ซูเจียวหมอดูในยุคจีนโบราณ
ข้อมูลเบื้องต้น
เริ่มอัพวันที่ 04/06/67 นะค๊า ฝากติดตามด้วยน๊าาาา~~~
ผู้ส่งสารจากสรวงสวรรค์
ตอนที่ 1 ผู้ส่งสารจากสรวงสวรรค์
ซูเจียวนั้นไม่ได้เกิดมาจากครอบครัวที่อบอุ่นอย่างที่ใครๆ คิด ทั้งไม่อบอุ่นไม่ร่ำรวยไม่ได้สวยหรูอย่างที่ทุกคนคิดเอาไว้เลยสักนิด เขาซูเจียวคนนี้ไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็นใครและที่รอดชีวิตมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะว่าได้รับความช่วยเหลือจากหลวงตาท่านหนึ่งที่เดินบิณฑบาตและได้ยินเสียงร้องไห้ของเขาที่ถังขยะในวันที่ฝนตกหนัก เขาเกือบจะไม่รอดแล้วเชียวเพราะตอนนั้นตัวของเขาเริ่มจะเขียวแล้วด้วยซ้ำ
เมื่อรอดมาได้ก็กลายเป็นเด็กที่แปลกประหลาดในสายตาของทุกคนเพราะเขาชอบเล่นคนเดียวพูดคนเดียวในสายตาคนอื่นมองว่าเขาเป็นเด็กสติไม่สมประกอบหรือบ้างก็บอกว่าเขานั้นมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น ซึ่งข้อนี้มันก็ถูก! ใช่แล้วเขาซูเจียวคนนี้ที่รอดพ้นจากความตายมาได้อย่างหวุดหวิดได้มองเห็นสิ่งที่ทุกคนอื่นมองไม่เห็นนั่นเอง เขาสามารถมองเห็นวิญญาณของคนตายได้ทั้งยังสื่อสารได้อีกด้วย
วิญญาณเหล่านั้นที่ไม่ได้พูดคุยกับมนุษย์มานานก็ต่างเข้ามารุมล้อมเขา เล่นกับเขาตั้งแต่เขาจำความได้ แล้วเล่นกับเขาอย่างเดียวไม่พอยังคงสอนสิ่งต่างๆ ให้เขาอีกด้วย บ้างวิญญาณก็เป็นอาจารย์ที่เก่งกาจ บ้างก็เป็นช่างฝีมือ บ้างก็หมอ เรียกได้ว่ามีวิญญาณทุกอาชีพมารุมล้อมเขาเลยล่ะ แล้วถ้าถามว่าทำไมวิญญาณเหล่านั้นถึงมารุมล้อมเขาได้ทุกอาชีพขนาดนี้
ก็เขาอาศัยอยู่วัดแล้วคนที่ตายไปแล้วแน่นอนว่าจะต้องมาวัดกันทุกรายใช่ไหม นั่นจึงไม่แปลกใจเลยที่วิญญาณหลากหลายอาชีพจะมารุมล้อมเขาเยอะขนาดนี้ ตั้งแต่เกิดมาไม่มีเด็กคนไหนกล้าเล่นกับเขาเลยสักคนเพราะมองว่าเขาเป็นตัวประหลาดหรือแม้แต่ผู้ใหญ่เองก็เป็น จะมีแค่หลวงตาคนเดียวที่รู้ว่าเขามองเห็นสิ่งอะไร
เพราะหลวงตานั้นก็มีความสามารถในเรื่องนี้เช่นเดียวกันเพียงแต่ว่าจะเห็นแค่วิญญาณบางดวงเท่านั้นไม่ได้เห็นทุกดวงเหมือนเขา ซึ่งหลวงตาก็บอกว่าจะพูดคุยอะไรก็พูดคุยได้เพียงแต่อย่าทำให้มันโจ่งแจ้งมากเกินไปมิเช่นนั้นเมื่อเขาเติบใหญ่ขึ้นมาจะลำบากเอาได้ ตอนเด็กๆ เขาก็ยังไม่เข้าใจหรอกแต่พอได้เข้าโรงเรียนได้มีเพื่อนมากมายเขาก็จึงได้เข้าใจคำพูดของหลวงตา
เวลาจะพูดคุยกับวิญญาณอะไรเขาก็ต้องระมัดระวังตัวมากเป็นพิเศษ ชีวิตของเขาเมื่อเขาสามารถปรับตัวเข้ากับมันได้เป็นอย่างดีทุกอย่างก็ดูเหมือนจะดีขึ้น เขามีเพื่อนมากขึ้นแม้วิญญาณที่ตามติดเขาจะมากขึ้นเช่นเดียวกันก็ตามเพราะทุกคนนั้นก็ยังไม่หมดห่วง ส่วนมากก็เป็นเพราะว่าตัวเองยังไม่ได้มอบสิ่งที่ตัวเองรู้เผยแพร่ไปยังโลกใบนี้ขอแค่ได้เผยแพร่ให้แค่คนคนเดียวฟังก็รู้สึกพอใจแล้ว
