โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดใจพ่อเมือง “ลพบุรี” เร่งแก้ปมลิง-ทำผังฟื้นเมืองใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2567 เวลา 10.43 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2567 เวลา 10.43 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ลพบุรี เมืองที่ประสบวิกฤตลิงล้นเมืองมาอย่างยาวนาน จากผลการสำรวจ พบว่ามีประชากรลิงอาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมืองลพบุรีไม่ต่ำกว่า 3,000 ตัว กระทบเศรษฐกิจอย่างมหาศาล สร้างแรงกระเพื่อมให้กับทุกภาคส่วน ทั้งการจัดระเบียบลิงคู่ขนานไปกับการฟื้นฟูเมือง พลิกฟื้นเศรษฐกิจพร้อมดึงนักลงทุนคืนกลับมา

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “อำพล อังคภากรณ์กุล” ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ถึงเส้นทางการแก้ไขปัญหาลิง รวมถึงมุมมอง ความสำเร็จของพ่อเมืองที่คุมวิกฤตลิงล้นเมืองให้เห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุด

แผน 3 ระยะแก้ลิงล้นเมือง

เราเริ่มดำเนินการแก้ไขปัญหาลิงอย่างจริงจังร่วมกับสาธารณชนเมื่อ 12 มิถุนายน 2566 โดยเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มีประชาชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมแสดงความคิดเห็นทำให้ได้ข้อสรุป 3 ระยะ คือ 1) ระยะสั้น ประเด็นความสะอาดของเมือง มองว่าไม่ได้มาจากลิงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ส่วนหนึ่งเกิดจากประชาชนหรือนักท่องเที่ยวด้วยที่เป็นคนยื่นอาหารให้ลิงและทำให้ลิงเกิดการเรียนรู้ เกิดการรวมกลุ่ม และกระจายไปทั่วเมือง

ซึ่งเทศบาลต้องออกเทศบัญญัติในการควบคุมจุดให้อาหารลิง 4 จุด และขอความร่วมมือประชาชนในการงดให้อาหารลิง ขณะที่ในประเด็นการทำหมันลิง จากรายงานที่มีดำเนินการทำหมันไปแล้วกว่า 70-80% นั้น ในความเป็นจริงยังมีลิงอีกจำนวนมากที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่ตามตึกต่าง ๆ ทุกครั้งที่มีการนับจำนวนลิง จังหวัดจะเชิญภาคประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเคลือบแคลงใจในจำนวนลิงที่ชัดเจน รวมไปถึงการจัดสรรงบประมาณเพื่อให้อาหารลิงด้วย

2) ระยะกลาง คือการนำลิงไปอยู่ที่ศูนย์อนุบาลลิงที่โพธิ์เก้าต้นซึ่งต้องใช้งบประมาณมาอุดหนุนในส่วนนี้ ขณะที่ปัญหาต่าง ๆ ได้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งประจำอยู่ที่จังหวัดสระบุรีก่อน ถ้ามอบอำนาจให้เทศบาลเมืองลพบุรีดูแลจะรวดเร็วขึ้น และ 3) ระยะยาว กรมอุทยานฯ จำเป็นต้องหาที่อยู่ใหม่ที่เหมาะสมให้กับลิง

ซึ่งกรมอุทยานฯ ตั้งเป้าไว้ว่าจะนำลิงในเขตเทศบาลไปไว้ในพื้นที่เขาสมโภชน์ อำเภอชัยบาดาล แต่บริเวณเขาสมโภชน์ปัจจุบันก็มีลิงอยู่แล้วประมาณ 2,000 ตัว ก็ยังไม่เห็นความชัดเจนและไม่มั่นใจว่าจะมีการผลักดันในอนาคตได้หรือไม่ เพราะยังต้องมีกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วย

จัดการลิง

“ที่ผ่านมาทางจังหวัดลพบุรีได้ของบประมาณไป และเพิ่งได้รับการจัดสรรจากสำนักงบประมาณ จำนวน 1,890,000 บาท เพื่อทำหมันลิงรวม 1,100 ตัวทั่วจังหวัด กระจายตัวอยู่ใน อ.เมือง อ.พัฒนานิคม อ.หนองม่วง อ.ชัยบาดาล อ.ท่าวุ้ง และ อ.บ้านหมี่ ผมให้ไปดูที่ความหนักเบาแล้วก็เกลี่ยเงินลงไป แน่นอนว่า อ.ชัยบาดาล และ อ.บ้านหมี่น่าจะได้มาก ส่วน อ.เมืองเราทุ่มเททรัพยากรไปที่เขตเมืองเก่ามากแล้ว จึงแบ่งไปที่อำเภออื่นด้วย เพื่อไม่ให้ลิงเพิ่มจำนวนจนเกินกว่าจะควบคุมได้” นายอำพลกล่าว

