โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ทำไมข้อสอบภาษาไทยชอบถามว่า “ผู้พูดรู้สึกอย่างไร?” สรุปให้แล้ว! ทริคการวิเคราะห์จุดประสงค์/เจตนาของผู้เขียน

Dek-D.com

อัพเดต 07 มิ.ย. 2567 เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2567 เวลา 12.34 น. • DEK-D.com
ทำไมข้อสอบภาษาไทยชอบถามว่า “ผู้พูดรู้สึกอย่างไร?” สรุปทริควิเคราะห์จุดประสงค์/เจตนาของผู้เขียน

สวัสดีค่ะ ชาว DEK-D เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนอาจจะเคยได้เห็น หรือทดลองทำข้อสอบเก่าวิชาภาษาไทย แล้วเจอกับโจทย์ที่มักจะถามว่า “ข้อใดเป็นจุดประสงค์ของผู้เขียน” “ผู้เขียนรู้สึกอย่างไร”กันอยู่บ่อย ๆ ใช่มั้ยคะ ซึ่งคำถามเหล่านี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการวิเคราะห์จุดประสงค์/เจตนาของผู้เขียน ที่ในช่วง 2-3 ปี มานี้ออกสอบบ่อยมาก ในวันนี้คอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’ได้สรุป การวิเคราะห์จุดประสงค์/เจตนาของผู้เขียน มาให้ทุกคน เพื่อนำความรู้ไปทดลองทำข้อสอบแนวนี้ที่แปะเอาไว้ด้านล่างกันค่ะ

จุดประสงค์ของผู้เขียน

น้อง ๆ อาจจะคุ้นเคยกับข้อสอบที่มักจะถามว่า “จากข้อความ….. ข้อใดเป็นจุดประสงค์ของผู้เขียน” กันใช่มั้ยคะ แต่นอกจากนี้อาจมีคำอื่น ๆ ที่คล้ายกัน ได้แก่ความมุ่งหมาย ต้องการสื่อสาร มุ่งนำเสนอโดยจุดประสงค์ของผู้เขียนที่มักจะเจอได้บ่อยในข้อสอบ มีดังนี้

จุดประสงค์เพื่ออธิบาย/ชี้แจง

เป็นการเขียนที่มีจุดประสงค์ให้ผู้อ่านเกิดความ ‘เข้าใจ’ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งลักษณะการอธิบายจะมีการชี้แจงรายละเอียดที่ชัดเจนเช่น บอกวิธีทำ มีลำดับขั้นตอน มีการให้ความหมาย คำจำกัดความต่าง ๆ รวมถึงการขยายความโดยใช้เหตุผล ที่เราอ่านแล้วเห็นภาพทันที

ตัวอย่างการเขียนเพื่ออธิบาย : เทคนิคทำไข่ต้มยางมะตูม เริ่มจากล้างเปลือกไข่ให้สะอาด เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกปะปนตอนต้มไข่ ตั้งน้ำให้เดือด ใส่เกลือหรือน้ำส้มสายชูลงไป จากนั้นใส่ไข่ลงไปตอนน้ำเดือด จับเวลาประมาณ 4-5 นาที แล้วรีบตักขึ้นแช่น้ำเย็นทันที

จุดประสงค์เพื่อโน้มน้าวใจ

เป็นการเขียนที่มีจุดประสงค์ให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกคล้อยตาม หรือรู้สึก ‘เชื่อ’มักจะใช้คำพูดเชิงบวก บอกถึงข้อดี ประโยชน์ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อชักจูงและโน้มน้าวให้ผู้อ่านยอมรับและเปลี่ยนความคิด ความเชื่อ ทัศนคติ รวมถึงการกระทำในเรื่องนั้น ๆ ให้ตรงกับผู้เขียน

ตัวอย่างการเขียนเพื่อโน้มน้าวใจ: แชมพูสระผมออร์แกนิก ทำจากสมุนไพรธรรมชาติ 100% สกัดจากมะกรูดที่ปลูกแบบปลอดสารพิษ และมีน้ำมันหอมระเหยที่จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย

จุดประสงค์เพื่อแนะนำ/ชี้แนะ

เป็นการเขียนที่มีจุดประสงค์ให้ผู้อ่านเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หรือลงมือทำตาม คล้ายกับการโน้มน้าวใจ แต่การเขียนเพื่อแนะนำจะเน้นการนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ หรือสิ่งที่ดีกว่า ควบคู่ไปกับการสอดแทรกความรู้หรือมีการเปรียบเทียบให้เห็นถึงข้อดี-ข้อเสีย บางครั้งอาจมีการใช้คำว่า “ควร” ที่ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าเป็นการให้คำแนะนำ