นั่นจึงทำให้เขานั้นแต่ละวันต้องพบเจอดวงวิญญาณหลายร้อยดวงมาพูดเรื่องราวต่างๆ ของตัวเอง สั่งสอนเขาโน้นนี่นั่นอยู่ตลอดจนกลายเป็นว่าเขานั้นสามารถทำได้ทุกอย่างจนคนรอบข้างมองว่าเขาเป็นอัจฉริยะที่มีนิสัยแปลกประหลาดชอบพูดอยู่คนเดียว แต่เขาก็ไม่ได้แก้ต่างอะไรให้ทุกคนเข้าใจอย่างนั้นแหละ ดีแล้วเวลาเขาพูดอะไรขึ้นมาอยู่คนเดียวทุกคนจะได้คิดว่าเขากำลังใช้ความคิด
และในช่วงที่เขาอายุได้สิบแปดปีหลวงตาที่เปรียบเสมือนพ่อแท้ๆ ของเขาก็ได้เสียชีวิตลงจากโรคชรา หลังจากที่หลวงตาเสียชีวิตได้ไม่ถึงสามวันดีเลยด้วยซ้ำญาติพี่น้องของหลวงตามากมายที่เขาไม่เคยพบเจอมาเกือบยี่สิบปีก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ทำการยื้อแย่งสมบัติกันไปหมดไม่เว้นแม้แต่วัดที่เขาอาศัยมาตั้งแต่จำความได้ก็โดนขายไป
เขาในตอนนั้นที่ยังเป็นเพียงนักศึกษาปีหนึ่งน้องใหม่ธรรมดาๆ ไม่มีบ้านให้กลับมีเงินติดตัวแค่นิดหน่อยได้แต่นั่งอยู่ข้างทางด้วยความสิ้นหวังว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตต่อไป แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีดวงวิญญาณที่เป็นหมอดูมากฝีมือที่ตายเพราะความอิจฉาของเพื่อนร่วมงานลอยมาหาเขาและบอกว่าให้เขาทำอาชีพนี้สิรายได้ดี แล้วยิ่งเขามีความสามารถในการมองเห็นวิญญาณก็ให้วิญญาณไปสืบเรื่องราวต่างๆ ให้ก็ได้
เพราะยังไงแล้วคนเราก็มักจะมีดวงวิญญาณของคนรอบข้างติดตามไปอยู่เสมอ อยากรู้อะไรก็ถามเอาก็ได้ นั่นจึงทำให้เขาเริ่มต้นอาชีพนี้อย่างเต็มตัวและก็ไม่ได้ทิ้งการเรียนแต่อย่างใด ครั้งแรกที่เขาเอ่ยทักคนที่เดินผ่านไปผ่านมาว่าจะเจอกับเรื่องราวต่างๆ ทุกคนก็ต่างมองเขาด้วยสายตารังเกียจคิดว่าเขานั้นเป็นพวกมิจฉาชีพอะไรแบบนั้น
ซึ่งเขาแม้จะทำเป็นไม่สนใจแต่ลึกๆ นั้นเขารู้สึกกังวลเป็นอย่างมากเพราะคำทักแต่ละคำที่เขาทักออกไปนั้นมันช่างน่ากลัวมากๆ เช่นชายคนหนึ่งที่จะโดนทำร้ายจากญาติของตัวเองทันทีที่กลับถึงบ้านจนบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ก็หญิงรายหนึ่งที่กำลังตั้งท้องลูกน้อยของเธอมีสายสะดือกำลังพันคออาการรอดมีแค่ครึ่งต่อครั้งเท่านั้น แต่ละคำทำนายนั้นน่ากลัวเป็นอย่างมากจนทุกคนแทบจะมาบีบคอเขาให้ได้
เขาได้แต่ภาวนาว่าให้คนที่ได้คำทำนายของเขาไปเชื่อมั่นสักทีเพราะดวงวิญญาณที่อยู่รอบกายของทั้งสองคนก็ต่างร่ำไห้ตะโกนโวยวายให้บุคคลที่ตัวเองติดตามฟังคำพูดของเขาจนสุดท้ายวิญญาณเหล่านั้นจึงได้บอกประโยคลับที่มีแต่ทั้งสองรู้ออกมา นั่นจึงทำให้คนที่ได้รับคำทำนายจากเขาเริ่มหันมามองอย่างสนใจเพราะคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
