โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญชี้ ‘The Starry Night’ ของ ‘แวน โก๊ะห์’ แท้จริงแล้วอาจได้แรงบันดาลใจจาก ‘หอไอเฟล’

The MATTER

เผยแพร่ 01 เม.ย. 2566 เวลา 09.14 น. • Brief

ภาพ ‘The Starry Night’ (1889) ของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ ‘วินเซนต์ แวน โก๊ะห์’ (Vincent Van Gogh) ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร? นี่คือคำถามที่นักประวัติศาสตร์ศิลป์หลายต่อหลายคนพยายามจะตอบกันมาอย่างยาวนาน

แต่ล่าสุด ก็มีผู้เชี่ยวชาญนำเสนอทฤษฎีใหม่ว่า ผลงานภาพวาดสีน้ำมันที่นำเสนอภาพราตรีประดับดาวเหนือเมืองแซ็ง-เรมี-เดอ-พรอว็องส์ (Saint-Rémy-de-Provence) นั้น น่าจะได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘หอไอเฟล’ ด้วย

เจมส์ ฮอลล์ (James Hall) ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ศิลป์จากมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน อดีตนักวิจารณ์ศิลปะของ The Guardian นำเสนอทฤษฎีดังกล่าว ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารศิลปะ Burlington Magazine ฉบับเดือนเมษายน

ฮอลล์เสนอว่า แวน โก๊ะห์ พยายามจะแสดงออกถึงความคับข้องใจที่มีต่อหอไอเฟล ในฐานะสัญลักษณ์ของสังคมที่สนใจเรื่องวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์มากกว่าความงามและธรรมชาติ ต้นสนไซเปรสในภาพ ‘The Starry Night’ ก็คือการแทนที่หอไอเฟลด้วยธรรมชาติ

“มันคือการตอบโต้โดยบอกว่า ดูสิ เราก็มีหอไอเฟลจากธรรมชาติของเราด้วยเหมือนกัน” ฮอลล์อธิบาย

เขาเสนอว่า แวน โก๊ะห์ เริ่มวาดภาพชุดนี้ในเดือนมิถุนายน ปี 1889 ไม่นานหลังจากที่หอไอเฟลได้รับการเปิดตัวในฐานะพระเอกหลักของงานนิทรรศการโลก (International Exposition) ของปีนั้น พร้อมมีการฉลองอย่างยิ่งใหญ่ด้วยดอกไม้ไฟ แสงไฟ และพลุ ซึ่งฮอลล์ก็บอกว่า ถูกแทนที่ด้วย “ท่วงทำนองแห่งดวงดาว ท้องฟ้า และก้อนเมฆ” ในภาพวาด ‘The Starry Night’

ฮอลล์เล่าว่า ในช่วงนั้น แวน โก๊ะห์ กำลังหมกมุ่นอยู่กับเสาโอเบลิสก์ (Obelisk) ของอาณาจักรอียิปต์โบราณ ในฐานะสิ่งที่เป็นเสาหลักยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในสังคมไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นไปในทางตรงกันข้ามกับแนวคิดในฝรั่งเศสยุคนั้น เพราะมีความพยายามจะด้อยค่าอียิปต์โบราณ

เขาอธิบายว่า ภายหลังจากจากสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย ช่วงปี 1870-1871 ฝรั่งเศสก็พยายามกู้คืนศักดิ์ศรีของตัวเองในเวทีนานาชาติ และพยายามประกาศว่า นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรของฝรั่งเศสนั้น (ที่ใช้แรงงานของตัวเองโดยได้รับเงินตอบแทน) ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าผู้สร้างปีรามิดในสมัยอียิปต์โบราณ (ที่มีทาสให้ใช้แรงงานฟรีๆ)

แวน โก๊ะห์ ย้ายจากปารีสไปสู่ชนบทในปี 1888 ส่วนหนึ่งก็เพื่อออกไปจากเมืองสมัยใหม่ที่หมกมุ่นกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ฮอลล์จึงชี้ว่า การสร้างสรรค์วิวนอกหน้าต่างของเมืองแซ็ง-เรมี-เดอ-พรอว็องส์ ก็ย่อมสะท้อนประสบการณ์ทั้งส่วนตัว และปฏิกิริยาที่มีต่อวิศวกรที่พยายามเทียบตัวเองเทียบเท่ากับสถาปัตยกรรมอียิปต์โบราณด้วย

นอกจากนี้ ในปี 1887 หนังสือพิมพ์ในปารีสยังเคยตีพิมพ์จดหมายของกลุ่มศิลปินและนักเขียนแนวหน้าในขณะนั้น ประณามหอไอเฟลว่าเป็น “หอคอยชวนหัวที่ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วน” และแม้ว่า แวน โก๊ะห์ จะไม่ได้ลงชื่อในจดหมายดังกล่าว แต่ฮอลล์ก็เชื่อว่า เขาน่าจะเห็นด้วยกับการวิจารณ์ในจดหมายเช่นกัน

“ภาพ ‘The Starry Night’ ของ แวน โก๊ะห์ คือการตอบโต้ของธรรมชาติและประวัติศาสตร์ ที่มีต่ออสูรกายจากเหล็กกล้าที่กระหึ่มสะเทือนของไอเฟล ที่พยายามจะล้ำหน้าชาวอียิปต์ แต่กลับทำให้ปารีสมัวหมอง” คือคำอธิบายของฮอลล์

อ้างอิงจาก

theguardian.com

hyperallergic.com

artnews.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...