ตัวอย่างการเขียนเพื่อแนะนำ/ชี้แนะ: ชามีคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้มีพลังานตื่นตัวได้ยาวนานกว่า ทั้งยังช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีอีกด้วย

จุดประสงค์เพื่อตักเตือน

เป็นการเขียนที่มีจุดประสงค์ให้ผู้อ่านรับรู้ว่าสิ่งที่กำลังจะทำ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องไม่เหมาะสม เป็นการบอกให้รู้ถึงข้อเสีย หรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในภายหลังหากทำสิ่งนั้นไป

ตัวอย่างการเขียนเพื่อตักเตือน: หลายคนชอบคิดว่าการใช้ Pod ปลอดภัยกว่าบุหรี่จริงเพราะไม่มีการเผาไหม้ ทำให้คนใช้คิดว่าไม่มีอันตรายและไม่ติดนิโคติน แต่ข้อเท็จจริง คือ น้ำยาบางรุ่นมีนิโคตินในปริมาณที่สูงมากจนทำให้เสพติดได้ ซึ่งส่วนผสมของน้ำยาที่โดนความร้อนจะทำให้เกิดสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหลายอย่างทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

จุดประสงค์เพื่อตำหนิ

สำหรับการเขียนเพื่อตำหนิ อาจทำให้หลายคนสับสนกับการตักเตือน แต่การเขียนตำหนิมักจะใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้มีการทำความผิดไปแล้ว

ตัวอย่างการเขียนเพื่อตำหนิ: อย่าลดคุณค่าของตัวเอง เพียงเพราะอยากให้เขาเห็นคุณค่าในตัวเรา วันใดที่เราออกวิ่งตามใครสักคน วันนั้นเป็นวันที่คุณค่าในตัวเราลดลงด้วยเช่นกัน นอกจากเขาจะไม่เห็นคุณค่า เรายังต้องเหนื่อยกายและใจ คนเราถ้าเขาเห็นค่า ยืนเฉยเขาก็เห็น

เจตนาของผู้เขียน

จากหัวข้อด้านบนที่รู้กันไปแล้วว่า จุดประสงค์ของผู้เขียน ที่มักจะเจอได้ในข้อสอบมีอะไรบ้าง สำหรับหัวข้อต่อมาที่ออกสอบบ่อยมาก ๆ ไม่แพ้กัน ก็คือ ‘เจตนาของผู้เขียน’หรือความตั้งใจที่จะสื่อสารเรื่องราวใดเรื่องราวหนึ่งของผู้เขียน โดยจะมีอยู่ 3 เจตนาหลัก ๆ ดังนี้

เจตนาแจ้งให้ทราบ

เป็นประโยคบอกเล่าเรื่องราวที่ผู้เขียนต้องการแจ้งให้ผู้อ่านรับรู้ข้อมูลเฉย ๆหรือถ้าต้องการแจ้งให้ทราบในเชิงปฏิเสธก็จะมีคำปฏิเสธ เช่น มิ ไม่ หามิได้ ให้เราเห็นอย่างชัดเจน

ตัวอย่างเจตนาแจ้งให้ทราบ : กำหนดการ TCAS68 ของน้อง ๆ DEK68 จะเริ่มต้นตั้งแต่เดือนกันยายน 67 และลากยาวจนไปถึงเดือน มิถุนายน 68 เลยทีเดียว

เจตนาถามให้ตอบ

เป็นประโยคที่ผู้เขียนต้องการ ‘คำตอบ’ ในบางครั้งก็มักจะมีคำแสดงการถามอยู่ในประโยคด้วย เช่น ใคร, อะไร, ที่ไหน, เมื่อไหร่, อย่างไร, ทำไม, หรือไม่ เป็นต้น

ตัวอย่างเจตนาถามให้ตอบ: วันนี้อากาศร้อนมาก ใครร้อนเหมือนกันบ้าง

เจตนาบอกให้ทำ

เป็นประโยคที่ผู้เขียนใช้ถ้อยคำเชิงคำสั่ง ตักเตือน เชิญชวน หรือขอร้องให้ทำตามมักจะมีคำว่า ‘ต้อง…’ ‘จง…’ ‘โปรด…’ ‘ช่วย…’ ‘หน่อย’ ‘อย่า….’ ‘ต้องไม่…’ในบางครั้งอาจมีการละประธานไว้ในฐานที่เข้าใจ ถ้าไม่ละประธานก็มักจะใช้ประธานเอกพจน์บุรุษที่ 2 (เธอ) หรือพหูพจน์บุรุษที่ 1 (เรา)