จนสุดท้ายชายคนนั้นที่ได้รับความทำนายว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อกลับถึงบ้านได้เรียกเพื่อนที่เป็นตำรวจเดินทางกลับบ้านกับตัวเองในครั้งนี้ด้วย แต่เพื่อนของอีกฝ่ายที่เป็นตำรวจก็ช่างเยอะเหลือเกินขนไปเป็นสิบๆ นาย จนสุดท้ายก็สามารถจับคนร้ายได้ ส่วนหญิงตั้งครรภ์ที่โดนทักเรื่องลูกในท้องเมื่อไปตรวจที่โรงพยาบาลอายุครรภ์ของเธอได้แปดเดือนแล้วจึงสามารถทำการผ่าคลอดได้ทันท่วงที
โดยที่เด็กนั้นรอดมาได้อย่างหวุดหวิดจนหมอและเหล่าพยาบาลก็ต่างบอกว่าเธอนั้นโชคดีมากขนาดไหนที่มาโรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการในครั้งนี้ เพราะไม่แล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเด็กก็จะขาดอากาศหายใจเสียชีวิตได้ ทั้งสองคนนั้นเมื่อรู้ว่าคำพูดของเขานั้นคือความจริงราวกับตาเห็นก็ไม่รอช้าที่จะออกตามหาเขาแทบจะพลิกแผ่นดินจนสุดท้ายก็มาพบเขาที่เดินสะพายกระเป๋าใบเล็กๆ เดินออกหางานรายชั่วโมงทำเข้า
เมื่อทั้งคู่ได้พบเจอเขาเหล่าญาติพี่น้องทั้งหลายของบุคคลทั้งสองก็เข้ามาสอบถามเขาเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะคำทำนายหรือเกี่ยวกับชีวิตของเขา เขาก็ไม่รอช้าที่จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังตั้งแต่เกิดจนถึงตอนที่ออกมาเร่ร่อนหางานอยู่แบบนี้ นั่นจึงทำให้เขาได้รับการตอบแทนบ้านหนึ่งหลังที่มีราคามูลค่ามากกว่าสองล้านบาท
พร้อมกับเงินอีกหลายล้านบาททั้งยังบอกว่ามีความเดือดร้อนที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อพวกตนมาได้ กลายเป็นว่าเขาช่วยบุคคลไม่ธรรมดาซะอย่างนั้น! ชายคนนั้นเป็นลูกคนเล็กของบุคคลมีอำนาจระดับประเทศ ส่วนหญิงสาวคนนั้นก็เป็นสะใภ้ของตระกูลใหญ่ที่รอคอยลูกคนนี้มานานหลายปีจึงไม่แปลกใจเลยที่เขาจะได้รับการตอบแทนยิ่งใหญ่ขนาดนี้
และสุดท้ายข่าวเรื่องของเขาที่สามารถทำนายอนาคตได้ราวกับตาเห็นก็มีคนมากมายมาขอพบเขาแล้วขอคำทำนาย เขาก็บอกไปตามที่วิญญาณรอบข้างบอกจนสุดท้ายชื่อเสียงของเขาก็โด่งดังไปทั่วจนต้องจับบัตรคิวในการเข้าพบแทนเนื่องจากโดนรังควานที่มหาวิทยาลัยจนไม่มีเวลาเรียน
แต่การที่จะได้คิวของเขาแต่ละทีช่างยากเย็น เมื่อเรียนจบมาเขาก็ทำอาชีพนี้เต็มตัวรับงานมากขึ้น ในช่วงเวลาที่อายุสี่สิบปีของเขาก็ได้พบกับดวงวิญญาณดวงหนึ่งที่รัศมีรอบร่างกายนั้นดูไม่ธรรมดา และได้รับรู้ว่านั่นคือผู้ส่งสารจากสรวงสวรรค์ที่จะมาให้คำทำนายต่อเขา!
.
.
.
.
.
(ปล.ยังไม่ได้ตรวจคำผิด) คำทำนายอะไร?!
ฝากเรื่องใหม่ด้วยค๊าาาา!!!
