โบรกฯ ชี้ UPTRICK ฉุด SHORT SELL ลด- เปิดโผ 20 หุ้นยอด SHORT คงค้างลดลง
#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส เผยการบังคับใช้UPTRICK RULE เพื่อควบคุมเรื่อง SHORT SELLวานนี้วันแรก พบว่าส่งผลทำให้มูลค่าธุรกรรม SHORT SELL ปรับลดลงจากค่าเฉลี่ย 5.5 พันล้านบาท/วัน ลงมาอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท หรือลดลง 79% ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมาย ประเมินว่าการลดลงของธุรกรรม SHORT SELL น่าจะมีส่วนทำให้แรงกดดันต่อราคาหุ้นลดระดับลง แต่ในขณะเดียวกันที่ทำให้มูลค่าการซื้อขายของตลาดฯ ลดลงไปด้วย ซึ่งจากนี้ต้องหวังพึ่งการกลับมาของนักลงทุนในประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งผ่านกลไกของ TESG เกณฑ์ใหม่ และ วายุภักษ์ ที่จะเริ่มเห็นในไตรมาส 3/67
สำหรับปัจจัยแวดล้อมทางพื้นฐานยังให้ความสำคัญกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยยังเชื่อว่าเฟด น่าจะเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.67 ขณะที่ไทยคงไว้ที่เดิม ภาวะดังกล่าวน่าจะช่วยลดการไหลออกของเงินได้ระดับหนึ่ง
เมื่อวานนี้เป็นวันแรกที่มีมาตรการ UPTICK RULE ทุกหลักทรัพย์และกำหนดเกณฑ์หุ้นที่จะ SHORT SELLING จึงทำให้หุ้นข้างต้น มียอด SHORT คงค้างลดลงอย่างมีนัยฯ เมื่อเทียบกับยอด SHORT SELL(YTD) ทำให้มีโอกาสสูงที่จะลดความผันผวน และเป็นโอกาสทยอยสะสมสำหรับหุ้นพื้นฐานดีในหุ้นกลุ่มนี้ อาทิAOT, GULF, SCC, CPAXT, CPALL และ CPN เป็นต้น
-ต่างชาติสลับมาซื้อสุทธิเล็กน้อยในตลาดหุ้นไทย 338 ล้านบาท (หลังจากขายสุทธิติดต่อกันยาวนานถึง 27 วันทำการกว่า 5.16 หมื่นล้านบาท)
-ต่างชาติสลับมา LONG สุทธิ SET50 FUTURES 1,984 สัญญา (หลังจากขายสุทธิติดต่อกัน 3 วัน)
-โดยสัดส่วนการ SHORT SELL เหลือเพียง 3.7% ของมูลค่าซื้อขาย และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในปีนี้ (YTD) ที่ 12.9%
- มูลค่าธุรกรรม SHORT SELL ลดลงเหลือ 1.2 พันล้านบาท ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยSHORT SELL ในปีนี้ (YTD) ที่ 5.5 พันล้านบาทต่อวัน หรือลดลงกว่า 79%
และเป็น % ที่ลดลงเท่ากับช่วงที่ใช้มาตรการ UPTICK ตอนเกิด COVID-19 พอดี
-ปริมาณการ SHORT SELL ผ่าน NVDR เหลือเพียง 392 ล้านบาท น้อยกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 1 เดือนกว่าๆ ที่ 3.1 พันล้านบาทต่อวัน หรือลดลงกว่า 87%
ทั้ง 5 ส่วนที่กล่าวมา แสดงให้เห็นถึง MOMENTUM ที่ต่างชาติชะลอการ SHORT SELL ปกติ และ SHORT ผ่าน NVDR รวมถึงขายสุทธิน้อยลง ที่สำคัญคือ เริ่มเห็น สัดส่วนการซื้อขายของนักลงทุนไทยในวันที่ 1 ก.ค. 24 ที่กลับมาเกินครึ่งหนึ่ง หรืออยู่ ที่ 55.3% มาจากนักลงทุนรายย่อยถึง 37.7% และกองทุน 8.7% ซึ่งคาดว่าสัดส่วน การซื้อขายของกองทุนจะค่อยๆเร่งตัวขึ้นหลังมีกองทุน THAIESG เข้ามา น่าจะหนุนให้ สัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 11% - 13% เหมือนช่วงที่มีกองทุน LTF ในปี 2560 – 2563 ได้
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1