ตัวอย่างเจตนาบอกให้ทำ: การออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขภาพดี เราจึงต้องหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

น้ำเสียง อารมณ์ ความรู้สึกของผู้เขียน

นอกจากเรื่องจุดประสงค์และเจตนาของผู้เขียนแล้ว ข้อสอบยังชอบนำพวกคำแสดงน้ำเสียง อารมณ์ ความรู้สึก ที่ใกล้เคียงกันมาเป็นตัวเลือกด้วย ดังนั้น น้อง ๆ ต้องหาคำสังเกต เพื่อชี้ชัดคำเหล่านั้นให้ได้

  • ประชดประชัน :เป็นการพูดตรงข้ามกับความเป็นจริง หรือกล่าวถึงลักษณะที่เกินจริง อาจน้อยหรือมากเกินไป เช่น “ถ้าจะมาช้าขนาดนี้ ทำไมไม่มาพรุ่งนี้เลยล่ะ”

  • โศกเศร้า :มักเป็นการพูดถึงเหตุการณ์ในเชิงลบ การสูญเสีย การจากลา หรือความผิดหวังที่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกสลดใจ เห็นอกเห็นใจ เช่น “เขาไม่ได้ให้ความหวัง มีแต่เรานี่แหละที่คาดหวังไปเอง”

  • น้อยใจ : มักจะมีการแสดงอาการตัดพ้อที่เจือปนระหว่างอารมณ์โกรธและเสียใจ เช่น " ไม่เคยอยู่ในสายตาเธอสักครั้งใช่ไหม และทุกครั้งก็เห็นว่าเธอได้มองผ่านไป ข้ามฉันไปที่เขา"

  • วิตกกังวล :ในประโยคมักจะมีการแสดงอาการพะวง หรือคิดถึงผลกระทบในสิ่งที่ยังไม่ถึง หรือสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น เช่น “เนื้อหาและรายวิชาที่ต้องอ่านเพื่อไปสอบ TGAT/TPAT มีหลายวิชามาก ถ้าอ่านหนังสือไม่ทันต้องสอบไม่ติดมหา’ลัยแน่เลย”

  • หวาดกลัว :ในประโยคมักจะมีลักษณะกลัวใครหรือสิ่งใด มาทำร้ายมีความรู้สึกอันตราย และไม่ปลอดภัย เช่น “เงาดำตะคุ่ม ๆ ที่พุ่มไม้ มองดูเหมือนสัตว์ร้ายคืนคลานเข้ามาใกล้ เราต้องรีบหนีออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด”

  • ชื่นชม : มักจะมีการแสดงความหวังดี เป็นประโยคเชิงบวก ที่บอกถึงข้อดีของสิ่งนั้น ๆว่าเหนือกว่าสิ่งอื่นอย่างไร เช่น “ไอรีนเป็นผู้หญิงที่ทำงานหาเงินเก่ง แถมเพรียบพร้อมด้วยความสวย คนอะไรเพอร์เฟกต์ไปหมดทุกอย่าง จะหาที่ไหนได้อีก”

  • ภูมิใจ :เป็นการพูดถึงการแข่งขัน การได้รับรางวัล หรือการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งสำเร็จตามเป้าหมาย เช่น “กว่าจะสอบเข้าคณะมัณฑนศิลป์ได้ ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการติวสอบ และฝึกวาดรูปอย่างหนัก จนในที่สุดวันนี้ก็ได้เรียนในคณะนี้สมความตั้งใจ”

  • ปลุกใจ : ในประโยคจะมีลักษณะเชิญชวน หรือโน้มน้าวใจ ให้รู้สึกมุ่งมั่น กระตือรือร้นในการทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จ หรือเป็นการทำให้รู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบางอย่างไปในทางที่ดีขึ้น เช่น "ถ้าบ้านเมืองเราขาดคนดี และยังให้คนไม่ดีมาปกครองบ้านเมือง ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรมให้กับสังคม"