สิ้นสุดเวลา
ตอนที่ 2 สิ้นสุดเวลา
แล้วเมื่อมีผู้ส่งสารจากสรวงสวรรค์มาหาถึงขนาดนี้เขาคิดว่าเรื่องมันจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน อาจจะมีทำนายหรือคำพิพากษาอะไรนะที่เขาจะได้รับ หรือเป็นเพราะว่าเขาให้คำทำนายแก่ทุกคนไปแล้วมันผิดกฎของสวรรค์เหรอ? แต่เขาก็ทำอย่างนี้ตั้งแต่อายุ สิบแปดจนปัจจุบันเขาอายุสี่สิบปีแล้วเพิ่งจะโผล่มาแบบนี้ก็คงจะไม่น่าใช่ เอาเถอะต่อให้มันจะเป็นเรื่องอะไรเขาก็พร้อมแล้วที่จะรับรู้มัน
ยังไงชีวิตคนเรานั้นก็ไม่ได้อยู่ยั่งยืนอยู่แล้ว มีเกิดแก่เจ็บตายเป็นธรรมดา แต่เขานั้นใช้ชีวิตแทบจะอุทิศตัวให้กับการเป็นคนทำอนาคต ไม่ใช่สิจะเรียกว่าทำนายอนาคตไม่ได้ เรียกได้ว่าเป็นคนให้คำทำนายผู้สื่อสารคำพูดของวิญญาณส่งต่อทุกคน เป็นหมอดูที่เก่งกาจหาแต่เงิน สุดท้ายก็ใช้เงินก้อนที่หามาได้ซื้อวัดที่เขาเคยอาศัยมาตั้งแต่เกิดกลับมาจนได้
ตอนนี้ก็มีพระที่มีความศรัทธาต่อหลวงตาที่เสียชีวิตไปมาคอยดูแลรักษามันจนตอนนี้พัฒนาไปไกลแล้วเนื่องจากวัดแห่งนั้นเป็นวัดที่เขาศรัทธาทุกคนก็เลยตามมาด้วย เรียกได้ว่าเป็นการตลาดที่ดี ดีมากจนติดอันดับต้นๆ ของประเทศเลยล่ะ โชคดีนะที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในห้องนี้กับเขาด้วยทำให้เขานั้นไม่ต้องเสียเวลาจัดการคนให้เดินออกไปจากห้องเพื่อทำการพูดคุยกับผู้ส่งสารจากสรวงสวรรค์ตรงหน้านี้
"สวัสดีครับท่านผู้ส่งสาร"ซูเจียว
"ดีที่เจ้ารู้ว่าเราเป็นใคร ถ้าอย่างนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลามากเจ้าก็น่าจะทราบดีว่าเวลาบนสรวงสวรรค์กับโลกมนุษย์นั้นมันแตกต่างกันมากเพียงใด เราจะขอพูดตรงนี้เลยแล้วกันว่าเจ้านั้นมิใช่คนจากภพภูมินี้เพียงแต่ต้องมาทำหน้าที่เพื่อบำเพ็ญบุญตามวิบากกรรมที่มีอยู่จากชาติปางก่อน ตอนนี้วิบากกรรมของเจ้าได้สิ้นสุดแล้ว หนึ่งสัปดาห์ต่อจากนี้เจ้าจะหมดลมหายใจและเสียชีวิตลง หนึ่งสัปดาห์ต่อจากนี้ขอให้เจ้านั้นเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อไปเกิดยังภพภูมิที่เจ้าควรจะไป เรามีเรื่องที่จะแจ้งเจ้าให้ทราบเพียงเท่านี้"ผู้ส่งสารจากสรวงสวรรค์
ซูเจียวที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าตอบรับด้วยความเข้าใจแต่โดยดีและหลังจากที่เขาพยักหน้าตอบรับไปนั้นผู้ส่งสารจากสรวงสวรรค์ก็หายไปทันที ดูเหมือนว่าเขาจะต้องรีบดำเนินการแล้วละโดยเฉพาะเรื่องมรดกที่ต้องรีบจัดการเป็นพิเศษเพราะไม่แล้วเหล่าเครือญาติของหลวงตาที่คอยมารังควานเขาอยู่เพื่อทวงบุญคุณนั้นจะต้องใช้โอกาสนี้ในการเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเงินที่เขาหามาอย่างแน่นอน
เข้ามาทวงบุญคุณอย่างหน้าด้านๆ ทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตของเขาเลยสักนิด ตอนที่ไล่เขาออกมาจากวัดเพราะกลัวว่าเขานั้นจะไปยุ่งวุ่นวายกับมรดกของหลวงตาเขายังจำได้ไม่มีวันลืมเลยว่าสายตาของคนเหล่านั้นที่จ้องมองเขามันน่ารังเกียจขนาดไหน ถ้าเขาเป็นเด็กที่โลภมากอยากจะได้ทรัพย์สินนั้นด้วยคงจะต้องมีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้นแน่ๆ
โชคดีจริงๆ ที่เขานั้นได้รับการสั่งสอนไว้อย่างดีจากหลวงตาและเลือกในทางที่ดีที่สุดไม่ใช่เรื่องในทางที่ทำให้ตัวเองต้องเจ็บตัวโดยที่ไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง ทำให้หลังจากที่คิดได้อย่างนั้นแล้วซูเจียวก็เรียกทนายประจำตัวเข้ามาพบทันทีแล้ว ทนายประจำตัวเมื่อได้ทราบความตั้งการของนายจ้างของตัวเองก็ถึงกับตกใจไปพักใหญ่เลยเมื่อนายจ้างของเขาผู้ที่มีความสามารถในการทำนายอันน่าสะพรึงนั้นจะต้องจากโลกใบนี้ไปแล้วในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อจากนี้
