โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แบงก์แย่งลูกค้า “สินเชื่อบ้าน” กดดอกเบี้ยกู้ใหม่ 3 ปีแรกคิดเรตต่ำ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 เม.ย. 2566 เวลา 23.53 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2566 เวลา 23.53 น.

เทรนด์สินเชื่อบ้านไตรมาส 2 “แข่งเดือด” แบงก์ยอมกดดอกเบี้ย “บ้านใหม่-รีไฟแนนซ์” แย่งลูกค้า ด้าน “ซีไอเอ็มบี ไทย” เผยดอกเบี้ยบ้านใหม่ในตลาดเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่แค่ 2.6-2.9% ต่ำกว่าดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ ขณะที่ “กสิกรไทย” ชี้ดอกเบี้ยขาขึ้น กระทบยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง 2-3% ฟาก “ทีทีบี” ประเมินตลาด “รีไฟแนนซ์-บ้านแลกเงิน” โตดี

นายเอกสิทธิ์ พฤฒิพลากร ผู้บริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วงไตรมาส 2/2566 ตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มการแข่งขันกันสูงขึ้น ทั้งสินเชื่อบ้านใหม่ และสินเชื่อรีไฟแนนซ์ ส่วนหนึ่งมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าจะมีความเสี่ยงเรื่องการชะลอตัวของการส่งออก แต่คาดว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตได้ 5% ในปีนี้ โดยบ้านในกลุ่มราคาเกิน 3 ล้านบาท ยังคงมีความต้องการและเติบโตค่อนข้างดี

“จากทิศทางการแข่งขันที่สูงขึ้น จะเห็นว่าดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านใหม่ที่สถาบันการเงินเสนอให้ลูกค้าในตลาดถือว่าค่อนข้างต่ำ เฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 2.6-2.9% ซึ่งแตกต่างช่วงปกติที่ดอกเบี้ยบ้านใหม่จะเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 3% ส่วนหนึ่งมาจากภาพการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ (ดีเวลอปเปอร์) ต้องการระบายสต๊อกคงค้าง จึงมีการเสนอดอกเบี้ยโครงการที่ถูกลง ก่อนจะประกาศสร้างโครงการใหม่ และปรับราคา เพื่อคัดเลือกลูกค้าที่มีศักยภาพภายใต้เกณฑ์การปล่อยสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)”

กราฟฟิก สินเชื่อบ้าน

ขณะที่ตลาดสินเชื่อรีไฟแนนซ์ พบว่าสถาบันการเงินต้นทางของลูกค้าที่ผ่อนครบกำหนดและสามารถรีไฟแนนซ์ไปยังสถาบันการเงินแห่งอื่นได้ จะมีการเสนอดอกเบี้ยเพื่อรักษาลูกค้าเดิมไว้ (retention) เช่น จากเดิมดอกเบี้ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 2.9% และปีที่ 4 เพิ่มขึ้นเป็น 4.5% ธนาคารเดิมจะลดดอกเบี้ยให้เหลือ 3.2% เพื่อไม่ให้ลูกค้ารีไฟแนนซ์ออกไป ประกอบกับหากรีไฟแนนซ์ไปแห่งใหม่ ลูกค้าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายจดจำนองอีก 1% ซึ่งใกล้เคียงกับดอกเบี้ยที่ธนาคารเดิมเสนอ เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจไม่รีไฟแนนซ์

“ตอนช่วงสถานการณ์โควิด ตลาดรีไฟแนนซ์โต แต่ตอนนี้ตลาดสินเชื่อบ้านใหม่กลับมาโตอีกครั้ง โดยจะเห็นการแข่งดอกเบี้ยรุนแรง จากปกติดอกเบี้ยบ้านใหม่จะสูงกว่าดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ แต่ตอนนี้เราเห็นดอกเบี้ยบ้านใหม่ลงมา 2.6-2.9% จากปกติต้อง 3% ต้น ๆ ส่วนรีไฟแนนซ์อยู่ที่เกือบ 3% ซึ่งปรับขึ้นตามทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น”

นายชัยยศ ตันพิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้นจะเริ่มเห็นสัญญาณการปฏิเสธสินเชื่อ (reject rate) ของสินเชื่อที่อยู่อาศัย ในไตรมาสที่ 2/2566 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกราว 2-3% จากปกติจะเฉลี่ยอยู่ที่ 30-35% ส่วนหนึ่งมาจากคุณสมบัติลูกค้าไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะมีรายได้คงที่ แต่ค่าใช้จ่ายและภาระการผ่อนชำระเพิ่มขึ้นตามดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันธนาคารยังไม่เห็นสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนหนึ่งมาจากดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะปรับขึ้นน้อยกว่าดอกเบี้ยนโยบาย ประกอบกับดอกเบี้ยในช่วง 3 ปีแรกจะต่ำ เพราะอยู่ในช่วงโปรโมชั่น แต่หลังจากนั้นธนาคารแต่ละแห่งก็พยายามดูแลลูกค้า หากไม่สามารถผ่อนชำระได้จะมีการปรับโครงสร้างการชำระค่างวดให้ใหม่

“ลูกค้ารายใหม่ที่ต้องการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย อาจต้องขอวงเงินให้สอดคล้องกับรายได้ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อเดือนจำเป็นต้องผ่อนดาวน์อย่างน้อย 10% เนื่องจากการขอ LTV เต็ม 100% กรณีรายได้เท่าเดิมอาจจะไม่ผ่าน เพราะสถาบันการเงินยังคงเน้นความสามารถในการชำระหนี้”

นายชัยยศกล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทย ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งปี 2566 อยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท โดยผ่านมา 2-3 เดือนถือว่าทำได้ตาม

เป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งในปีนี้ธนาคารจะเน้นเจาะลูกค้าในกลุ่มที่มีรายได้ 5 หมื่นบาทต่อเดือน หรือบ้าน 3-5 ล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตได้ดี ส่วนบ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาทตลาดอาจจะกังวลในด้านความสามารถการชำระหนี้ เพราะสัดส่วนภาระหนี้ครัวเรือนที่เร่งตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดคาดว่ายอดโอนที่อยู่อาศัยทั้งระบบปีนี้จะอยู่ที่ราว 6-6.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่อยู่ 6 แสนล้านบาท

นายจเร เจียรธนะกานนท์ หัวหน้าบริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) กล่าวว่า สินเชื่อที่อยู่อาศัยในไตรมาส 2/2566 จะเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์และบ้านแลกเงินตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น จะเห็นว่าลูกค้าหาวิธีการลดดอกเบี้ยด้วยการรีไฟแนนซ์ รวมถึงการขอวงเงินกู้เพิ่มเพื่อลงทุนหรือเพิ่มสภาพคล่อง ซึ่งบ้านแลกเงินดอกเบี้ยจะต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่น

“ทีทีบี ยังตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านสินเชื่อบ้านผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะในตลาดบ้านราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งในไตรมาสที่ 2 คาดว่าสินเชื่อบ้านจะโต 20% เติบโตได้ดีเพิ่มขึ้นกว่าในไตรมาสแรกที่ลูกค้ามีการชะลอในการตัดสินใจซื้อ และรอทิศทางของอัตราดอกเบี้ย โดยเรามีเป้าหมายปล่อยสินเชื่อรายใหม่ปีนี้เพิ่มขึ้น 10-15% ทั้งนี้ ยอดสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นปี 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ 3.5 แสนล้านบาท เติบโตขึ้น 5-7% จากสิ้นปี 2565”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...