บลจ.วรรณ แนะลงทุนหุ้นญี่ปุ่น ชูกองทุน"ONE-UJE-RA"
นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า การจัดสรรเงินเพื่อกระจายการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศช่วงนี้ ยังเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทยังคงแนะนำอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงมุมมองเชิงบวกตลาดหุ้นแถบเอเชีย โดยกระจายการลงทุนให้หุ้นญี่ปุ่นไม่เกิน 10-15% ของพอร์ต เพื่อเพิ่มผลตอบแทนในช่วงหลังของปีนี้ ถึงแม้ว่าญี่ปุ่นเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ช้ากว่าประเทศพัฒนาแล้ว ( DM) อื่นๆ แต่อัตราการฉีดได้เร่งตัวขึ้น
หากมองไปข้างหน้า บลจ.วรรณ เชื่อว่าดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ในปีนี้เช่นเดียวกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ ยุโรป ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนครบโดสแล้วในระดับสูงและกลับมา reopening ได้ต่อเนื่อง แม้ว่าอนาคตอาจจะต้องมีการฉีดบูสเตอร์โดสเนื่องจากสายพันธุ์ใหม่ๆที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) อาจจะไม่สร้างผลกระทบต่อบริษัทญี่ปุ่นมากนักเนื่องจากบริษัทญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีสถานะถือครองเงินสด (Net cash)ดังนั้นผลกระทบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร(บอนด์ยีลด์) ค่อนข้างจำกัดกว่าบริษัทที่ก่อนหนี้ใหม่
นอกจากนี้หากเปรียบเทียบกับประเทศ DM อย่างเช่นสหรัฐฯ ญี่ปุ่นลงทุนด้านดิจิทัลน้อยมาก แต่จากผลสำรวจบริษัทญี่ปุ่นขนาดใหญ่ได้เริ่มพิจารณาลงทุนดังกล่าวเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและทำกำไร ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันได้มีการสนับสนุนเพื่อพลิกฟื้นให้ญี่ปุ่นกลับมาเติบโตอีกครั้ง ควบคู่กับการโปรโมทด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเทรนด์หลักของโลกที่มีกระแสเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน
สำหรับการเฟ้นหาบริษัทที่มีศักยภาพเติบโตที่ซ่อนอยู่ต้องพึ่งพา Active Managers ในต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญหุ้นญี่ปุ่นโดยเฉพาะคัดเลือกหุ้นเพื่อลงทุนแบบกระจุกตัว (เพียง 30-40 หลักทรัพย์) ซึ่งจากสถิติชี้ให้เห็นว่ากลยุทธ์นี้สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าการลงทุนบนดัชนีในระยะยาว
โดยกองทุนเปิด วรรณ อัลติเมท เจแปน อิควิตี้ สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป (ONE-UJE-RA) ลงทุนแบบ Fund of funds ซึ่งผู้จัดการกองทุนสามารถปรับสัดส่วนในกองทุนต่างประเทศต่างๆที่มีผลการดำเนินงานชนะดัชนีชี้วัดอย่างสม่ำเสมอได้อย่างยืดหยุ่น ถือเป็นกลยุทธ์การลงทุนโดดเด่นของบลจ.วรรณ ที่ยังไม่มีใครในตลาดทำมาก่อน
ปัจจุบัน ONE-UJE-RA มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Fund of Funds โดยลงทุนผ่านกองทุน 1.Goldman Sachs Japan Equity Partners Portfolio เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางในบริษัทญี่ปุ่น สัดส่วนประมาณ 40% 2.กองทุน Nomura Japan High Conviction สัดส่วนประมาณ 25% เน้นลงทุนในบริษัทที่มั่นคง และมี ROE สูง 3.กองทุน Comgest Growth Japan เน้นลงทุนในบริษัทญี่ปุ่นที่มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาวทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก สัดส่วนประมาณ 20% และ 4.กองทุน Baillie Gifford Worldwide Japanese สัดส่วนประมาณ 10% เน้นลงทุนในบริษัทที่เป็นผู้นำการเติบโตในประเทศญี่ปุ่นระยะยาว 5 ปีขึ้นไป ผ่านการคัดเลือกหุ้นแบบ Bottom-up และส่วนที่เหลือลงทุนบนดัชนี TOPIX ETF
กองทุน ONE-UJE-RA จะใช้ดัชนี TOPIX Net total Return เปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนจากแบบจำลองผลการดำเนินงานย้อนหลัง (Back test) ในระยะเวลา 1 ปี 3 และ 5 ปี ONE-UJE-RA ให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 46.66% 12.16% และ 16.67% ขณะที่ผลการดำเนินงานดัชนี TOPIX NTR index เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ 25.94% 3.84% และ 9.60% ตามลำดับ
"มองว่าโควิด-19 มีแนวโน้มจะอยู่กับเราไปอีกหลายปี แต่หลายประเทศเลือกที่จะปรับตัวอยู่กับมันแทนการล็อกดาวน์ ไปแบบไม่มีที่สิ้นสุด"นายพจน์ กล่าว