ซึ่งเขาที่ได้ยินอย่างนั้นก็สอบถามยกใหญ่เลยว่ามีทางออกอื่นหรือไม่ที่จะหักห้ามปัญหานี้ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วคำตอบที่ได้กลับมานั้นก็คือไม่มีทางออกไหนเลยสำหรับเรื่องนี้ เพราะนี่เป็นสิ่งที่ถูกลิขิตมาแล้วและไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเช่นเรื่องของคนอื่น ทำให้เขาที่เป็นทนายต้องเขียนพินัยกรรมทั้งน้ำตาเพราะเขาเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้รับความช่วยเหลือจากคนตรงหน้านี้จากเขาที่มาขอคำทำนายเรื่องการงานแค่คำทำนายที่ได้รับนั้นก็คือการสูญเสียบุคคลในครอบครัวไปทั้งลูกและภรรยาจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
ซึ่งเขาที่โดนทำนายแบบนั้นจึงไม่รอช้าที่จะต่อสายตรงหาภรรยาที่กำลังจะพาลูกไปเที่ยวสวนสัตว์ทันที ดีที่เหตุการณ์ทุกอย่างได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีเพราะไม่แล้วเขาจะต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตแน่ๆ และหลังจากนั้นเป็นต้นมาเขาเลยผันตัวมาทำงานให้กับคนตรงหน้าผู้มีพระคุณของครอบครัวเขาเป็นทนายส่วนตัวให้โดยไม่คิดเงินใดๆ เรียกใช้ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงตราบใดที่เขายังทำงานไหว
เขาเป็นทนายอันดับหนึ่งของประเทศแบบนี้รับรองได้เลยว่าคดีในไหนเขาก็สามารถจัดการได้อย่างแน่นอน เขาทำงานให้คนตรงหน้ามามากกว่าสิบปีแล้วจึงไม่แปลกที่จะรู้สึกผูกพันเหมือนลูกเหมือนหลานอย่างนี้ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายยืนยันแล้วว่าไม่มีทางใดแก้ไขหรือหยุดยั้งมันได้ ทำได้เพียงแค่จัดการเรื่องราวทางด้านฝั่งนี้ให้เรียบร้อยและจากไปอย่างสงบก็เท่านั้น
เขาได้แต่หวังว่าคนตรงหน้าจะได้มีช่วงเวลาชีวิตที่ดีในอีกชาติภพหนึ่งตามที่ตัวบอกเล่า เพียงไม่นานพินัยกรรมต่างๆ ที่ได้ทำร่างเอาไว้ว่าจะแบ่งทรัพย์สินที่เขามีทั้งหมดให้ใครบ้างก็เสร็จสิ้นโดยหลักๆ แล้วมรดกของเขานั้นจะถูกแบ่งให้กับวัดที่เขาเคยอาศัยอยู่มาตั้งแต่เด็กเพื่อเป็นทุนสำรองในตอนที่เขาไม่มีชีวิตอยู่ต่อแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นทุนสำรองในการซ่อมแซมวัด จ่ายค่าน้ำค่าไฟหรือมอบทุนการศึกษาต่างๆ ให้แก่ญาติโยมที่ยากไร้ และส่วนที่เหลือก็มอบให้แก่มูลนิธิต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้เงิน ถึงแม้จะถูกแบ่งไปหลายที่ขนาดนี้แต่บอกได้เลยว่าแต่ละที่นั่นได้เงินเกินร้อยล้านทุกที่ เขาก็ไม่คิดเหมือนกันว่ามันจะเยอะขนาดนี้เพราะส่วนมากแล้วไม่ค่อยได้ใช้เลยมีแต่หา ถ้าใช้เขาก็ใช้มันไปกับการบริจาคการทำบุญ
แล้วเขาที่เหลือเวลาอยู่บนโลกใบนี้หนึ่งสัปดาห์ก็ไม่คิดที่จะปกปิดเรื่องนี้แต่อย่างใดเพราะยังไงซะเขานั้นก็ไม่ใช่บุคคลธรรมดาอยู่แล้ว แล้วการจากไปอย่างกะทันหันของเขาจะต้องมีคนสืบเรื่องราวของมันแน่ๆ เพราะฉะนั้นแล้วสู้บอกไปเลยดีกว่าว่าทำไมเขาถึงจากไปนั่นจะทำให้ทุกคนเข้าใจมากกว่า แล้วก็เป็นการป้องกันเหตุผลที่พวกเหล่าญาติๆ ของหลวงตาจะมายื้อแย่งทรัพย์สินนี้ไป
นั่นจึงทำให้เขาเรียกใช้งานทนายประจำตัวอีกครั้งหลังจากที่จัดการเรื่องพินัยกรรมไม่ถึงหนึ่งวันว่าต้องการแถลงข่าว แล้วข่าวเรื่องของเขาที่ได้รับการแถลงออกไปก็ทำให้ทุกคนนั้นรู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก ไม่มีใครคิดว่าเขาพูดไม่จริงเลยสักคนเพราะทราบดีว่าเขานั้นเป็นของจริงไม่ใช่พวกนักต้มตุ๋นที่อวดอ้างสรรพคุณของตัวเอง
นั่นจึงทำให้คนที่ได้รับการช่วยเหลือจากเขาตั้งแต่นานจนเขาจำไม่ได้ว่าใครเป็นใครพากันแวะเวียนมาหาเขาเพื่อร่ำลากันเป็นครั้งสุดท้าย แม้ในระหว่างนี้จะมีพวกญาติพี่น้องของหลวงตามาร้องห่มร้องไห้ทำท่าเสียใจเต็มประดากับการจากไปของเขาก็ตาม แต่คิดหรือไงว่าเขาจะรู้สึกขอบคุณกับท่าทางนั้นนะ
ไม่เลยคนพวกนี้ทำให้เขารังเกียจจนวันสุดท้ายของชีวิตจริงๆ เมื่อถึงเวลาหนึ่งสัปดาห์สิ้นสุดลงเขาก็ล้มตัวลงบนเตียงด้วยท่าทางของคนสุขภาพดีไม่มีโรคภัยใดๆ ทั้งยังอ่อนวัยกว่าอายุ โดยล้อมเตียงเต็มไปด้วยคนมากมายที่รวมตัวกันมาส่งเขาเป็นครั้งสุดท้าย ซูเจียวหลับตาลงเมื่อเห็นเวลานี้เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว~
.
