โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

นินทา (4)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 10 มิ.ย. 2567 เวลา 04.53 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2567 เวลา 11.00 น.

‘การนินทา’ หรือ‘คำนินทา’ น่าจะสัมพันธ์กับความเชื่อโบร่ำโบราณอยู่บ้าง

นิทานคำกลอนเรื่อง“พระอภัยมณี” เล่าถึงตอนที่นางพี่เลี้ยงทั้งสามมาเฝ้าพระธิดาเกษรา เห็นท่าทีเจ้านายมึนตึงเมินหน้าไม่พูดจา ก็เดาได้ว่านางศรีสุดาคงเอาเรื่องของพวกนางกับพราหมณ์โมรา สานน วิเชียร มาทูลฟ้อง

ฉะนั้น เพื่อมิให้ถูกพระธิดาซักไซ้ไล่เลียง จึงรีบเอาตัวรอดโดยชิงเล่าเรื่องของศรีสุวรรณ (พราหมณ์ที่นางเกษราพึงใจ) เสียก่อน

ใช้เรื่องนี้เป็นโล่ป้องกันตัวว่าพวกตนไม่ได้มัวโอ้เอ้นะ จะกลับนานแล้ว ติดอยู่ที่ศรีสุวรรณรั้งไว้

“พ่อพราหมณ์น้อยน่าชังทำรังแก จะมาแต่ไหนไหนมิให้มา

เฝ้าซักไซ้ไต่ถามไม่รู้จบ ประเดี๋ยวรบให้ช่วยทูลวุ่นนักหนา

แล้วเที่ยวเด็ดดอกระกำกับจำปา ถวายมาตามจนคนเข็ญใจ”

นางเกษราได้รู้เรื่องศรีสุวรรณสมใจก็คลายขุ่นเคือง ยิ่งทวีความคิดถึง จึงหยอกเย้าสามนางอย่างอารมณ์ดี

“ยิ้มละไมในหน้าแล้วพาที

ฉันกินน้ำสำลักถึงสามหน เพราะมีคนนินทาน่าบัดสี

ไม่รู้แล้วเลยเฝ้าแต่เซ้าซี้ เธอสั่งพี่เข้ามาว่ากระไร”

ปกติเรามักได้ยินคำกล่าวว่า ‘จามโดยไม่รู้สาเหตุเพราะมีใครพูดถึง ด่า หรือนินทาว่าร้าย’ กรณีของพระธิดาเกษราไม่เกี่ยวกับการจาม แต่เกี่ยวกับการสำลักน้ำสามครั้ง ‘เพราะมีคนนินทาน่าบัดสี’ คือเชื่อว่าจำนวนครั้งของการสำลักน้ำเป็นผลมาจากการถูกนินทาโดยตรง

นอกจากความเชื่อเรื่องการนินทา สิ่งที่นำมานินทาก็น่าสนใจไม่น้อย วรรณคดีเรื่อง“สุภาษิตสอนสตรี” เตือนหญิงไทยอย่างตรงไปตรงมาถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ขณะนอนค้างที่บ้านคนอื่น

“แม้นสมรจะไปนอนที่เรือนไหน อย่าหลับใหลลืมกายจนสายสาง

ใครเห็นเข้าเขาจะเล่านินทานาง ความกระจ่างออกกระจายเพราะกายตัว”

วรรณคดีเล่มเดียวกันนี้หาใช่สอนหญิงทั่วไปเท่านั้นไม่ ยังเจาะจงสอนเมียมิให้นินทาผัวอีกด้วย

“แม้พิโรธโกรธขึ้งกับภัสดา อย่านินทาว่าผัวตัวลับหลัง

พึงข่มขืนกลืนไว้ในอุรัง อุตส่าห์บังกลบเกลื่อนที่เงื่อนเงา

จึงจะว่านารีมีความคิด รู้ปกปิดมิดโทษไม่โฉดเขลา

ถึงใครรู้อยู่ว่าคมต้องชมเรา หนึ่งผัวเล่าเขาก็เห็นว่าเป็นดี

การนินทาด่าผัวนั้นชั่วถ่อย เป็นคนน้อยปัญญาเสียราศี

ถึงร้างหย่าหาใหม่วิสัยมี ชายที่ดีรู้กำพืดก็จืดไป

บ้างทำกลัวตัวสั่นแต่ต่อหน้า ถึงตีด่าก็สู้นิ่งไม่ติงไหว

ครั้นผัวเดินเกินเลยเฉยเฉียดไป ก็ด่าให้ไม่ดังตั้งกระซิบ”

เมียที่ไม่เคยนินทาผัว และผัวที่ไม่เคยนินทาเมียเลย หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร การที่เมียนินทาผัวหรือผัวนินทาเมีย คือการระบายความอัดอั้นตันใจออกมา ทำให้ความไม่พอใจของแต่ละฝ่ายผ่อนคลายลงได้บ้าง ดีกว่าต้องทนเก็บเงียบเก็บกดไว้ในใจ จะระเบิดออกมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะขีดความอดทนของแต่ละคนไม่เท่ากัน

อย่างไรก็ดี การที่ผัวเมียนินทากัน พ่อแม่นินทาลูก ลูกนินทาพ่อแม่ ญาติมิตรนินทากัน นายและลูกน้องนินทากัน ฯลฯ ล้วนเป็นเพียงเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนแต่ละกลุ่ม

ต่างกับกรณีของคนในครอบครัวไปคบค้าสมาคมกับคนชั่ว มิใช่แค่ทำให้ตัวเองชั่วช้าไปด้วยเท่านั้น แต่ยังทำให้ทั้งวงศ์ตระกูลต้องพลอยมัวหมองเสื่อมเสียไปทั่วถึงขนาดตายไปแล้ว คนยังก่นด่าไม่เลิก สมดัง “โคลงโลกนิติ” บทที่ 17 กล่าวไว้ว่า

“คบกากาโหดให้ เสียพงศ์

พาตระกูลเหมหงส์ แหลกด้วย

คบคนชั่วจักปลง ความชอบ เสียนา

ตราบลูกหลานเหลนม้วย ไม่ม้วยนินทา”

เข้าทำนอง “ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง” •

จ๋าจ๊ะ วรรณคดี | ญาดา อารัมภีร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นินทา (4)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...