โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

คลาวด์ชิดซ้าย ฮาร์ดดิสก์ชิดขวา ทำไม ‘Floppy Disk’ ถึงเป็นตำนานที่ฆ่าไม่ตาย และยังใช้ในหลายอุตสาหกรรม?

Future Trends

อัพเดต 13 มี.ค. 2566 เวลา 14.09 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2566 เวลา 14.00 น.

ในอดีตมีแกดเจ็ตเทคโนโลยีให้ใช้งานหลายรูปแบบ แต่สิ่งที่เป็นตำนานและอยู่ในความทรงจำของหลายคนคงหนีไม่พ้น ‘ฟลอปปีดิสก์’ (Floppy Disk) แผ่นดิสก์มหัศจรรย์ที่สามารถบันทึกทุกอย่างตามต้องการ แม้จะมีความจุราว 1 เมกะไบต์เท่านั้น

นอกจากฟลอปปีดิสก์จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคู่ใจในการเก็บข้อมูลของวัยรุ่นยุค ‘90s และชาวมิลเลนเนียลบางส่วนแล้ว ยังเป็นแกดเจ็ตเทคโนโลยีชิ้นแรกในชีวิตของหลายคน หรือบางครั้งก็ทำหน้าที่เป็นแกดเจ็ตแฟชั่นสะท้อนตัวตนผ่านการออกแบบสติกเกอร์แปะแผ่นดิสก์ รวมถึงบางคนยังสะสมแผ่นดิสก์สีสันสดใสประหนึ่งเป็นคอลเลกชัน ‘สายรุ้ง’

แต่ความนิยมของฟลอปปีดิสก์เริ่มเสื่อมคลาย เมื่อเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แกดเจ็ตที่ถูกพัฒนาหลังจากฟลอปปีดิสก์ อย่างแผ่นซีดี แฟลชไดรฟ์ และฮาร์ดดิสก์แบบพกพา สามารถจุข้อมูลได้มากขึ้น ทำให้ผู้คนเลือกใช้งานแกดเจ็ตเหล่านี้แทน รวมถึงในปัจจุบัน บริการคลาวด์ยังสามารถจัดเก็บข้อมูลไม่จำกัดความจุอีกด้วย

ดังนั้น ฟลอปปีดิสก์ที่มีความจุราว 1 เมกะไบต์ (เปรียบได้กับภาพถ่ายคุณภาพกลางๆ 1 ภาพ) จึงค่อยๆ หายไปจากความทรงจำ เหลือไว้เพียงตำนานผ่านสัญลักษณ์ ‘ปุ่มบันทึก’ ในโปรแกรมต่างๆ

ถึงแม้ฟลอปปีดิสก์จะมีสถานะเป็นแกดเจ็ตในตำนานที่ใกล้สาบสูญ หลังจากทุกบริษัทตัดสินใจหยุดการผลิตไปแล้ว แต่ในความเป็นจริง หลายอุตสาหกรรมยังคงใช้งานฟลอปปีดิสก์ในการควบคุมระบบการทำงานของเครื่องจักร ทำให้หลายบริษัทต้องรับมือกับปัญหาขาดแคลนฟลอปปีดิสก์อย่างหนัก

ทำไม ‘ฟลอปปีดิสก์’ ถึงเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจ และแกดเจ็ตใหม่ๆ ไม่สามารถฆ่าตายได้? Future Trends จะพาไปสำรวจเรื่องราวความคงกระพันของฟลอปปีดิสก์ในบทความนี้

Photo by s j on Unsplash

จากสิ่งประดิษฐ์ที่ใกล้สาบสูญ สู่การเป็นผู้ชุบชีวิตในหลายอุตสาหกรรม

ฟลอปปีดิสก์ ถือเป็นหนึ่งในแกดเจ็ตสุดล้ำจากยุค ‘70s โดย IBM บริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ในยุคนั้น เป็นผู้สร้างตลาดแผ่นดิสก์ด้วย ‘IBM 23FD’ ฟลอปปีดิสก์ขนาด 8 นิ้ว เพื่อใช้กับ IBM System/370 จากนั้นทีมนักวิจัยของหลายบริษัทได้พัฒนาฟลอปปีดิสก์ให้ขนาดเล็กลงแต่ความจุมากขึ้น จนกลายเป็นฟลอปปีดิสก์ขนาด 3.5 นิ้ว ที่เป็นรุ่นยอดนิยมของตลาด