.
.
.
.
(ปล.ยังไม่ได้ตรวจคำผิด) จากไปอย่างสงบจริงๆ
ซูเจียว ณ โลกใหม่
ตอนที่ 3 ซูเจียว ณ โลกใหม่
แต่การที่เขานั้นหมดลมหายใจไปมันก็ไม่ได้หมายความว่าวิญญาณของเขาจะถูกพาไปยังโลกใหม่เลยนะ ไม่ เขายังได้พบเจอกับเรื่องสนุกๆ ตรงหน้าอยู่ แล้วเป็นเรื่องที่ทำเอาเขานั้นทั้งขำทั้งสมเพชไปในเวลาเดียวกัน เรื่องนั้นก็คือพวกญาติพี่น้องของหลวงตาเมื่อทราบข่าวการจากไปของเขาและสถานที่การจัดงานก็วิ่งโลมาขอส่วนแบ่งทันทีอย่างหน้าด้านๆ
โดยให้เหตุผลว่าเขาไม่มีญาติพี่น้องคนไหนในโลกนี้ทรัพย์สมบัติที่เหลือพวกตนจะอาสาจัดการเอง และนี่ก็ไม่ได้ทำให้เขาเป็นคนเดียวที่รู้สึกสมเพชคนเหล่านี้ที่มาเรียกร้องผลประโยชน์ทั้งที่เพิ่งจะเริ่มจัดงานได้ไม่ถึงวันด้วยซ้ำ แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นและทำให้พวกเขานั้นรู้สึกสะใจเป็นอย่างมาก นั่นก็คือคนที่เสียชีวิตไปนั้นได้ทำพินัยกรรมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
เงินมากมายหลายพันล้านไม่ได้ตกมาถึงมือคนพวกนี้เลยสักเหรียญเดียว แล้วยิ่งทนายอันดับหนึ่งของประเทศเป็นคนยืนยันโชว์หลักฐานคลิปวิดีโอคลิปเสียงลายเซ็นมากมายให้ดูอีกจึงทำให้คนพวกนั้นกลับไปด้วยความเจ็บใจและคิดว่าถ้าในตอนนั้นยืนยันอย่างเต็มที่ถ้าจะดูแลเด็กที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าคนนี้พวกตนก็อาจจะสุขสบายไปแล้วก็เป็นได้
ดูสิมันเจ็บแค้นพวกเขามากขนาดไหนเงินมากมายขนาดนั้นกับบริจาคไปโดยไม่เห็นหัวพวกเขาเลยสักนิด แต่ตอนนี้ต้องรีบหนีก่อน แค่นี้พวกเขาก็ไม่มีหน้าออกไปพบเจอใครพักใหญ่แล้ว ไหนคนที่มางานนี้จะมีแต่พวกตำแหน่งใหญ่โตทั้งนั้น ดูเหมือนว่าพวกเขาจะต้องเก็บตัวเงียบไปพักใหญ่เลยล่ะ แต่เรื่องทั้งหมดมันก็ไม่ได้จบลงง่ายๆ
เพราะเมื่อพวกเขาไม่มีคนคุ้มกะลาหัวแม้จะเป็นแค่ในนามเท่านั้นก็ทำให้เจ้าหนี้ทั้งหลายไม่รู้โผล่มาจากไหนได้เข้ามาทั้งทำร้ายร่างกายยึดทรัพย์สินที่มีน้อยนิดของพวกเขาไปจนหมด ที่อยู่อาศัยก็ไม่มีทำให้ชีวิตของพวกเขาในตอนนี้เร่ร่อนยิ่งกว่าซูเจียวสมัยโดนไล่ออกมาจากวัดแรกๆ เลยเนื่องจากเป็นคนไม่มีความรู้ทั้งยังใช้สมบัติของหลวงตาที่มีอยู่จนหมดจึงไม่แปลกใจเลยที่คนจำพวกนี้จะมีสภาพแบบนี้
