โคราชดันแก้แล้ง-น้ำท่วม “ลำตะคอง” กรมชลฯเผยแผนพัฒนานาน 5 ปี
จังหวัดนครราชสีมา เป็นหนึ่งในจังหวัดใหญ่ที่มักประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะน้ำหลากจากลำตะคองไหลเข้าท่วมตัวเมือง พื้นที่ทางเศรษฐกิจ ชุมชน ไปจนถึงพื้นที่สัญจร ขณะที่ปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค ปลูกพืชในฤดูแล้งอีกหลายพื้นที่ นับว่าสร้างผลกระทบไม่น้อย
“วิวัฒน์ ฐิติรัตนอัศว์” ผอ.ส่วนวิศวกรรม สำนักงานชลประทานที่ 8 เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในจังหวัดนครราชสีมามีแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงผู้คนคือ แม่น้ำมูล มีลำน้ำแยกสาขาออกมาทั้งลำน้ำพระเพลิง ลำน้ำลำตะคอง ลำน้ำจักราช โดยลำตะคองถือว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ส่งน้ำเข้าในตัวเมือง มีแหล่งสำรองคืออ่างเก็บน้ำลำแชะ ต่อท่อส่งน้ำมาถึงตัวเมืองด้วยเช่นกัน
แต่ที่ผ่านมามักเกิดปัญหาน้ำหลากไหลเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือน เป็นน้ำจากฝนตกเหนืออ่างลำตะคองแล้วไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำไปตามลักษณะภูมิประเทศคล้ายน้ำป่า ซึ่งเกิดขึ้นระยะสั้น ส่วนท้ายน้ำไม่ค่อยมีปัญหา จะเกิดท่วมเมื่อมีน้ำฝนตกท้ายอ่างเท่านั้น
“เรื่องน้ำท่วมน้ำหลาก กรมชลประทานเตรียมรับมือไว้ทุกปีก่อนฤดูฝนอยู่แล้ว ด้วยการพยายามผันน้ำลงสู่ลำน้ำมูล 1-2 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ค่อนข้างดีขึ้น ส่วนฤดูแล้งมักมีความกังวลเกี่ยวกับการขาดน้ำอุปโภคบริโภค ต้องวางแผนส่งน้ำในแต่ละเดือนอย่างเป็นระบบ
เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการใช้น้ำของประชาชนในพื้นที่ และปีนี้ถือว่าสถานการณ์ดี ไม่มีปัญหา ปัจจุบันยังคงเหลือน้ำ 60-70% ของความจุอ่าง มีน้ำเพียงพอ เพราะฤดูฝนปีที่แล้วสามารถเก็บน้ำไว้ได้เกือบ 100% ประกอบกับช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนพฤษภาคมจะเริ่มมีฝนแล้วจึงไม่น่ากังวล”
โดยกรมชลประทานมีโครงการบริหารจัดการน้ำเขื่อนลำตะคองเพื่อแก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมพัฒนาการเก็บกักน้ำ ตลอดจนการขาดน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร ทั้งส่วนเหนือน้ำและส่วนท้ายน้ำ แต่ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมเท่านั้น เพื่อให้คณะทำงานนำผลการศึกษาไปพิจารณาว่ามีโครงการไหนบ้างที่สามารถทำได้
เช่น 4 อาคารเหนืออ่างเก็บน้ำลำตะคองที่จะสร้างประตูระบายน้ำ ได้แก่ 1.บริเวณฝายท่ามะปราง 2.ฝายวัดท่าช้าง 3.ฝาย ต.ขนงพระ 4.ฝายโป่งประทุน ก่อนทำการสำรวจออกแบบและของบประมาณเป็นลำดับถัดไป
“วิวัฒน์” บอกว่า การพัฒนาลำตะคองเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวเนื่องกับหลายหน่วยงานที่บูรณาการทำงานร่วมกัน กรมชลประทานดูแลอ่างเก็บน้ำเหนือขึ้นไป ประมาณ 100 กิโลเมตร และมีสิทธิดูแลแค่ผิวน้ำในช่วงลำน้ำ บริหารน้ำในอ่างไปใช้ นอกจากนั้นจะเป็นเขตของกรมธนารักษ์ กรมเจ้าท่า กรมป่าไม้ กรมโยธาฯ ตลอดจนส่วนท้องถิ่นทั้งเหนือน้ำและท้ายน้ำ
