เปิดเทรนด์ธุรกิจ Wealth Management เมื่อ Gen AI พลิกประสบการณ์นักลงทุนรุ่นใหม่
การบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีตัวเลขคาดการณ์ว่าการส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นจะมีมูลค่ากว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030 ซึ่งส่งผลให้จำนวนนักลงทุนชนชั้นกลางที่มีฐานะดี จะเพิ่มขึ้นจาก 2 พันล้าน เป็น 3.5 พันล้านในปี 2030 แน่นอนว่าทิศทางนี้ย่อมส่งผลต่อธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) เพราะเมื่อคนมีความรู้และประสบการณ์มากขึ้น ความต้องการย่อมเปลี่ยนไป และปริมาณธุรกิจด้านบริหารความมั่งคั่งก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย
แล้วธุรกิจบริหารความมั่งคั่งจะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น Generative AI (Gen AI) ที่สามารถมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้นักลงทุนรุ่นใหม่ที่ได้รับการสืบทอดความมั่งคั่งจากคนรุ่นก่อนมา
โอมาร์ บาเชียร์ Technical Director for Financial Services ของ Thoughtworks เผยว่า กลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ทั้งกลุ่มรายได้สูงและกลุ่มคนมั่งคั่ง มีความหลากหลายสูงมาก และมองโลกแตกต่างจากคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ในอดีต คือแทบจะไม่ให้ความสำคัญกับการมีที่ปรึกษาการลงทุน ซึ่งแตกต่างจากนักลงทุนรุ่นก่อน นอกจากนี้ กลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ยังไม่ได้ต้องการแค่เรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน แต่ยังสนใจการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางสังคมต่าง ๆ เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืน รวมถึงให้ความสำคัญมากขึ้นกับความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และการตอบสนองต่อประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นของบริษัทWealth Management ที่ตัดสินใจเข้าไปลงทุนด้วย
ความท้าทายของธุรกิจWealth Management
ธุรกิจ Wealth Management ต้องตอบสนองความคาดหวังต่าง ๆ ของนักลงทุนรุ่นใหม่ได้ไม่ว่าจะเป็นความไว้วางใจ ความโปร่งใส การส่งมอบคุณค่าให้ลูกค้า และความพร้อมในการให้บริการ เช่น กลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่และกลุ่มคนมั่งคั่ง ต่างคาดหวังการมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัทด้านWealth Management ผ่านช่องทางดิจิทัล ในขณะที่กลุ่มนักลงทุนรุ่นเก่าและกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) ยังคงต้องการพูดคุยกับที่ปรึกษาด้านการลงทุนและผู้จัดการกองทุนอยู่
ความท้าทายอย่างแรกจึงเป็นเรื่องการตอบสนองความต้องการของนักลงทุนทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหากต้องการครองใจนักลงทุนรุ่นใหม่และกลุ่มคนมั่งคั่ง การพัฒนาช่องทางดิจิทัลต่าง ๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและเพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าคือสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ขณะที่ระบบการทำธุรกรรมก็ต้องมีความปลอดภัย สอดคล้องกับระเบียบข้อกำหนดต่าง ๆ ของหน่วยงานกำกับดูแล ท่ามกลางภัยไซเบอร์ที่เพิ่มมากขึ้น
ความท้าทายอย่างที่สองคือการปรับปรุงระบบและเทคโนโลยีที่ล้าสมัย (Legacy System) รวมทั้งคุณภาพของข้อมูลและความพร้อมใช้งาน ซึ่งเป็นกระบวนการทรานส์ฟอร์มระบบธุรกิจที่ใช้เวลา สำหรับทีมผู้บริหารนั้น การปรับเปลี่ยนที่จะประสบความสำเร็จได้ จะต้องกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน และจัดลำดับความสำคัญโดยพิจารณาโครงการที่จะสร้างค่าคุณค่าให้ธุรกิจได้มากที่สุด
Gen AI กับการสร้างประสบการณ์ให้นักลงทุน Gen ใหม่