ดันสำเร็จจ่ายเยียวยาถูกลิงกัด

ทุกภาคส่วนเร่งแก้ปัญหาลิงอย่างจริงจังเกิดจากการที่ลิงทำร้ายชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะภาพกระแสบนสื่อออนไลน์ที่มีเด็กนักเรียนหญิงถืออาวุธของเล่นเพื่อป้องกันตัวจากลิง โดยเฉพาะหน่วยงานสำคัญอย่างกรมอุทยานฯ จำเป็นต้อง “เปลี่ยนกรอบ” ความคิดในเรื่องลิงใหม่หมด ซึ่งประเทศไทยประสบปัญหาลิงถึง 52 จังหวัด สะท้อนให้เห็นว่า กรอบความคิดเดิมล้มเหลวและใช้ไม่ได้

อย่างในปี 2566 ที่ผ่านมา ผมเคยไปหารือที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ด้วยความหวังที่จะนำงบประมาณภายใต้อำนาจของผู้ว่าฯ จำนวน 20 ล้านบาท นำมาช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้าน ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า ปัญหาลิงลพบุรีไม่ได้เป็นปัญหาภัยพิบัติฉุกเฉินแต่เป็นปัญหาที่มีมานานแล้ว ทำให้ไม่เข้าเกณฑ์และไม่สามารถใช้งบฯส่วนนี้ได้

จึงให้ทางทีมงานศึกษาข้อกฎหมาย อย่างพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 ในมาตรา 58 และ 60 ที่ระบุว่า ให้อธิบดีกรมอุทยานฯมีหน้าที่ในการวางระเบียบเกี่ยวกับรายได้ที่รับมาให้บริการประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสัตว์ป่า ซึ่งในเมื่อกฎหมายเปิดช่องให้แล้ว ผมจึงผลักดันให้ลิงเป็นสัตว์อีกประเภทที่ประชาชนต้องได้รับการเยียวยา จนมีการประชุมคณะกรรมการเงินรายได้สัตว์ป่า ครั้งที่ 2/2567

โดยคณะกรรมการได้มีมติเห็นชอบให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสัตว์ป่า พ.ศ. 2567 ซึ่งกำหนดให้สามารถใช้เงินอนุรักษ์สัตว์ป่า จ่ายให้แก่ผู้ที่ถูกช้างป่า กระทิง ลิงและหมี ทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. 67 ที่ผ่านมา

“ลพบุรีถือเป็นจังหวัดแรกใน 52 จังหวัดที่บริหารจัดการลิงโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมอุทยานฯเขาคงเห็นความสำเร็จของการบริหารจัดการลิงที่ลพบุรีแล้วน่าจะนำไปพัฒนาต่อในพื้นที่ที่มีศักยภาพได้แต่ต้องเป็นท้องถิ่นที่มีศักยภาพ ท้องถิ่นเล็ก ๆ ยังไม่สามารถดำเนินการได้ และยังต้องเป็นเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด” นายอำพลกล่าว

ปลอมตัวสำรวจเมืองเก่า

นายอำพลกล่าวต่อไปว่า ปัญหาลิงแม้จะมองว่าเป็นปัญหาง่าย ๆ แต่เกี่ยวข้องมากกว่า 10 หน่วยงาน เช่น กรงลิงเป็นภารกิจของเทศบาลเมือง แต่สถานที่ตั้งของกรงอยู่ที่เขตอำเภอโพธิ์เก้าต้น ถือเป็นการดำเนินงานนอกเขต ทำให้อยู่ภายใต้การดูแลของ อบต.โพธิ์เก้าต้น การจะทำกิจการนอกเขตเป็นเรื่องของสำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น

และพื้นที่จุดนั้นเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์เกี่ยวข้องกับกรมธนารักษ์จังหวัด ส่วนลิงถือเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าคุ้มครองทำให้อยู่ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานฯ ขณะที่การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบมีทั้งส่วนที่เป็นอำนาจของผู้ว่าฯ

รวมถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ขณะที่ปศุสัตว์คิดจะนำลิงมาจัดเป็นสัตว์อยู่ในบัญชีเดียวกันกับสุนัขและแมว หากไม่เรียกมาคุยหารือกันทุกคนจะรู้เฉพาะเรื่องหน่วยงานของตัวเอง ไม่เกิดการทำงานร่วมกัน

วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ (วันที่ 1 ตุลาคม 2565) มีประชาชนมารอต้อนรับและแนะนำเรื่องลิงหลายด้าน แต่มีคนเข้ามาบอกว่า วันไหนที่ผู้ว่าฯว่าง อยากให้ผู้ว่าฯไปสำรวจพื้นที่ในเมือง วันต่อมาเลยเข้าไปสำรวจในพื้นที่เมืองเก่า พบว่ามืดมากและบริเวณพระปรางค์สามยอดเต็มไปด้วยขยะ เศษผัก เศษอาหาร ซังข้าวโพด ทำให้รับรู้และมองเห็นสภาพของเมืองมากขึ้น

พระปรางค์สามยอด

จนกระทั่งวันที่ 31 ธันวาคม 2565 จึงลองปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว เดินเที่ยวบริเวณพระปรางค์สามยอด พบว่าบริเวณศาลพระกาฬ สามารถให้อาหารลิงได้แทบทุกพื้นที่ ส่วนบริเวณฝั่งร้านชโยวานิช พบว่ามีลิงอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ระหว่างที่ยืนรอก็มีรถมาจอดบริเวณถนนแล้วเทเศษมะละกอกองใหญ่ให้เป็นอาหารลิงบริเวณนั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบ้านเมืองไม่มีระเบียบ ใครอยากทำอะไรก็สามารถทำได้ ดังนั้นในช่วงต้นปี 2566 ได้ตั้งทีมร่วมกับนักกฎหมายจากกรมอุทยานฯ และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมพูดคุยกัน

“ผมไม่ได้เริ่มต้นจากการนับหนึ่ง เพราะมีคนคอยชี้แนะเกี่ยวกับ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า รวมถึงวิธีการจัดการลิงที่มีคนเสนอแผนแม่บทแก้ปัญหาลิง ผมเลยเอามานั่งดู นั่งทำความเข้าใจ และพูดคุยกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกว่า 4 เดือน ก่อนที่ภาคราชการจะออกไปคุยกับประชาชน ทุกส่วนต้องมีความเข้าใจที่เหมือนกัน และเกิดการสื่อสารสอดคล้องกัน พร้อมเปิดเวทีรับฟังร่วมกัน จุดเหล่านี้คือเบื้องหลังกว่าที่การแก้ไขปัญหาลิงจะคืบหน้ามาถึงทุกวันนี้”

เป้า 2 ปีพัฒนาเมืองเต็มรูปแบบ

การพัฒนาเมืองและการปรับภูมิทัศน์ เช่น การทาสี การออกแบบผังเมืองใหม่จำเป็นต้องให้สอดคล้องและคงไว้ซึ่งโบราณสถานที่มีอยู่ด้วย ดังนั้นจะต้องใช้คนที่มีความรู้ทางด้านสถาปัตยกรรมและผังเมือง อาศัยมุมมองของนักออกแบบ มาออกแบบเมือง ตั้งแต่การออกแบบภูมิทัศน์ (Landscape design)

ขณะที่ในส่วนของผังเมือง อาจจะปรับปรุงได้ไม่มากนัก ขึ้นอยู่กับเราจะปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่เหล่านั้นให้ดีได้อย่างไร ทุกอย่างมีองค์ประกอบที่ละเอียดและหลายด้าน จึงควรมองให้ครบทุกองค์รวม สุดท้ายทุกภาคส่วนต้องมานั่งคุยกัน ใช้มุมมองด้านศิลปะร่วมด้วย อาจจะเร็วสุดคือปีงบประมาณ 2570

ทั้งนี้ การพัฒนาระยะสั้นที่สามารถทำได้เลย คือ การสร้างลานวัฒนธรรม เช่น ถนนคนเดิน ถนนทางด้านศิลปวัฒนธรรม เปิดให้ทุกกลุ่มเข้ามาแสดงผลงาน ขายสินค้าสร้างรายได้ ส่วนภาพมิติใหญ่ต้องคุยกับภาคเอกชน รวมถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และบริษัททัวร์เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวด้วย

“ผมมองว่าภายใน 2 ปี เราสามารถจัดการได้อย่างเต็มรูปแบบ วางแผนรับรองไว้ ซึ่งเป็นการพัฒนาเมืองคู่ขนานไปกับการบริหารจัดการลิงได้ทันที แม้ความสำเร็จอาจจะเกิดขึ้นหลังจากที่ผมเกษียณอายุราชการไปแล้ว ผมเหลืออายุราชการอีก 15 เดือน แต่ผมก็เอาใจช่วย ขอให้มีแผนแม่บท เพื่อให้คนที่จะมารับช่วงต่อสามารถพัฒนาตามแผนได้”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดใจพ่อเมือง “ลพบุรี” เร่งแก้ปมลิง-ทำผังฟื้นเมืองใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...