เงินทองทรัพย์สินต่างๆ ที่หลวงตามีนั้นไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลยเนื่องจากหลวงตานั้นก่อนที่จะผันตัวมาเป็นพระก็เป็นนักธุรกิจคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเลยล่ะ เพียงแต่ว่าหลังจากที่สูญเสียภรรยาอันเป็นที่รัก แล้วลูกๆ แต่ละคนไม่เอาไหนคอยจ้องแต่อยากได้สมบัติโดยไม่เห็นหัวผู้เป็นพ่อนั่นจึงทำให้นักธุรกิจที่เก่งกาจคนหนึ่งตัดสินใจไม่ยุ่งกับทางโลกแล้วมาอยู่กับทางธรรมแทนโดยได้ขายธุรกิจต่างๆ ของตัวเองที่มีอยู่ในมือ
และนำเงินที่มีจากส่วนนี้บริหารมาทำธุรกิจเป็นหอพักแทนเนื่องจากไม่ต้องเข้าไปยุ่งวุ่นวายอะไรมากสามารถจ้างคนมาดูแลได้นั่นจึงทำให้หลวงตาที่แม้จะบวชเป็นพระอยู่การเงินก็ไม่ขัดสนสามารถส่งเสียเลี้ยงดูเขาได้โดยไม่ลำบากเลย นี่ยังไม่รวมถึงเด็กคนอื่นๆ ที่ได้รับการอุปการะจากหลวงตาด้วย ใครจะไปคิดละว่าคนอย่างหลวงตานั้นจะมีกรรมหนักมีลูกหลานไม่เอาไหนแบบนี้
แต่โชคดีแล้วล่ะที่หลวงตาจากไปอย่างสงบไม่ต้องเจ็บปวดตามร่างกาย แต่ทางด้านจิตใจของหลวงตานั้นถือว่าหนักมากแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องภรรยาที่ตัวเองรักและครอบครัวที่จ้องจะหาแต่ประโยชน์ ตอนนี้เขาคิดว่าบุญที่ฝั่งนั้นมีคงจะหมดแล้วล่ะไม่อย่างนั้นคนเหล่านี้คงไม่โดนเล่นงานเร็วขนาดนี้หรอก กรรมติดจรวดจริงๆ เอาเถอะได้เห็นคนโลภมากทั้งหลายได้รับผลกรรมเขาก็พอใจที่จะไปยังภพภูมิใหม่แล้ว
เพราะตอนที่เขามีชีวิตอยู่ไม่สามารถลงมือจัดการได้เนื่องจากหลวงตาบอกว่าอย่าจองเวรถึงแม้ในใจนั้นเขาอยากจะเล่นงานคนพวกนี้ใจจะขาด เมื่อเล่นงานเองไม่ได้ก็ให้คนอื่นเล่นงานแทนเท่านี้เขาสบายใจพร้อมไปเกิดใหม่แล้ว! เมื่อคิดได้อย่างนั้นซูเจียวก็ได้หายไปจากโลกใบนี้อย่างสิ้นเชิงราวกับไม่เคยมีตัวตนมาก่อน
หมายถึงวิญญาณนะที่หายไปเพราะเรื่องราวต่างๆ ของเขานั้นได้กลายเป็นตำนานที่เล่าขานไปทั่วเนื่องจากไม่มีใครที่สามารถให้คำทำนายได้แม่นยำเท่าเขาอีกแล้ว เป็นคำทำนายจริงๆ ไม่ใช่การโกหกแต่อย่างใด และเรื่องนี้ไม่ว่าจะผ่านมานานขนาดไหนก็ไม่มีใครกลายเป็นหมอดูที่มีชื่อเสียงเท่าเขาได้อีกเลย
ส่วนซูเจียวที่หายไปจากยุคปัจจุบันแล้วก็ได้มาโผล่ยังสถานที่แห่งหนึ่งที่ดูแปลกตาเป็นอย่างมาก ไม่สิจะบอกว่าแปลกตาก็ไม่ใช่เพราะว่าตอนนี้เขาอยู่ในป่านะสิ ไหนในนิยายบอกว่าถ้ามาเกิดใหม่ยังภพภูมิใหม่อะไรแบบนี้จะต้องเจ็บปวดตามร่างกายเหมือนโดนทำร้ายมาไม่ใช่หรือไง นี่ไม่เห็นเจ็บปวดตรงไหนเลยแผลเล็กๆ สักนิดก็ไม่มี