ผู้นำในธุรกิจWealth Management ต่างตระหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า Gen AI สามารถยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นได้ โดยเฉพาะการสร้างประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคล นอกจากนี้ โมเดล AI ร่วมกับปริมาณข้อมูลขนาดใหญ่ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของบริการและการดำเนินงานได้ ดังนี้
1. เพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการลูกค้า (Customer service)
Gen AI สามารถเพิ่มความรวดเร็วในการดูแลลูกค้า เช่น ข้อร้องเรียนและกรณีเกิดปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะปัญหาที่บริบทไม่ครบถ้วนเนื่องจากตกหล่นไประหว่างการส่งเรื่องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ทำให้ใช้ระยะเวลานานกว่าที่จะสามารถแก้ปัญหาได้ และส่งผลให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดี ซึ่งประสบการณ์ผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นสิ่งที่นักลงทุนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ โดยGen AI สามารถเข้าไปดึงบริบทที่หายไปและนำไปรวมเข้ากับข้อมูลที่ได้จากเจ้าหน้าที่ ทำให้มีข้อมูลที่ครบสมบูรณ์และนำไปใช้แก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
2. เสริมสร้างความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy)
Gen AI สามารถช่วยนักลงทุนรุ่นใหม่ในการหาความรู้เกี่ยวกับหลักการทางการเงิน ทฤษฎีการลงทุน และให้คำปรึกษาด้านการเงินที่ตรงกับความสนใจและประวัติการลงทุน โดยผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง และสอดคล้องกับกฎระเบียบ
3. การสร้างพอร์ตการลงทุนแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Portfolio)
Gen AI สามารถทำความเข้าใจและสรุปความต้องการของนักลงทุนได้จากข้อมูลที่มีอยู่ รวมทั้งให้คำแนะนำการลงทุนที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ซึ่งมีการตรวจสอบและมีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม จากผลลัพธ์ดังกล่าว ผู้ให้บริการด้านWealth Management สามารถนำไปเป็นข้อมูลประกอบการออกแบบพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย เช่น แนะนำผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ควรลงทุนเพิ่ม ค้นหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา และนำข้อมูลไปวิเคราะห์ร่วมกับ Predictive AI เพื่อคาดการณ์แนวโน้มของสินทรัพย์แต่ละประเภท
4. เพิ่มความปลอดภัยและการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ (Compliance and Security)
Gen AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย และการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ โดยสอดคล้องกับกฎระเบียบและมีการแจ้งเตือนลูกค้าหากมีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น
สรุปได้ว่า Gen AI มีศักยภาพในการพลิกโฉมธุรกิจWealth Management อย่างไรก็ตาม Gen AI ไม่สามารถทำงานได้เพียงลำพัง แต่ต้องบูรณาการร่วมกับเทคโนโลยีที่เหมาะสม แพลตฟอร์มข้อมูลที่เชื่อถือได้ และการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล รวมถึงเพิ่มความเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์จาก Gen AI จะลดความเสี่ยงทั้งทางการเงิน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ รวมทั้งปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า และประสิทธิภาพของธุรกิจ
ในยุคแห่งการส่งต่อความมั่งคั่ง ไม่ใช่แค่นักลงทุนจะเปลี่ยนผ่านจากรุ่นหนึ่งมาสู่อีกรุ่นเท่านั้น ธุรกิจ Wealth Management เองต้องก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในแง่การเตรียมความพร้อมเพื่อตอบสนองความคาดหวังของนักลงทุนรุ่นใหม่ ดังนั้น การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง Gen AI มาปรับใช้ นับเป็นอีกทางหนึ่งในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ก้าวข้ามความท้าทายและขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จได้ในระยะยาว
บทความโดย
โอมาร์ บาเชียร์(Omar Bashir)
Technical Director for Financial Services ของ Thoughtworks