“ตอนนี้ลำตะคองยังเป็นโครงการที่เพิ่งทำการศึกษาและกำลังจะจบการศึกษา ฉะนั้นในปีนี้จึงยังไม่ได้ของบประมาณแต่อย่างใด และไม่สามารถตอบได้ว่าจะได้รับงบประมาณในปีไหน เพราะงบประมาณโครงการต่าง ๆ ทั่วประเทศค่อนข้างมีจำกัด แต่ละโครงการต้องใช้เวลาพอสมควร
หากเร่งรัดเร็วที่สุดน่าจะใช้ระยะเวลา 5 ปี ต้องไปบรรจุในแผนปี 2568 เพื่อของบประมาณโครงการสำรวจออกแบบในปี 2569 อาจมีความคืบหน้าโครงการอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2571 หรือปี 2572”
ทั้งนี้ ลำน้ำลำตะคองเป็นทางน้ำชลประทานประเภท 3 (ทางน้ำที่สงวนไว้ใช้ในการชลประทาน) มีต้นน้ำจากเขาใหญ่ถึงขอบอ่างเก็บน้ำระยะทางรวม 100 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่บ้านท่ามะปรางค์ ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง ถึงบ้านซับม่วง ตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง พื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำ ประกอบไปด้วย 5 เขตการปกครองส่วนท้องถิ่น
ได้แก่ เทศบาลเมืองปากช่อง องค์การบริหารส่วนตำบลปากช่อง องค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองน้ำแดง และเทศบาลตำบลหมูสี ส่วนพื้นที่ท้ายน้ำก็มีอยู่อีกหลายอำเภอ และพื้นที่ทางตอนใต้ลงไปอีก 8 อำเภอ ในจังหวัดนครราชสีมา
“คณัสชนม์ ศรีเจริญ” นายอำเภอปากช่อง กล่าวว่า ลำน้ำลำตะคองถือเป็นส่วนสำคัญต่อการท่องเที่ยวของอำเภอปากช่อง เพราะพื้นที่สองฝั่งในอำเภอปากช่องที่น้ำลำตะคองไหลผ่านส่วนใหญ่เป็นชุมชน มีรีสอร์ต ร้านอาหาร ร้านค้า ในแต่ละปีมักประสบปัญหาอุทกภัย น้ำจากลำตะคองมักเอ่อล้นท่วมเขตชุมชนและเขตเทศบาล
ขณะเดียวกันฤดูแล้งก็ไม่มีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ส่งผลต่อพื้นที่ท้ายน้ำที่ทำการเกษตร ฉะนั้นการศึกษาโครงการของกรมชลประทานและการนำเสนอผลศึกษาในที่ประชุม จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้น้ำเป็นอย่างมาก
ด้าน “สุรชัย แย้มกาญจนวัฒน์” รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนค่า อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตำบลโนนค่ามีทั้งหมด 8 หมู่บ้าน เฉลี่ย 150-170 หลังคาเรือน/หมู่บ้าน โดยหมู่บ้านในที่ลุ่มอยู่ติดลำตะคองจะเกิดน้ำท่วม ได้รับผลกระทบโดยตรงเมื่อฝนตกน้ำลำตะคองมีปริมาณมาก และหมู่บ้านอยู่ที่ดอนหน้าแล้งจะไม่มีน้ำใช้ ส่วนใหญ่จะอาศัยน้ำบ่อบาดาลเป็นหลัก ส่วนบ่อน้ำดิบในหมู่บ้านก็ใช้ไม่ได้ตลอดปี ชาวบ้านอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว
“อยากให้กรมชลฯช่วยบริหารจัดการน้ำช่วยทั้งส่วนที่น้ำท่วมและส่วนที่น้ำแล้ง เราเป็น อบต.เล็ก ๆ และไม่มีงบประมาณมาดูแลประชาชนในส่วนนี้เลย เราดูแลกันเองโดยมีคณะกรรมการหมู่บ้าน ต้องไปขอความช่วยเหลือจากกรมทรัพยากรน้ำมาเจาะบาดาล เราอยากให้กรมชลฯเข้ามาบริหารจัดการแก้ปัญหาลำตะคองให้เร็วที่สุด และหารือกับท้องถิ่นโดยตรง เพราะตอนนี้มีแค่น้ำใช้อุปโภคบริโภคอย่างเดียว ไม่มีสำหรับการเพาะปลูก หากทำโครงการได้เร็วจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ประชาชนอย่างมาก”