  • อ้างว้าง ว้าเหว่ :ในประโยคมักจะมีการบรรยายถึง การอยู่คนเดียว, ไม่เหลือใคร หรืออาจมีคำที่ชี้ให้เห็นชัดเจน อย่างคำว่า โดดเดี่ยว, เดียวดาย เช่น “เมื่อโลกนี้วุ่นวาย ผู้คนมากมาย ไม่มีใครคอยเคียงข้างฉัน เรื่องราวมากมายปัญหาหมื่นพันทำไมมีแต่ฉันที่แบกไว้”

  • เสียดาย :เป็นการพูดถึงการพลาดโอกาสที่ควรจะมีจะได้ไป หรือบรรยายถึงความรู้สึกอยากได้สิ่งที่พลาดไปให้กลับคืนมาเช่น “ตอนนี้อยากไปเรียนต่อเมืองนอก อยากย้ายงานไปต่างประเทศก็ไม่ทันแล้ว รู้งี้ตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็ก ๆ ดีกว่า”

  • อาลัยอาวรณ์ :มักเป็นการพูดถึงเหตุการณ์ในเชิงลบ เกิดการสูญเสีย หรือพลัดพรากจากกันแล้วหวนคิดถึงเช่น “เหลือเพียงความรักที่ไม่มีเธอแล้ว คิดถึงเธอมากมายเท่าไร ก็ไม่มีวันได้พบเจอ”

ส่วนใหญ่แล้วข้อสอบมักจะเอาเหตุการณ์ที่ใกล้ตัวเรามาออกสอบ เช่น เรื่องความรัก ซึ่งพอเป็นเรื่องความรัก เรามักจะเอาใจของเราลงไปเล่น ไปผูกติด ว่าถ้าเป็นเรา เราจะรู้สึกแบบนี้ เพราะฉะนั้นทริคสำคัญในการทำข้อสอบการวิเคราะห์จุดประสงค์ของผู้เขียน เราจะต้องตัดความรู้สึกส่วนตัวของเราออกให้ได้ และใช้หลักการต่าง ๆ ในการหาคำตอบแทน

ในวันนี้เรามาลองทำข้อสอบเรื่องการวิเคราะห์จุดประสงค์/เจตนาของผู้เขียน จากข้อสอบ A-level วิชาภาษาไทย จากโครงการ Dek-D Pre-Admission รอบ พฤศจิกายน 2566

อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม

รักแรกมันลืมยาก ฉันคงลืมยาก แม้จะนานเท่าไร ไม่มีวันที่จะจางหาย เธอสบายดีไหม เป็นคำถามที่ยังคงวนอยู่ซ้ำ ๆ อยากรู้แค่เพียงเธออยู่ตรงนั้น ที่ไม่มีฉัน ชีวิตเธอเป็นไง คิดถึงกันบ้างไหม ส่วนฉันก็คิดถึงเธออยู่ซ้ำ ๆ ก็หวังแค่เพียงเธออยู่ตรงนั้น จะสุขใจกว่าฉัน อยากให้เธอยิ้มได้เหมือนเก่า เหมือนตอนเรารักกัน

จากข้อความ “อยากให้เธอยิ้มได้เหมือนเก่า เหมือนตอนเรารักกัน” ผู้พูดมีน้ำเสียงอย่างไร

1.น้ำเสียงโศกเศร้า

2.น้ำเสียงห่วงใย

3.น้ำเสียงว้าเหว่

4.น้ำเสียงเสียดาย

5.น้ำเสียงอาลัยอาวรณ์

น้อง ๆ ชาว Dek-D คิดว่า ข้อนี้ผู้พูดมีน้ำเสียงอย่างไรกันบ้างคะ ลองคอมเมนต์คำตอบที่คิดว่าใช่ด้านได้เลยค่ะ ก่อนตอบลองพิจารณากันดี ๆ นะคะ อย่าโดนโจทย์หลอกเอานะ!

และในส่วนของนักร้องที่เป็นเจ้าของเพลง รักแรก ได้ให้คำตอบข้อนี้ไว้ว่า…..

สำหรับคอลัมน์ รู้ไว้เผื่อออกสอบ บทความต่อไปจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ทั้งนี้ ถ้าน้อง ๆ มีเรื่องราวน่าสนใจเรื่องไหน หรือความรู้จากวิชาอะไร ที่อยากให้นำมาเล่า หรือแจกทริคการจำ ก็สามารถคอมเมนต์เอาไว้ด้านล่างได้เลย!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...