กฟผ.90%

สำหรับผลกระทบจาก COVID-19 ในภาพรวมทั้งปี บริษัทคาดว่าจะไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการ เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ประมาณ 90% ขายให้ กฟผ. มีเพียงแค่ 10%ที่ขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรม โดยในไตรมาส 1 ปี 2563  บริษัทยังมีรายได้จากการไฟฟ้าให้กับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อนอีกด้วย  ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม เฟส 1ขนาด 30 เมกะวัตต์ ที่เวียดนาม ได้มีการเลื่อนกำหนดการเปิดดำเนินการจากสิ้นปี 2563ไปเป็นพฤษภาคม 2564เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องการเดินทางของผู้รับเหมาจากประเทศจีนในช่วง COVID-19 แต่ยังคงได้รับค่าไฟฟ้าในอัตรา 9.8 c/kWh ตามแผน

นอกจากนี้ บริษัทยังมองหาโอกาสในการลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่นธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยบริษัทมีแผนที่จะใช้กระแสเงินสด และการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน หรือการออกหุ้นกู้ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจดังกล่าว โดยมีแผนที่จะออกหุ้นกู้ประมาณ 10,000 ล้านบาทในกลางปีนี้ เนื่องจากอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนของบริษัท ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำ 1.51 เท่า

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...