มีเพียงแค่ความหิวเท่านั้นที่ทำเอาเขาแสบท้องไปหมด หรือว่าร่างนี้ที่เขามาอยู่จะตายเพราะความหิวโหยกันนะ?! ถ้าจริงนั่นจะถือว่าเป็นการตายที่ทรมานชนิดหนึ่งเลย คนเรานั้นต้องหิวมากขนาดไหนถึงสามารถจากไปได้เพราะความหิว ไหนๆ ก็โผล่มาแล้วขอความทรงจำสักหน่อยไม่ได้หรือไงห้ะ! พอบ่นปุ๊บความทรงจำต่างๆ ก็โผล่มาปั๊บ
นี่มันเป็นระบบสั่งการด้วยเสียงหรือไงที่ต้องบ่นก่อนถึงจะมาน่ะ เอาเถอะเพราะยังไงแล้วจะระบบไหนก็ช่างขอแค่เขาได้ความทรงจำของร่างนี้มาก็พอแล้ว ความทรงจำของร่างนี้เรียกได้ว่าก็เป็นแนวนิยายน้ำเน่าเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง มันเกิดจากความลำเอียงของคนในยุคนี้ล้วนๆ ต้องบอกเอาไว้ตรงนี้ก่อนเลยนะว่ายุคนี้มี 3 เพศสภาพด้วยกัน คือ
'1 ผู้ชาย 2 ผู้หญิงและ 3 เกอก็คือผู้ชายที่สามารถตั้งท้องได้นั่นเอง'
แล้วคนในยุคสมัยนี้ไม่ชอบเกอเป็นอย่างมากและมีความเชื่อว่าถ้าครอบครัวไหนมีเกอมาเกิดอยู่ในรุ่นนั้นก็จะทำให้ตระกูลตกอยู่ในอันตรายหรือไม่เจริญรุ่งเรืองนั่นเอง เกอที่เกิดมาในยุคสมัยนี้จะถูกปฏิบัติราวกับเป็นทาสคนหนึ่งไม่มีใครเห็นหัวถูกใช้งานสารพัดเหมือนกับเป็นลูกชั่งนั่นเอง เจ้าตัวนั้นถูกใช้งานสารพัดทั้งที่ร่างกายนั้นอ่อนแอไม่แข็งแรงไม่ได้ทานอาหารสมบูรณ์ตั้งแต่จำความได้ตื่นเช้านอนทีหลัง
หิวก็กินผลไม้ป่า บางวันหาอาหารได้น้อยก็โดนทุบตี ทำงานช้าไม่ถูกใจก็โดนทุบตี เรียกได้ว่าทำอะไรไม่เข้าตาก็โดนหมด แล้วสาเหตุการเสียชีวิตของร่างนี้ก็คือหิวจนตายนั่นเอง นี่แหละคือสาเหตุที่ว่าทำไมไม่มีบาดแผลตรงไหนนอกจากเขาที่รู้สึกแสบท้องและจับหัวนิดหน่อยเพราะล้มกระแทกพื้นเท่านั้น เขารู้อยู่หรอกว่ามันคือความเชื่อ
แต่เชื่อจนไร้สมองแบบนี้บอกได้คำเดียวเลยว่าโง่ ไม่รู้จักแยกแยะเด็กเพิ่งจะเกิดมาจะไปสามารถทำให้ครอบครัวล่มจมได้ยังไง มันอยู่ที่นิสัยต่างหากล่ะ! ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวจริงๆ ดูเหมือนว่าเขาจะต้องหาทางแยกตัวจากครอบครัวนี้ให้ได้แล้วล่ะ อยู่ไปมีหวังเขาทนไม่ไหวจับบีบคอเรียงตัวแน่ๆ อ่อใช่สิเขาลืมบอกไปเลยว่าร่างนี้ก็ชื่อซูเจียวเหมือนกัน
ปัจจุบันอายุ 14 ขวบปีอีกไม่ถึง 1 ปีก็สามารถออกเรือนได้ แต่ใครกันที่จะอยากตบแต่งเกอเข้าไปในบ้านของตัวเองนอกจากคนที่ไม่มีเงินจริงๆ หรือไม่ก็จำพวกนี้ก็จะถูกตบแต่งไปเป็นอนุ สาวใช้ข้างห้อง ทาสบำเรอกามเท่านั้น เฮ้อ~ ดูเหมือนว่าพอหนีออกจากบ้านเฮงซวยนี้ได้จะต้องหาเงินสินะ หนักหนาจริงๆ เลยชีวิตของเขา ว่าแต่พรวิเศษอยู่ไหน?!
.
.
.
.
.
(ปล.ยังไม่ได้ตรวจคำผิด) น้ำเน่าไม่เคยเปลี่ยนแปลง~
มาอ่านกันกี่คนแล้วเอ่ย~~~~?!