แม้ทีมนักวิจัยจะพยายามพัฒนาความจุของฟลอปปีดิสก์จากหน่วยกิโลไบต์เป็นเมกะไบต์ (มากกว่าเดิมถึง 1,000 เท่า) แต่ก็ไม่เพียงพอกับการใช้งานเพื่อจัดเก็บข้อมูลในยุคหลังๆ อีกต่อไป ทำให้หน้าที่ของฟลอปปีดิสก์ถูกทดแทนด้วยแกดเจ็ตใหม่ๆ ที่จัดเก็บข้อมูลได้มากกว่า และค่อยๆ สูญหายไปตามกาลเวลา

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ฟลอปปีดิสก์แทบไม่มีบทบาทสำคัญในการทำงานอีกแล้ว แต่กลับตรงข้ามกับการทำงานในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเย็บปักถักร้อยและอุตสาหกรรมการบินที่ฟลอปปีดิสก์เป็นตัวกลางสำคัญในการควบคุมการทำงานของเครื่องจักร

มาร์ก นีเซส (Mark Necaise) พนักงานในโรงงานปักผ้าแห่งหนึ่งกล่าวว่า เครื่องจักรในโรงงานของเขายังต้องอ่านลายปักจากฟลอปปีดิสก์เท่านั้น เพราะเป็นเครื่องจักรเก่าที่ซื้อจากญี่ปุ่นในปี 2004 ซึ่งเขากำลังกังวลเกี่ยวกับปัญหาขาดแคลนฟลอปปีดิสก์ เนื่องจากโรงงานเหลือฟลอปปีดิสก์เพียง 4 แผ่น และถ้าต้องลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่ อาจส่งผลกระทบกับต้นทุนการผลิตมากกว่าเดิม

นอกจากนี้ ฟลอปปีดิสก์ยังเป็นหัวใจสำคัญของการชุบชีวิตเครื่องบินรุ่นเก่าที่มีการใช้งานในปัจจุบัน โดยฟลอปปีดิสก์จะทำหน้าที่อัปเดตข้อมูลการเปลี่ยนแปลงเส้นทางขับเคลื่อนและการทำงานของอุปกรณ์ภายใน ทำให้วิศวกรผู้คุมเครื่องต้องพกฟลอปปีดิสก์ติดตัวอย่างน้อย 8 แผ่น

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมการบินจะใช้ฟลอปปีดิสก์ไปจนถึงปี 2029 หากเครื่องบินที่ใช้งานอยู่เป็นเครื่องบินที่ผลิตในยุค ‘80s เช่นเดียวกับ Boeing 747 ที่เกิดบั๊กร้ายแรง จนต้องอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านฟลอปปีดิสก์เท่านั้น

การที่หลายอุตสาหกรรมยังใช้เครื่องจักรรุ่นเก่า คือปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ความต้องการฟลอปปีดิสก์ในตลาดปรับตัวสูง

ทอม เพิร์สกี (Tom Persky) ชายวัย 73 ปี เจ้าของเว็บไซต์floppydisk.com ผู้ให้บริการรีไซเคิลและขายฟลอปปีดิสก์กล่าวว่า “เขาคือคนสุดท้ายที่อยู่ในธุรกิจฟลอปปีดิสก์” ในแต่ละวัน ทอมสามารถขายแผ่นดิสก์ประมาณ 500 แผ่น เขาทราบดีว่า สักวันหนึ่งร้านของตัวเองต้องปิดตัวลง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ การปรับตัวของผู้ประกอบการที่ยอมลงทุนในเครื่องจักรใหม่ๆ และการขาดแคลนสินค้าหลัก เพราะเหลือฟลอปปีดิสก์ในตลาดน้อยเต็มที

นอกจากความต้องการฟลอปปีดิสก์ของหลายอุตสาหกรรม จะเป็นภาพสะท้อนของการผลิตเครื่องจักรในยุค ‘80s ถึง ‘90s ที่ต้องคัดสรรเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในยุคนั้นมาใช้งาน ในมิติทางธุรกิจยังสะท้อนถึงแนวคิดการควบคุมต้นทุนของผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างผลิตผลจากเครื่องจักรเดิมให้มากที่สุด ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องจักรใหม่เพื่อขยายฐานการเติบโตทางธุรกิจของตัวเอง

Sources: http://bit.ly/3ZBy6gx

http://bit.ly/3YBqoBE

http://bit.ly/3T7lw6j

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...